เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 14

เสียงเรียกจากเบื้องหลังม่าน

ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
กลิ่นอายความชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นอับของหินปูนโบราณยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้เรนต้องเกร็งกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายจนแทบหยุดหายใจ มิใช่บรรยากาศอันกดดันของซากปรักหักพังชั้นใต้ดินระดับ A-Rank แห่งนี้ หากแต่เป็นไอสังหารอันสุขุมเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากเบื้องหลังร่างของฮันเตอร์ปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ดวงตาสีอำพันคู่นั้น... มันไม่ใช่สายตาของมนุษย์ผู้แสวงหาแต้มบุญทั่วไป แต่มันคือสายตาของนักล่าผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร "ไม่เลวเลยนี่... เจ้าหนูฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ" เสียงทุ้มต่ำน่าขนลุกเอื้อนเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาสีอำพันที่จ้องตรงมายังเรน "แต่การทดสอบที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ" เรนไม่ขยับเขยื้อn เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือข้างขวาที่สวมถุงมือหนังสำหรับจับการ์ดขยับเข้าไปใกล้ซองสำรับข้างเอวโดยสัญชาตญาณ สมองอันรวดเร็วประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที เด็คการ์ดในมือของเขาตอนนี้เหลือการ์ดโจมตีเพียงสามใบและการ์ดสนับสนุนระดับต่ำอีกสองใบ หากปะทะกันตรงๆ โอกาสรอดมีไม่ถึงศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทว่า... อีกฝ่ายไม่ได้ชักอาวุธ ชายในชุดคลุมสีดำเพียงแค่ยกมือขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวดีดเข้าหากันเบาๆ *แปะ* พริบตา That, มิติรอบตัวก็บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำสาด รอยแยกสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับรอยแผลเป็นบนท้องฟ้าจำลองภายในดันเจี้ยน กลิ่นอายมานาบริสุทธิ์ที่อัดแน่นจนน่าอึดอัดทะลักออกมาพร้อมกับกระแสลมกระโชกแรงจนชายผ้าคลุมของเรนสะบัด "อย่าเพิ่งทำหน้าตาดุดันแบบนั้นเลยค่ะ เรนคุง" น้ำเสียงที่เปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความนุ่มนวลชวนฟังดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ไอริส... หญิงสาวผู้เป็นดั่งคู่คิดและที่ปรึกษาลึกลับของเขา ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลักของเสาหินโบราณ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกำลังจ้องมองรอยแยกมิติตรึงตานั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมาย "เธอ..." เรนเหลือบมองสหายร่วมเป็นร่วมตายด้วยความไม่เข้าใจระคนกังวล "เธอรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกงั้นเหรอ?" "ฉันแค่คาดเดาค่ะ ว่าคนระดับ 'พวกเขา' คงไม่อาจละสายตาจากเด็กหนุ่มผู้ใช้เด็คการ์ดไร้ธาตุพลิกสถานการณ์ในดันเจี้ยนระดับ S ได้หรอกนะคะ" ไอริสตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเดินผ่านหน้าเรนไปยืนขนาบข้าง ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับชายปริศนาในชุดคลุม "ยินดีที่ได้พบค่ะ ท่านผู้ตรวจสอบแห่ง 'สภาเงันดารา'" คำว่า *สภาเงาดารา* ทำให้เรนถึงกับชะงัก ชื่อนี้มิใช่สิ่งที่จะหาอ่านได้จากตำราเรียนทั่วไปของสมาคมฮันเตอร์ มันคือองค์การนอกกฎหมายที่แม้แต่สภาฮันเตอร์ระดับโลกยังต้องเกรงกลัว กลุ่มคนที่รวบรวมเหล่าฮันเตอร์ผู้ทรงพลังและพวกนอกคอกที่มีทักษะอันตรายเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างที่ถูกปิดตายเป็นความลับระดับโลก ชายในชุดคลุมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท "สมกับที่เป็นปัญญาประดิษฐ์... หรือจะเรียกว่า 'เศษเสี้ยวความทรงจำ' จากยุคโบราณดีล่ะ แม่สาวน้อย ไอริส เธอมองขาดเสมอมา" เรนหรี่ตาลง สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องระงม "พวกคุณต้องการอะไรจากผม? ฮันเตอร์ไร้แต้มบุญอย่างผม ไม่มีค่าพอให้องค์การระดับสภาเงาดาราต้องลงทุนส่งผู้ตรวจสอบระดับสูงมารับตัวหรอกมั้งครับ—" อ๊ะ... เขาเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาใส่ใจเรื่องภาษากาย "ไร้แต้มบุญงั้นหรือ?" ชายในชุดคลุมก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรนทีละก้าว ฝ่ายเรนเตรียมจะชักการ์ดออกมารับมือ ทว่าเพียงแค่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายแตะลงที่หน้าปกสมุดการ์ดของเรนเบาๆ พลังงานมหาศาลก็กดทับลงบนร่างจนขยับไม่ได้ "เจ้าหนู... เธอคิดจริงๆ หรือว่าระบบเด็คการ์ดที่เธอถือครองอยู่นั้น เป็นเพียงแค่ 'พรสวรรค์สุ่ม' ที่สมาคมแจกจ่ายให้ตามยถากรรม?" หัวใจของเรนกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในคืนวันมหันต์เมื่อสี่ปีก่อน วันที่ดันเจี้ยนระดับ S ถล่มทับบ้านเกิด ครอบครัวของเขาหายสาบสูญ และเขารอดมาได้พร้อมกับเด็คการ์ดสีดำสนิทสำรับนี้ผุดขึ้นมาในหัว "หมายความว่ายังไง..." เสียงของเรนแหบพร่า "หมายความว่า เด็คสำรับนั้นไม่ได้ถูกเลือกโดยโชคชะตาค่ะ เรนคุง" ไอริสหันมามองเขา แววตาของเธอมีความอ่อนโยนและเศร้าสร้อยปะปนกันอยู่ "แต่มันถูกส่งต่อมา... เพื่อให้เธอสานต่อภารกิจที่ยังไม่ลุล่วง" ชายในชุดคลุมผายมือไปยังรอยแยกมิติที่เปิดกว้าง ด้านหลังม่านพลังงานนั้นเผยให้เห็นภาพของนครลอยฟ้าแห่งหนึ่ง ทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยตึกรูปทรงแปลกประหลาดและหอคอยเวทมนตร์ที่สูงเสียดฟ้า ซึ่งไม่มีอยู่จริงบนแผนที่โลกปัจจุบัน "สภาเงาดาราของเราไม่ได้มาเพื่อบังคับขู่เข็ญเธอค่ะ" ชายปริศนากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "แต่เรามาเพื่อยื่นข้อเสนอ... ข้อเสนอที่จะทำให้เธอได้ล้างแค้นให้กับครอบครัว และไขปริศนาทั้งหมดเบื้องหลังการล่มสลายของดันเจี้ยนเมื่อสี่ปีก่อน" เรนเงียบงัน เขาก้มมองเด็คการ์ดในมือที่สั่นระริก การ์ดทุกใบอุ่นร้อนขึ้นราวกับมีชีวิตชีวา มันกำลังกระตุ้นเร้า ส่งเสียงเรียกจากเบื้องหลังม่านแห่งความลับที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต "ถ้าผมปฏิเสธล่ะครับ?" เรนเงยหน้าขึ้นสบตาสีอำพันอย่างไม่เกรงกลัว ชายในชุดคลุมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ายوانและอันตราย "ถ้าเธอปฏิเสธ... พรุ่งนี้เช้า ประวัติของฮันเตอร์นามว่า 'เรน' จะถูกลบหายไปจากสารบบโลกใบนี้อย่างถาวร พร้อมกับความจริงเรื่องครอบครัวที่จะถูกฝังกลบไปชั่วนิรันดร์" บรรยากาศในถ้ำพลันเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหิน ไอริสสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังรอคอยการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของชายหนุ่ม เรนมองหน้าไอริสแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองรอยแยกมิติที่ทอแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวแห่งความตาย นิ้วมือของเขาค่อยๆ เลื่อนไปสัมผัสกับขอบของการ์ดใบแรกในสำรับ *ติ๊ง!* [ระบบตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ยอมรับคำเชิญจาก "สภาเงาดารา"] [คำเตือน: การกระทำนี้จะปลดล็อกเนื้อเรื่องหลัก (Main Quest) บทที่ 2 และเปลี่ยนสถานะตัวละครจาก "ฮันเตอร์อิสระ" สู่ "ผู้ทรยศต่อสมาคม"] [ท่านต้องการดำเนินการต่อหรือไม่? [ ใช่ / ไม่ใช่ ]] --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรนกับไอริสตลอดมานะคะ!
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%