กลิ่นไอฟ็อกกี้รีดผ้าและกลิ่นอับของห้องซ้อมดนตรีเก่าๆ ช่วงเที่ยงคืน ไม่ใช่บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์นักสำหรับทายาทโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอย่างคีย์ แต่เขากลับยืนถือกระบอกฉีดน้ำค้างไว้กลางห้อง พร้อมกับมองสภาพเสื้อเชيرตัวเก่งของตัวเองที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำครึ่งค่อนขวด ฝีมือของคนที่นั่งกอดอกเชิดหน้าอยู่บนโซฟาหนังขาดๆ นั่นแหละ
"มองอะไรคะ ประธานคีย์ ถ้าจะด่าว่าฉันซุ่มซ่าม ก็เชิญค่ะ เชิญใช้ปากคมๆ ของคุณพ่นคำวิจารณ์ออกมาให้เต็มที่เลย ฉันฟังจนหูชาหมดแล้ว"
พริ้มเชิดคางขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายแม้รอบดวงตาจะเริ่มแดงก่ำจากความเหนื่อยล้า เธอไม่ได้ตั้งใจทำกระบอกน้ำหล่นใส่เสื้อเขา แต่วันนี้มันเป็นวันที่ทุกอย่างรุมเร้า ทั้งเรื่องสคริปต์ดีเบตที่โดนอาจารย์ตีกลับ ทั้งงานชมรมดนตรีที่เธอต้องมาช่วยแบกหามอุปกรณ์เพราะโดนธันวาแกล้งใช้งานลับหลัง และสุดท้าย... ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่เธอมักจะมีให้กับผู้ชายปากร้ายคนนี้เสมอ
คีย์ถอนหายใจยาวพรืด เขาไม่ได้พูดคำว่า *'ซุ่มซ่าม'* ออกมาอย่างที่เธอท้าทาย ชายหนุ่มเพียงแต่ถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนอกออกอย่างไร้ความลังเล เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อที่ขับเน้นสัดส่วนและกล้ามเนื้อสมส่วนตามวิถีคนเล่นดนตรีและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พริ้มเผลอกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่โดยอัตโนมัติ สมองสั่งให้เบือนหน้าหนี แต่ดวงตากลับทรยศด้วยการมองตามแผ่นอกกว้างนั้นแวบหนึ่ง
"ใครจะไปว่างด่าคุณตอนนี้ล่ะพริ้ม" คีย์โยนเสื้อที่เปียกพาดไว้กับเก้าอี้ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบเย็นชาเหมือนทุกที แต่มันเจือความอ่อนล้าที่ซ่อนไม่มิด "เสื้อตัวนี้ราคาแพงกว่าค่าขนมคุณอาทิตย์หนึ่งรวมกันเสียอีก... แต่ช่างเถอะ ขี้เกียجฟังคุณเถียงกลับจนหูชาเหมือนกัน"
"อ้าว! นี่คุณหาว่าฉันน่ารำคาญเหรอ?" พริ้มดีดตัวลุกขึ้นยืน เถียงกลับทันควันตามสัญชาตญาณปากเก่ง "ถ้าฉันน่ารำคาญนัก คุณจะยอมให้ฉันมาช่วยจัดห้องซ้อมนี่ทำไมล่ะคะ ทำไมไม่ไล่ฉันกลับหอไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนโน้น"
"เพราะถ้าปล่อยให้คุณเดินกลับหอตอนตีหนึ่งในสภาพหัวฟูและรองเท้ากัดแบบนั้น มีหวังผมคงโดนเพื่อนสนิทคุณตามมาเอาเรื่องถึงบ้านน่ะสิครับ" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ขายาวๆ ของคนตัวสูงทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงอย่างรวดเร็ว จนพริ้มต้องถอยหลังไปชนกับพนักโซฟาโดยปริยาย
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นไอตู้เย็นเก่าในห้องซ้อมโชว์ห่วยตีเข้าจมูก ปลุกเร้าบรรยากาศแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจของดาวชมรมวาทศิลป์เต้นผิดจังหวะ พริ้มเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกอีกฝ่ายไว้เมื่อเขาก้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน
"ถอยไปเลยนะคีย์... ใกล้เกินไปแล้ว" น้ำเสียงที่เคยฉะฉานเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
"กลัวเหรอครับ?" คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่เธอมองว่ากวนประสาทที่สุดในสามโลก แต่วันนี้มันกลับมีประกายบางอย่างซ่อนอยู่ แววตาที่ปกติมักจะมองคนอื่นด้วยความเหนือกว่า ตอนนี้กลับทอดมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "ปากเก่งอย่างคุณ มีมุมที่พูดไม่ออกด้วยเหรอพริ้ม"
"ฉันไม่ได้กลัว... ฉันแค่... โอ๊ย!" พริ้มส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ เมื่อขยับขาแล้วแผลพุพองที่ส้นเท้าจากการใส่รองเท้าส้นสูงซ้อมเดินเวทีเมื่อวานประท้วงความเจ็บ เธอทรุดฮวบลงไปเกือบจะกองกับพื้น แต่ท่อนแขนแข็งแรงของคีย์ก็คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างของทั้งคู่เซถลาล้มลงไปบนโซฟาตัวเดิม โดยมีร่างสูงทับอยู่ด้านบน และเธอนอนอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างพอเหมาะพอเจาะ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางฮัมเบาๆ ระยะห่างระหว่างปลายจมูกของเขากับเธอแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน หัวใจของพริ้มเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในอก เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นสายตาของคีย์เลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากเธอก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ
"เจ็บมากไหม..." เสียงทุ้มต่ำเอמהถามแผ่วเบา ใกล้ชิดจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
พริ้มชะงัก เธอกะพริบตาปริบๆ มองผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่กัดอันดับหนึ่งในมหาวิทยาลัย แววตาของเขาไม่มีความเยาะเย้ยหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ภายใต้ท่าทีปากแข็งเหมือนเคย
"ฮึ... เพิ่งรู้เหรอคะว่าฉันเจ็บ" พริ้มเลือกที่จะใช้กำแพงความปากแข็งกลบเกลื่อนความหวั่นไหว เธอยกมือขึ้นดันไหล่กว้างของเขาเบาๆ "ปล่อยได้แล้วค่ะ หนักจะตายอยู่แล้ว ประธานชมรมดนตรีัวยักษ์"
คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าอ่อนโยนที่หลุดออกมาเมื่อครู่หายวับไปกับตา เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงใช้มือข้างหนึ่งยันพนักโซฟาครอบคลุมพื้นที่ของเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน
"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยสินะครับพริ้ม" คีย์พึมพำ ดวงตาดำขลับจ้องมองริมฝีปากที่ยังคงขยับเถียงเขาไม่หยุด "ถ้าคุณยอมเงียบแล้วฟังผมพูดดีๆ สักห้าวินาที ผมอาจจะใจดีพาไปทำแผลที่ห้องพยาบาล"
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาใจดีกับฉันสักหน่อย..." พริ้มสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อน "แล้วอีกอย่าง... ธันวาบอกฉันนะ ว่าที่คุณยอมลงมาช่วยแบกของวันนี้ เพราะคุณกลัวเสียหน้าที่มีคนเห็นว่าชมรมดนตรีใช้งานเด็กวาทศิลป์จนดึกดื่นต่างหาก"
คีย์ชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น แววตาที่กำลังผ่อนคลายเปลี่ยนเป็นคมกริบขึ้นมาในเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นแบบฉบับประธานชมรมดนตรีกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันมีความไม่พอใจเจืออยู่ชัดเจน
"ธันวาพูดอย่างนั้นเหรอครับ?" น้ำเสียงของคีย์ต่ำลงจนน่ากลัว "แล้วคุณก็เชื่อมัน?"
"ฉันไม่ได้เชื่อใครง่ายๆ ทั้งนั้นแหละ! แต่สภาพฉันตอนนี้มันฟ้องว่า..."
พริ้มยังพูดไม่ทันจบประโยค คีย์ก็โน้มใบหน้าลงมาประชิดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องเม้มปากแน่นสนิทด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"ถ้าคุณยังฉลาดน้อยเชื่อคำพูดของธันวาอีกรอบ... ผมจะพิสูจน์ให้ดูตรงนี้เลย ว่าผมไม่ได้สนใจไอ้รองประธานนั่น หรือสนใจหน้าตาของชมรมบ้าบออะไรทั้งนั้น" คีย์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงจริงจังจนพริ้มรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอกซ้ายของเขา "คนที่ผมกำลังสนใจ... ยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้ทั้งวันต่างหากเล่า"
พริ้มสมองโล่งโพลน คำพูดทุกคำที่เตรียมไว้จะเถียงหายวับไปกับอากาศ เธออ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่พุ่งตรงมาแบบไม่ทันตั้งตัว
ก่อนที่พริ้มจะได้เปล่งเสียงตอบโต้อะไรออกไป เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ พร้อมกับเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังกระจกฝ้า
"คีย์... อยู่ข้างในหรือเปล่า? ธันวาบอกว่าเธออยู่เคลียร์ของกับยัยเด็กวาทศิลป์นี่นานเกินไปแล้วนะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?"
เสียงหวานของ *มิน* รองประธานชมรมวาทศิลป์เพื่อนสนิทของเธอเองดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงมือที่เอื้อมมากดกลอนประตูที่ไม่ได้ล็อกสนิท!
คีย์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด เขากำลังจะผละตัวลุกขึ้น แต่พริ้มกลับคว้าปกเสื้อกล้ามของเขาไว้แน่นด้วยความตกใจกลัวสภาพหมิ่นเหม่นี้จะถูกคนอื่นเข้าใจผิด
ทว่า... ในวินาทีที่ประตูกระจกกำลังจะถูกผลักเปิดออกด้วยมือของมิน ดวงตาของคีย์ที่มองข้ามไหล่เธอไป กลับหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เมื่อแสงไฟจากมือถือของคนที่แอบยืนอยู่ด้านหลังมินสะท้อนเงาให้เห็นใบหน้าของใครอีกคนชัดเจน
ไม่ใช่แค่มิน... แต่เป็น *ธันวา* ที่ถือวิสาสะเดินตามมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และในมือของธันวานั้น... กำลังถือซองเอกสารลับสุดยอดของชมรมดนตรีที่ควรจะอยู่มนตู้เซฟของคีย์!
"คีย์... ฉันถือวิสาสะหยิบเอกสารงบประมาณที่เธอลืมไว้ในห้องประชุมมาให้นะ..." เสียงของธันวาเอ่ยแทรกเข้ามาพร้อมกับประตูที่เปิดกว้างออกเต็มที่
ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับจังหวะหัวใจของพวกเขานะครับ
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 17
ขอบคุณนะ... ที่ปากดีใส่กัน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!