ก้าวเท้าถอยหลังให้ชิดผนังศิลาเย็นเฉียบเอาไว้ค่ะคุณผู้ชม—นั่นคือสัญชาตญาณเดียวที่ตื่นขึ้นในวินาทีที่ความมืดมิดกลืนกินหอคอยกระจกเงาโลหิตจนหมดสิ้น
ฉับพลันนั้นเอง... แสงไฟทั่วทั้งหอคอยกระจกเงาโลหิตก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้จากความมืดเบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ แต่เป็นเสียงที่มนุษย์ไม่มีวันสร้างขึ้นได้
มันคือเสียงกระทบของโลหะหนักที่ลากครูดไปกับพื้นหิน กลิ่นอายความกดดันระดับที่ทำให้แค่ออกซิเจนรอบตัวก็หนาแน่นจนหายใจไม่ออกแผ่พุ่งขึ้นมาตามบันไดวน เรนกระชับเด็คการ์ดในมือขวาแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ดวงตาสองชั้นคมกริบกวาดมองความมืดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว สมองของฮันเตอร์หนุ่มประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าระบบประเมินผลอัตโนมัติ
"ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่มค่ะเรน..." เสียงของไอริสดังก้องขึ้นในห้วงความคิด ความเย็นชาในน้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ "จังหวะการก้าวเท้าเว้นระยะห่างเท่ากันเป๊ะ สองเมตร... ห่างกันแปดสิบเซนติเมตร นี่คือขบวนทัพของ 'ผู้พิทักษ์กฏ' ไม่ใช่มอนสเตอร์ป่าทั่วไป"
เรนไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ขยับนิ้วโป้งดีดการ์ดใบบนสุดในสำรับขึ้นมาเล็กน้อย แสงเรืองรองสีครามจางๆ สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยประกายความคิด ความสูญเสียในดันเจี้ยนระดับ S เมื่ออดีตสอนเขาว่า ความตื่นตระหนกคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่ความตาย สิ่งเดียวที่จะทำให้รอดจากสถานการณ์ที่ไร้ทางออกเช่นนี้ได้ คือความเยือกเย็นและการมองหา 'ช่องโหว่' ที่ระบบจงใจซ่อนไว้
*แกร๊ก... โคร้ง...*
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าหอคอย ร่างนั้นสูงใหญ่กว่ามนุษย์ปรกติเกือบเท่าตัว สวมเกราะเหล็กสีดำสนิทที่ขึ้นสนิมเขรอะ ทว่าสิ่งน่าสะพรึงกลัวที่สุดคือดวงตาสสีแดงฉานที่ไร้ซึ่งวิญญาณภายในกะโหลกเหล็ก พวกมันคือ 'โกลโกมินตระกูลเหล็กไหล' มอนสเตอร์ระดับ E ปลายๆ ที่มักจะปรากฏตัวเฉพาะในดันเจี้ยนที่มีความผิดปกติของมานาเท่านั้น
และตอนนี้... มีพวกมันยืนอยู่เบื้องล่างไม่ต่ำกว่าสามสิบตัว
"สามสิบตัวกับฮันเตอร์ไร้แต้มบุญอย่างฉันเนี่ยนะ" เรนพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนเพียงความท้าทายอันบ้าบิ่น "ระบบคงเกลียดฉันเข้าไส้จริงๆ สินะคะที่ปล่อยให้รอดมาถึงชั้นนี้ได้"
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบสภาวะวิกฤต 'การทดสอบจากผู้ดูแลหอคอย']
[เงื่อนไขพิเศษ: กำจัดผู้พิทักษ์แห่งความมืดโดยไม่ใช้ทักษะระดับสูง เกินกว่าเลเวลปัจจุบัน]
[รางวัล: ปลดล็อกสิทธิ์เลื่อนขั้นฮันเตอร์ระดับ E ทันที + การ์ดสุ่มระดับแรร์ 1 ใบ]
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าเรนอย่างกะทันหัน ลิซ่าเองก็อดลุ้นตามไม่ได้เลยค่ะว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเลือกใช้กลยุทธ์ไหนในเมื่อมานาในร่างกายของเขากำลังจะหมดลงอยู่รอมร่อจากการต่อสู้กับบอสชั้นก่อนหน้า
เรนสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายสนิมและเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก เขาไม่ได้ถอยหนี กลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างเพรียวบางภายใต้เสื้อคลุมฮันเตอร์เก่าๆ ดูโดดเดี่ยวเหลือเกินท่ามกลางกองทัพเกราะเหล็กเหล่านั้น แต่ทว่าแผ่นหลังของเขากลับตั้งตรงอย่างไร้ความหวั่นเกรง
"ไอริส... คำนวณมุมสะท้อนของแสงจากกระจกแตกด้านซ้ายให้ทีค่ะ" เรนกระซิบเบาๆ
"เจ็ดสิบหองศา... แสงจากคบเพลิงที่เหลืออยู่จะสะท้อนเข้าสู่เซนเซอร์การมองเห็นของพวกมันพอดี เรน นายคิดจะ..."
"ใช่ค่ะ" เรนยิ้มกริ่ม "เราจะไม่สู้ด้วยกำลัง... แต่เราจะเล่นงาน 'จุดบอด' ของพวกมัน"
สิ้นเสียงคำสั่งในใจ เรนสะบัดข้อมือ พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง การ์ดสามใบถูกซัดออกไปพร้อมกันด้วยความแม่นยำราวจับวาง การ์ดใบแรกพุ่งปักเข้าที่รอยต่อบริเวณข้อต่อหัวเข่าของโกลโกมินตัวหน้าสุด การ์ดใบที่สองสะท้อนแสงจากเศษกระจกที่เกลื่อนพื้นสาดเข้าใส่ดวงตาสีแดงฉานของมันจนเกิดอาการชะงักงันชั่วขณะ และใบสุดท้าย—ใบที่สาม...
*ฟรึบ!*
การ์ดเวทมนตร์ระดับ D 'หมอกมายา' ถูกปลดปล่อย ละอองหมอกสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้นปกคลุมทั่วทั้งห้องโถงในพริบตา โกลโกมินที่พึ่งพาการมองเห็นและการตรวจจับความร้อนสูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ พวกมันเริ่มหันซ้ายแลขวา ส่งเสียงคำรามก้องด้วยความหงุดหงิด และในความโกลาหลนั้นเอง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อพวกมันเริ่มโจมตีใส่กันเองอย่างไร้ทิศทาง
เรนเคลื่อนไหวราวกับเงาล่องลอยอยู่ในพายุหมอก เขาก้าวหลบการโจมตีของเหล็กกล้าได้อย่างเฉียดฉิว ทุกย่างก้าวมีความหมาย ทุกการเคลื่อนไหวคำนวณไว้หมดแล้ว ไม่มีแรงส่วนเกิน ไม่มีทักษะที่สูญเปล่า ความสามารถในการอ่านทางคู่ต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ได้ทำพันธะสัญญากับเด็คการ์ดปริศนานี้
"เกือบไปแล้ว..." เรนพึมพำเบาๆ เมื่อดาบเล่มยักษ์ฟาดผ่านปลายจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
เวลาผ่านไปราบนานนับชั่วโมง ท่ามกลางความเงียบงันที่เริ่มกลับคืนสู่หอคอย หมอกมายาค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นร่างของโกลโกมินทั้งสามสิบตัวที่นอนแน่นิ่งกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เหลือเพียงเศษซากเหล็กที่ยังคงส่งไอความร้อนคุกรุ่น
เรนยืนหอบหายใจรดต้นทุน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวสะอาด มือข้างที่ถือการ์ดสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าในดวงตากลับสุกใสเป็นประกายเจิดจ้า
[ยินดีด้วย! ฮันเตอร์เรน ทำเงื่อนไขสำเร็จ]
[ระบบกำลังทำการประเมินสถานะ...]
[ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับการเลื่อนระดับจาก 'ฮันเตอร์ฝึกหัด' สู่ 'ฮันเตอร์ระดับ E' อย่างเป็นทางการ]
[ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่: 'ร้านค้าเด็คการ์ดลับ' และ 'ระบบสร้างพันธะสัญญารอง']
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นรัวๆ แสงสีทองอบอุ่นสาดส่องลงมาจากยอดหอคอย อาการบาดเจ็บและคราบความเหนื่อยล้าทั้งหมดถูกชำระล้างหายไปในพริบตา ความรู้สึกอันทรงพลังที่ไหลทะลักเข้าสู่เส้นเลือดทำให้เรนต้องกำมือแน่น ความรู้สึกของการก้าวข้ามขีดจำกัด... นี่สินะรสชาติของการเติบโต
"สำเร็จแล้วนะคะเรน..." เสียงของไอริสเจือความยินดีอย่างเห็นได้ชัด "นายทำได้จริงๆ"
เรนระบายยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน มันเป็นรอยยิ้มที่งดงามและเต็มไปด้วยความหวัง ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
อุณหภูมิในหอคอยลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที ลมหายใจของเรนกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายมานาที่กดดันยิ่งกว่าตอนสู้กับบอสดันเจี้ยนแผ่ซ่านออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า
เงาสูงโปร่งร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติที่ฉีกขาดออกช้าๆ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกกด้วยหน้ากากโลหิตลวดลายประหลาด และในมือเรียวยาวคู่นั้น... กำลังถือเด็คการ์ดสีดำสนิทที่แผ่ออร่าความตายออกมาอย่างชัดเจน
"ไม่เลวเลยนี่... เจ้าหนูฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ" เสียงทุ้มต่ำน่าขนลุกเอื้อนเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาสีอำพันที่จ้องตรงมายังเรน "แต่การทดสอบที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรนและไอริสนะคะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ•ตอนที่ 13
ก้าวแรกสู่ฮันเตอร์ระดับกลาง
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับ นายฮันเตอร์ไร้แต้มบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!