กลิ่นคาวสนิมและกลิ่นอับชื้นของหินปูนเก่าแก่ในดันเจี้ยนระดับ F "เหมืองร้างรกร้าง" ไม่เคยเป็นมิตรกับผู้มาเยือนหน้าใหม่เลยสักครั้ง… แต่สำหรับเรนแล้ว กลิ่นเหล่านี้คือกลิ่นอายของโอกาส
เสียงรองเท้าบูทหนังของเขาเหยียบย่ำลงบนพื้นกรวดดัง *กรอบแกรบ* สะท้อนก้องไปตามอุโมงค์แคบๆ ที่มีเพียงคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าอมเขียวส่องนำทาง บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง ทว่าความเงียบนี้ไม่ได้น่ากลัวสำหรับฮันเตอร์ไร้แต้มบุญอย่างเขา เพราะในมือของเรนเวลานี้ ไพ่สำรับเก่าคร่ำคร่าสีทองแดงกำลังส่งเสียงสั่นพานเบาๆ *ติ๊ด... ติ๊ด...*
"ระวังทางซ้ายนะคะ เรน"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่น 100 เปอร์เซ็นต์ดังมาจากด้านหลัง ไอริสในชุดคลุมสีดำสนิทที่ซ่อนเรือนร่างเพรียวบางไว้ภายใต้ฮู้ดกว้าง ก้าวเท้าตามมาอย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาคู่สวยภายใต้เงาหมวกกวาดมองไปตามผนังถ้ำที่มีรอยขูดขีดประหลาด ก่อนที่เรียวปากอิ่มจะคลี่ยิ้มบางเบา "โครงสร้างหินตรงจุดนี้ถูกกัดเซาะด้วยกรดจาก ‘สไลม์ศิลา’ ระดับ F อย่างน้อยสามตัว... พวกมันน่าจะกำลังรอซุ่มโจมตีเราตรงมุมอับสายตาถัดไปค่ะ"
เรนชะงักฝีเท้าลงทันทีโดยไม่ต้องให้เตือนซ้ำ การตอบสนองของเขากับไอริสในเวลานี้รวดเร็วและเข้าขาเสียยิ่งกว่าทหารผ่านศึกเสียอีก สองมือเรียวยาวของชายหนุ่มดีดไพ่ในมืออย่างคล่องแคล่ว ไพ่สามใบพุ่งแหวกอากาศออกไปปักลงบนพื้นดินเบื้องหน้าตามคำแนะนำราวกับมีตาเห็น
*เปรี้ยง!*
ทันทีที่ไพ่สัมผัสพื้น เวทมนตร์ธาตุดินขนาดเล็กก็ระเบิดออก เผยให้เห็นก้อนเมือกสีเทาขุ่นสามตัวที่กำลังพยายามพ่นกรดใส่พวกเขาจากเพดานถ้ำ พวกมันกรีดร้องด้วยเสียงแหลมสูงก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าและหินอัญ렴ชิ้นเล็กๆ ซึ่งเป็นไอเทมดรอปมาตรฐาน
"เยี่ยมมาก ไอริส การวิเคราะห์มุมมองภูมิประเทศของคุณแม่นยำขึ้นกว่ารอบที่แล้วอีกนะคะ" เรนหันกลับไปยิ้มให้สหายสาว พร้อมย่อตัวลงเก็บเศษหินอัญมณีเข้ากระเป๋าคาดเอว
"เพราะฉันกำลังเรียนรู้วิธีการมองโลกผ่าน ‘เด็ค’ ของคุณต่างหากล่ะคะ เรน" ไอริสตอบรับด้วยน้ำเสียงติดตลกนิดๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน "อีกอย่าง... ถ้าฉันไม่ช่วยคุณประหยัดมานาไว้สำหรับ ‘ตัวจริง’ ที่กำลังจะมาถึงล่ะก็ เราคงได้กลายเป็นศพเฝ้าเหมืองนี้ก่อนจะได้เจอทางออกแน่ๆ ค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเรนจางหายไปในเสี้ยววินาที คำพูดของไอริสไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
แม้ภารกิจในวันนี้จะเป็นแค่ดันเจี้ยนระดับต่ำสุดเพื่อทดสอบความเข้ากันของสกิลหลังจากการอัปเกรดระบบ แต่ทว่า... ตั้งแต่เหตุการณ์แจ้งเตือนประหลาดเมื่อวานนี้ เรนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน ความหนาแน่นของมานาในดันเจี้ยนระดับ F แห่งนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติราวกับมีใครบางคนกำลังเร่งปฏิกิริยาบางอย่าง และที่สำคัญที่สุด—
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบความผันผวนของมานาในรัศมี 50 เมตร]
[อัตราการซิงโครกับ "เด็คการ์ดพินาศ": 42%]
[คำเตือน: ผู้เล่นกำลังเข้าสู่เขตหวงห้ามที่อยู่นอกเหนือฐานข้อมูล]
หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าเรนโดยไม่ต้องเอ่ยปากเรียก ตัวเลขเปอร์เซ็นต์การซิงโครพุ่งสูงขึ้นเองอย่างต่อเนื่องโดยที่เขาไม่ได้จั่วไพ่เลยแม้แต่ใบเดียว ความร้อนระอุแปลกประหลาดแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงต้นแขน ไพ่ในสำรับของเขาเริ่มสั่นระริกจนควบคุมแทบไม่อยู่
"เรน..." เสียงของไอริสเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น เธอก้าวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเขา มือเรียวเอื้อมแตะไหล่ของชายหนุ่มเพื่อถ่าย
ถ่ายทอดพลังงานมานาอุ่นๆ เข้ามาช่วยกดข่มความปั่นป่วนของระบบ "ดูนั่นสิคะ"
เรนเงยหน้าขึ้นมองตามปลายนิ้วของหญิงสาว
ผนังหินแกร่งสุดปลายอุโมงค์ที่ควรจะเป็นทางตัน กลับค่อยๆ บิดเบี้ยวและละลายกลายเป็นม่านหมอกสีดำทมิฬ ไอหมอกเย็นเยียบแผ่ขยายกลิ่นอายโบราณที่กดทับลงบนAuraรอบตัวจนพวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก เสียงกระซิบกระซาับนับร้อยลอยแว่วออกมาจากม่านหมอกนั้น ราวกับมีดวงวิญญาณนับพันกำลังร่ำไห้และสาปแช่งผู้ที่บัง1อาจรบกวนการหลับใหล
นั่นไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับ F... และแน่นอนว่าไม่ใช่พื้นที่ที่ควรจะปรากฏขึ้นในแผนที่ของกิลด์ฮันเตอร์
"นี่มัน..." เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวาของเขากำสำไพ่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน "รอยแยกมิติระดับสูง?"
"ไม่ใช่แค่นั้นหรอกค่ะ เรน..." ไอริสกระซิบเสียงพร่า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่มองทะลุผ่านม่านหมอกสีดำทมิฬไปเบื้องหน้า "มีคน... หรือบางสิ่งที่กำลังเดินสวนออกมาจากมิติที่ถูกลืมแห่งนั้นค่ะ"
สิ้นเสียงของไอริส พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว เศษหินจากเพดานถ้ำร่วงหล่นลงมากระทบพื้นเสียงดังสนั่น
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกสีดำดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ฝีเท้าคู่นั้นกระทบพื้น แรงกดดันระดับมหาศาลก็แผ่ซ่ายขยายวงกว้างออกไปจนเรนต้องใช้การ์ดโล่เวทมนตร์กางอาณาเขตป้องกันตัวและไอริสโดยอัตโนมัติ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าของฮันเตอร์หนุ่ม หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเกราะโบราณที่ผุกร่อน ก้าวพ้นจากม่านหมอกออกมาสู่แสงสว่างของคบเพลิง ในมือของมันถือดาบยักษ์ที่อาบไปด้วยคราบเลือดสีดำสนิท และที่กลางอกของชุดเกราะนั้น มีสัญลักษณ์รูป "สำรับไพ่ที่ถูกโซ่ตรวนตรึงไว้" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนหลังมือของเรน!
ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นกวาดมองมายังฮันเตอร์หนุ่มและสหายสาว ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
*“ในที่สุด... ผู้สืบทอดที่โง่เขลา ก็เดินมาติดกับดักของข้าจนได้สินะ...”*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรนและไอริสมาจนถึงบทนี้นะคะ
เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 4
ภารกิจแรกในดันเจี้ยนระดับต่ำ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!