คราบเลือดสีดำสนิทที่ยังคงเปื้อนอยู่บนปลายดาบสั้นของเรนส่งกลิ่นคาวคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของหินผาในดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด เป็นกลิ่นแห่งความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่ถึงชั่วโมง แต่บรรยากาศรอบกายในยามนี้กลับไร้ซึ่งเสียงคำรามของมอนสเตอร์ มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและเสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนพื้นถ้ำอย่างสม่ำเสมอ
"ช่างเป็นการวิเคราะห์ที่น่าประทับใจเสียจริงค่ะ... คุณฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะยังไม่รู้สินะคะว่า 'สิ่ง' ที่คุณกำลังสู้ด้วยในตอนนี้ แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นมาจากความทรงจำส่วนไหนของใคร..."
เสียงกระซิบอันแผ่วเบายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเรน แม้ว่าเจ้าของเสียงอย่างไอริสจะทิ้งระยะห่างออกไปยืนพิงผนังถ้ำเพื่อพักผ่อนแล้วก็ตาม
ดวงตาสีมรกตของหญิงสาวลึกลับจับจ้องมาที่เขา นัยน์ตานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงเช่นในวันแรกที่พบกัน หากแต่มีความซับซ้อนบางอย่างที่อ่านไม่ออก สะท้อนเงาแสงเรืองรองจากผลึกมานานะที่ติดอยู่ตามผนังถ้ำ
เรนลดปลายดาบลงช้าๆ เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที นิ้วมือที่สวมถุงมือหนังขาดวิ่นค่อยๆ บรรจงเก็บการ์ดเวทมนตร์สีเทาหมองลงในช่องเก็บของของระบบ ความเงียบระหว่างเขากับไอริสไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อน แต่มันคือความเงียบของคนที่ผ่านความตายมาด้วยกัน และตระหนักดีว่าลมหายใจที่เหลืออยู่ตอนนี้เป็นเพราะอีกฝ่ายช่วยชีวิตไว้
"ความทรงจำของใครบางคนงั้นเหรอครับ... เอ่อ หมายถึง... ความทรงจำของผมงั้นเหรอครับ?" เรนเกือบเผลอหลุดปากใช้คำพูดตามความคุ้นเคย แต่ก็รีบเปลี่ยนกระแสเสียงในลำคอเพื่อรักษามาดของตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าไอริสไม่ได้ใส่ใจเรื่องพิธีรีตองเหล่านั้น
ไอริสปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตามชายผ้าคลุมสีเข้ม ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าในดันเจี้ยนลอยปะปนมากับกลิ่นคาวเลือด "ถ้ามันเป็นความทรงจำของคุณจริงๆ ป่านนี้คุณคงสติหลุดไปตั้งแต่การต่อสู้รอบแรกแล้วล่ะค่ะ... เรน"
เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือถึง ดวงตาคู่นั้นมองสำรวจรอยแผลที่ต้นแขนของเขา ซึ่งเลือดยยังคงซึมออกมาไม่หยุด "บาดแผลฉกรรจ์ขนาดนั้น... ถ้าปล่อยไว้ คุณจะเสียเลือดจนกลายเป็นอาหารให้มอนสเตอร์ระดับต่ำพวกนั้นนะคะ นั่งลงเถอะค่ะ"
เรนเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วไอริสจะไม่ใช่คนที่จะแสดงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ เธอเป็นนักวิเคราะห์ที่มีเหตุผล เย็นชา และมองทุกอย่างเป็นตัวเลขหรือความน่าจะเป็น แต่ในตอนนี้ น้ำเสียงของเธอกลับมีความอ่อนโยนเจืออยู่บางเบา
"ผมยังไหวครับ... เอ๊ย ไหวค่ะ" เรนแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของไอริสยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มแรกที่เธอยอมมอบให้เขาตั้งแต่ร่วมเดินทางกันมา
"ไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าแต้มพลังชีวิตของคุณเหลือต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ระบบแจ้งเตือนมันแสดงผลชัดเจนบนหน้าจอของฉัน... ถึงฉันจะไม่มีสกิลรักษาโดยตรง แต่ฉันก็พอมีสมุนไพรห้ามเลือดติดตัวมาบ้าง"
ไอริสทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาอย่างไม่ถือตัว มือเรียวบางหยิบขวดแก้วใบเล็กบรรจุผงสีเขียวเรืองแสงออกมาจากกระเป๋าคาดเอว เธอบรรจงโรยผงยาลงบนแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนของเรนอย่างเบามือ
ความรู้สึกแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเรนต้องกัดฟันแน่น กล้ามเนื้อเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ แต่เขาก็พยายามอดกลั้นไม่ให้หลุดเสียงร้องน่าอายออกมา ดวงตาของเขาเผลอมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างจริงจัง เส้นผมสีเงินยวงปรกคล้องใบหน้าขาวเนียน หน้าผากมนมีเหงื่อซึมบางๆ จากความเหนื่อยล้า
ความเชื่อใจ... เป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดสำหรับฮันเตอร์ในดันเจี้ยนระดับสูง ทุกย่างก้าวคือการทรยศหักหลัง ทุกมิตรภาพมักแลกมาด้วยผลประโยชน์หรือศพของผู้ร่วมทีม แต่วินาทีนี้ เรนกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่งที่ไหล
ซ่านเข้ามาในอก ความรู้สึกที่เขาปิดตายไปพร้อมกับการสูญเสียครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน
"ทำไมถึงช่วยผมล่ะครับ... เอ่อ หมายถึง ทำไมถึงช่วยฉันล่ะคะ" เรนตัดสินใจเอ่ยถามทำลายความเงียบ ขณะที่ไอริสกำลังใช้ผ้าพันแผลพันรอบแขนให้เขาอย่างคล่องแคล่ว
ไอริสชะงักมือไปชั่วขณะ ดวงตาสีมรกตช้อนขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนเรนได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ
"เพราะคุณไม่เหมือนคนอื่นค่ะ" ไอริสตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับจริงจัง "ฮันเตอร์คนอื่นๆ ที่ฉันเคยเจอ... ไม่ว่าจะเก่งกาจมาจากไหน ทุกคนก็มองดันเจี้ยนเป็นแค่แหล่งฟาร์มเงินตราและชื่อเสียง พวกเขาพร้อมจะโยนเพื่อนร่วมทีมทิ้งได้ทันทีที่สถานการณ์คับขัน แต่คุณไม่ใช่... เรน คุณวางแผนเพื่อที่จะรอดชีวิต ไม่ใช่เพื่อที่จะฆ่าให้มากกว่าคนอื่น และที่สำคัญที่สุด..."
เธอเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ ที่ทำเอาหัวใจของฮันเตอร์หนุ่มเต้นผิดจังหวะ
"คุณเป็นคนเดียวที่รับฟัง 'เสียง' ของระบบที่ฉันควบคุม... โดยที่ไม่เคยคิดจะโทษฉันเลยสักครั้ง"
เรนกะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกตื้นตันบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าลึกๆ แล้ว เขาก็รู้สึกโดดเดี่ยวมาตลอด การเป็นฮันเตอร์ไร้แต้มบุญที่มีเด็คการ์ดพินาศติดตัว ทำให้เขาต้องแบกรับสายตาดูถูกและคำเยาะเย้ยจากคนรอบข้างมานับไม่ถ้วน แต่สำหรับไอริสแล้ว ตัวตนของเขาในตอนนี้... มีค่าพอที่จะยืนหยัดเคียงข้าง
"ถ้าอย่างนั้น... เรามาสัญญากันไหมคะ" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่น2คงกว่าครั้งไหนๆ เขายื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือที่ผ่านการจับดาบและคราบเลือดมาโชกโชน "ไม่ว่าข้างหน้าจะเจอความทรงจำบ้าๆ ของใคร หรือดันเจี้ยนนี้จะซ่อนความลับระดับไหนไว้... เราจะไม่ทิ้งกัน"
ไอริสจ้องมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าอยู่นาน เธอนิ่งเงียบราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความลึกลับซ่อนอยู่อีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ได้พบกัน
เธอยื่นมือเรียวบางของเธอมาสัมผัสและกุมมือของเรนไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของทั้งสองส่งผ่านถึงกัน ท่ามกลางความมืดมิดและอันตรายที่ยังคงรออยู่เบื้องล่างของดันเจี้ยน
"ค่ะ... สัญญาค่ะ"
[ติ๊ง! เงื่อนไขลับสำเร็จ: ค่าความสัมพันธ์ (Trust Level) ระหว่างฮันเตอร์ 'เรน' และผู้ดูแลระบบ 'ไอริส' เลื่อนระดับจาก 'ผู้ร่วมชะตากรรม' สู่ 'สหายร่วมตาย' (Soul Bond Level 1)]
[ปลดล็อกสกิลประสาน: 'เสียงสะท้อนแห่งเจตจำนง' (Echo of Will) - เพิ่มพลังโจมตีและการป้องกัน 50% เมื่อทั้งสองคนอยู่ในระยะ 5 เมตร]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเรน พร้อมกับแสงสีทองจางๆ ที่เปล่งประกายรอบตัวของทั้งคู่ แต่วินาทีแห่งความปีติยินดีนั้นยังไม่ทันได้จางหาย ลมหายใจของทั้งคู่ก็ต้องสะดุดกึก
เมื่อพื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่หลับใหลอยู่ใต้ชั้นหินนี้มานับพันปี กำลังพลิกตัวตื่นขึ้น
และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจิตสังหารอันเย็นเยียบที่กดทับลงมาจนหายใจไม่ออก ก็ทำให้ทั้งเรนและไอริสตื่นตัวจากการผ่อนคลายในทันที!
"นั่นมัน... ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ในชั้นที่เจ็ด..." ไอริสหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "ระบบกำลังรวน... มีสัญญาณชีพแปลกปลอมกำลังเชื่อมต่อเข้ามาจาก... นอกแผนที่ดันเจี้ยน!"
เรนรีบดึงไอริสให้ถอยไปหลบหลังโขดหินใหญ่ มือขวากระชับดาบสั้นในมือแน่น ดวงตาดุดจ์เหยี่ยวจ้องมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าที่กำลังแยกตัวออกจากกันช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของบางสิ่งที่มีดวงตาสสีแดงฉานนับคู่ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสีดำทมิฬ
"ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบบทสุดท้ายค่ะ... คุณฮันเตอร์" เสียงกระซิบเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากอากาศว่างเปล่า พร้อมกับหน้าต่างระบบสีเลือดที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าเรน โดยไม่มีปุ่มให้กดปิดเด็ดขาด:
[ประกาศจากระบบ SSS: ผู้เล่น 'เรน' และผู้ติดตาม 'ไอริส' ได้ล่วงล้ำเข้าสู่เขตหวงห้าม 'ห้องแห่งความทรงจำที่ถูกลืม' - บอสลับระดับสมบูรณ์แบบ 'ผู้กล้าแห่งอดีตกาล' ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว...]
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรนและไอริสนะคะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 10
ความสัมพันธ์ที่เริ่มแน่นแฟ้น
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!