กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารโบราณชั้นที่สาม เรนแทบไม่ได้ยินเสียงหอบหายใจของตัวเองด้วยซ้ำ เสียงหัวใจเต้นโครมครามรากับกลองศึกกำลังกลบทุกสรรพเสียงรอบตัว ตรงหน้าของเขาคืออสูรกายกลายพันธุ์ระดับบอส—*เงาอัคคีทมิฬ*—ที่กำลังแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
*“ในที่สุด... ผู้สืบทอดที่โง่เขลา ก็เดินมาติดกับดักของข้าจนได้สินะ...”*
เสียงก้องกังวานในหัวไม่ได้มาจากอสูรตรงหน้า แต่มาจากระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่กระพริบเตือนสติเขาอยู่มุมสายตา ค่าพลังชีวิตของเรนเหลือเพียงแค่ขีดแดงสุดท้าย... แต่วินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนเขม่าขี้เถ้า
"ติดกับดักงั้นเหรอคะคุณระบบ... ฉันว่าน่าจะเป็นแกต่างหากที่กำลังจะเดินเข้าสู่สุสานของการ์ดใบสุดท้าย"
เรนพึมพำเบาๆ กับตัวเอง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววคำนวณอย่างเฉียบคม เขาไม่ได้ขยับหนีแม้แต่น้อย ปล่อยให้กรงเล็บเพลิงพุ่งเข้าประชิดตัวในระยะประชิด ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของไอริสที่ยืนอยู่แนวหลัง
"เรน! ระวังค่ะ!" เสียงของไอริสตะโกนก้องด้วยความตกใจ ร่างโปร่งแสงของเธอลอยหวือเข้ามาใกล้ พร้อมกับปลายนิ้วที่เรียยาววาดอักขระเวทมนตร์กลางอากาศเพื่อสร้างโล่ป้องกัน แต่มันก็สายเกินไป แรงกระแทกจากการพุ่งชนของบอสทำเอาเรนกระเด็นไปกระแทกกับเสาหินจนฝุ่นตลบอบอวล
แค่ก...
ลิ้มรสชาติคาวเลือดในโพรงปาก เรนไม่ยอมปล่อยให้เวลาสูญเปล่า นิ้วมือที่สั่นเทาควานหาสำรับการ์ดในกระเป๋าคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว นี่คือเด็คการ์ดที่เขาใช้หยาดเหงื่อและแต้มบุญอันน้อยนิดสะสมมานาน การ์ดเวทมนตร์ระดับต่ำสามใบ การ์ดสนับสนุนสองใบ และการ์ดอาวุธขึ้นสนิมอีกหนึ่งใบ...
มองเผินๆ มันคือเด็คของฮันเตอร์ถังแตกที่ไม่มีอนาคต แต่สำหรับเรนแล้ว การ์ดแต่ละใบมีเรื่องราวและจังหวะเวลาของมัน
"ไอริส..." เรนส่งเสียงแหบพร่าเรียกคู่หูสาวที่กำลังรีบวิ่งเข้ามาประคอง "หนุนมานากลุ่มสุดท้ายให้ฉันทีค่ะ ฉันจะใช้มันเดินหมากตาเดียว"
ไอริสเม้มริมฝีปากแน่น แววตาสีฟ้าครามของเธอสั่นระริกด้วยความกังวล แต่เธอก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว "เข้าใจแล้วค่ะ! ถ้านี่คือแผนของคุณ ฉันจะเดิมพันด้วยมาน่าทั้งหมดที่มี!"
ละอองแสงสีฟ้าเจิดจ้าพวยพุ่งจากร่างของไอริส ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเรนราวกับสายน้ำหลาก ระบบแจ้งเตือนเสียงใสรายงานการเชื่อมต่อพลังงานทันที: *[คำเตือน: ตรวจพบการถ่าย100% ของพลังจิต มาน่าโอเวอร์โหลดชั่วคราว ขีดจำกัดร่างกายจะรับได้อีก 30 วินาที!]*
สามวินาทีต่อมา เรนดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง นัยน์ตาสีเข้มสะท้อนภาพเงาอัคคีทมิฬที่กำลังง้างกรงเล็บเตรียมเผด็จศึก บอสอสูรคำรามลั่นด้วยความฮึกเหิม มันคิดว่าเหยื่อตรงหน้าจนมุมแล้วจริงๆ
"แกคำรามเสียงดังเกินไปหน่อยนะคะ... เจ้าสัตวร์ร้าย"
เรนสะบัดข้อมือ การ์ดหกใบแรกถูกดีดออกไปกลางอากาศพร้อมกัน พลังมาน่าสีทองห่อหุ้มตัวการ์ดจนกลายเป็นเกราะแสงพุ่งเข้าตรึงขาและลำตัวของบอสอสูรไว้ชั่วขณะ มันพยายามดิ้นรน แต่วิถีการเคลื่อนไหวถูกจำกัดด้วยอาณาเขตเวทมนตร์ที่เรนคำนวณมุมองศาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องโถงนี้แล้ว
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง... แต่นี่คือกระดานหมากรุกที่เขาเป็นผู้เดินเกมมาโดยตลอด
"และนี่คือ... การ์ดใบที่เจ็ดค่ะ"
เรนหยิบการ์ดใบสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อออกมา การ์ดใบนี้ไม่มีลวดลายวิจิตรตระการตา ไม่มีชื่อระดับ SSS ประดับอยู่ มันคือการ์ดเปล่าที่เขาเก็บตกได้จากซากศพของฮันเตอร์รุนพี่เมื่อสามปีก่อน—วันที่เขาต้องสูญเสียครอบครัวไปในดันเจี้ยนแห่งนี้
ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามา แต่มันไม่ได้ทำให้เรนอ่อนแอลง ตรงกันข้าม... มันคือเชื้อเพลิงที่จุดประกายความมุ่งมั่นอันไร้ขีดจำกัด
"จงตื่นขึ้น... *เสียงสะท้อนแห่งอดีต*!"
เรนประกาศชื่อสกิลลับที่เขาเพิ่งปลดล็อกได้จากการสะสม "แต้มความตาย" ครบตามเงื่อนไขของระบบ การ์ดเปล่าในมือสว่างวาบกลายเป็นกระจกเงาสونيสะท้อนพลังทั้งหมดของเงาอัคคีทมิฬกลับไปยังตัวมันเองคูณสอง!
ตูมมมมมม!
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งชั้นสาม แรงปะทะมหาศาลทำให้เพดานวิหารสั่นสะเทือน เศษหินและฝุ่นควันคละคลุ้งจนมองไม่เห็นทาง ไอริสยกแขนขึ้นบังเศษซากที่ร่วงหล่น ขณะที่เรนยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นท่ามกลางพายุเพลิง
เมื่อควันจางลง เงาอัคคีทมิฬที่เคยน่าเกรงขามบัดนี้ทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายของมันแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำที่ค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังรัวระรัวจนแทบฟังไม่ทัน
*[ยินดีด้วย! ฮันเตอร์เรน เอาชนะบอสประจำชั้นสำเร็จ]*
*[ระบบกำลังคำนวณแต้มประสบการณ์... ปลดล็อกฉายา: ผู้พลิกกระดานแห่งความตาย]*
*[คุณได้รับ "กล่องสุ่มปริศนา ระดับ SSS" จำนวน 1 กล่อง]*
เรนถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดแรง ไอริสรีบเข้ามาพยุงทันที ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความโล่งใจและทึ่งในเวลาเดียวกัน "คุณทำได้จริงๆ ด้วยนะคะ เรน... ฉันเกือบคิดว่าเราจะไม่รอดซะแล้ว"
"บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ชอบเล่นเกมที่ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้" เรนยิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่กล่องสุ่มระดับ SSS ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศเพื่อเตรียมรับรางวัล
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนผิวกล่อง แสงไฟรอบตัววิหารก็ดับวูบลงฉับพลัน ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุมทั่วพื้นที่ และเสียงกระซิบอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหลังพวกเขา
*“เก่งมาก... เจ้าหนู... แต่ดูเหมือนว่า... ของเล่นชิ้นนั้น ไม่ใช่ของๆ แกตั้งแต่แรกหรอกนะ...”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับเรนและไอริสนะคะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 5
พลิกเกมด้วยการ์ดใบที่ 7
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!