ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 16

เมื่อความมั่นใจสั่นคลอน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“พี่คีย์... พี่พริ้ม... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงหอบหายใจโยนความตึงเครียดกระแทกกลางห้องซ้อมดนตรี เสียงสายกีตาร์ที่คีย์กำลังตั้งสายอยู่สะดุดกึก นิ้วเรียวยาวชะงักค้าง ร่างสูงในเสื้อฮู้ดสีดำเงยหน้าขึ้นจากตัวเครื่องมือราคาแพง นัยน์ตาสีนิลคมกริบกวาดมองรุ่นน้องปีหนึ่งที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงประตู ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังร่างบางของพริ้ม ซึ่งกำลังงละมุนอยู่กับกองเอกสารสรุปแผนงานโปรเจกต์ดีเบตใหญ่ประจำมหาวิทยาลัย พริ้มเงยหน้าขึ้นทันที แววตาฉายความฉงนระคนกังวล เธอกวาดกระดาษในมือลงบนโต๊ะไม้ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “มีอะไรยัยตั้ม หน้าตาตื่นมาเชียว ใครทำตึกถล่มหรือไง” “ไม่ใช่ตึกถล่มครับพี่... แต่บอร์ดบริหารชมรมวิชาการกับฝ่ายกิจการนักศึกษา โพสต์ประกาศแก้ไขเกณฑ์การประเมินโปรเจกต์ดีเบตใหม่หมดเลยครับ แล้วเขากำลัง... กำลังวิจารณ์ว่าโครงร่างงานของฝั่งเรา โดยเฉพาะส่วนที่พี่พริ้มรับผิดชอบ มัน ‘ไร้รสนิยม ขาดมิติเชิงวิชาการ และสร้างความปั่นป่วนมากกว่าสร้างสรรค์’ ครับ!” สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องซ้อมที่เคยมีเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กลับเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา พริ้มขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความมั่นใจที่เคยฉายชัดในแววตาทุกครั้งเวลาเธอจับไมโครโฟนหรือร่างสคริปต์สั่นคลอนไปชั่วขณะ นิ้วมือที่ถือปากกาหมึกซึมเผลอกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกัดริมฝีปากล่างเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก คำว่า ‘ไร้รสนิยม’ จากปากคนมีอำนาจตัดสินใจ มันไม่ใช่แค่การติเพื่อก่อ แต่มันคือการพยายามดิสเครดิตตัวตนและความตั้งใจของเธออย่างจงใจ “หึ... วิจารณ์แรงดีนี่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ คีย์วางกีตาร์โปร่งในมือพิงขาตั้งอย่างทะนุถนอม ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่พริ้มยืนอยู่ ไหล่กว้างบังแสงไฟจากหลอดนีออนด้านบนจนเกิดเงาทาบทับร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง แววตาของประธานชมรมดนตรีสากลไม่ได้ฉายความโกรธเกรี้ยวแบบเด็กๆ แต่มันนิ่งสนิท เย็นชา และเต็มไปด้วยพลังกดดันที่น่าเกรงขามจนรุ่นน้องต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว “พี่คีย์...” พริ้มเงยหน้ามองเขา เสียงของเธอติดจะแห้งผากเล็กน้อยยามประสานสายตากับนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น “เธอจะทำหน้าหงอยทำไม” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่หางเสียงเจือความหงุดหงิดชัดเจน “ปกติเห็นเถียงฉันฉอดๆ ไม่ยอมแพ้ใครไม่ใช่เหรอ หรือพอเจอพวกผู้ใหญ่ใจแคบเข้าหน่อย ปากเก่งๆ ถึงได้หายไปหมด” “ฉันไม่ได้หงอย!” พริ้มสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่พวงแก้มขาวทันทีเมื่อโดนสบประมาท ความเสียใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความฮึดสู้ “ฉันแค่กำลังวิเคราะห์ว่าอีตากรรมการพวกนั้นใช้สมองส่วนไหนคิดเกณฑ์ประหลาดนี่ขึ้นมาต่างหาก งานฉันแก้ปัญหาตรงจุดและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่สุดแล้ว!” “ก็รู้ว่ามันตอบโจทย์ แล้วจะไปแคร์เสียงนกเสียงกาทำไม” คีย์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าคมสันอยู่ระดับเดียวกับเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนพริ้มต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเซอร์ของคนเล่นดนตรีลอยเข้ามาแตะจมูก “ถ้าพวกมันบอกว่าไร้รสนิยม เธอก็แค่ตอกหน้ามันด้วยผลงานที่สมบูรณ์แบบจนเถียงไม่ออก ไม่ใช่มายืนทำหน้าเหมือนปลาทองใกล้ตายอยู่ตรงนี้” “นี่พี่คีย์! ว่าฉันเป็นปลาทองเหรอ!” พริ้มแยกเขี้ยวใส่ทันที ความกลัวเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือแต่ความหมั่นไส้ล้วนๆ “ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ!” “ปากร้ายแต่พูดความจริง” คีย์สวนกลับมุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเยาะที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่พริ้มเคยเห็น “แล้วก็นะ... เลิกทำหน้าแบกโลกไว้คนเดียวสักที ใครวิจารณ์งานเธอ ก็เท่ากับวิจารณ์งานที่ฉันต้องขึ้นเวทีร่วมด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ฉันไม่ปล่อยไว้แน่” น้ำเสียงประโยคหลังลดความกวนประสาทลง เปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ทรงพลังจนพริ้มชะงัก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงความปกป้องและทัศนคติที่พร้อมชนกับทุกคนที่กล้าแตะต้องเธอ ในจังหวะที่เคมีระหว่างทั้งคู่กำลังคุกรุ่นด้วยความซึนปะทะความเก่งกาจ ประตูห้องซ้อมก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังชัดเจนตามด้วยรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษของ ‘ธันวา’ รองประธานชมรมดนตรีคู่แข่ง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารชุดใหม่ในมือ “อ้าว คุยอะไรกันอยู่เหรอครับท่าทางเครียดเชียว... อ๋อ เรื่องประกาศผลงานของพริ้มสินะครับ” ธันวาปรายตามองพริ้มด้วยแววตาสมเพชเจือความเยาะเย้ย ก่อนจะหันไปสบตาคีย์ด้วยรอยยิ้มที่คิดว่ามีเสน่ห์ที่สุด “พี่คีย์ครับ ผมบอกแล้วว่าให้เลือกคนที่มีประสบการณ์มากกว่ามาทำโปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรก ขืนปล่อยให้งานห่วยๆ แบบนี้ผ่านไป ชมรมเราจะเสียชื่อเสียงเปล่าๆ นะครับ” ห้องซ้อมทั้งห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที คีย์ไม่ได้หันไปมองธันวาแม้แต่น้อย ร่างสูงยังคงยืนประชิดโต๊ะของพริ้ม สายตาสีนิลหันขวับกลับมามองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่ทำเอาธันวาถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน “งานจะห่วยหรือไม่ห่วย...” คีย์ยืดตัวขึ้นช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานและเฉียบคมบาดลึก “ไม่ใช่ธุระอะไรที่คนแพ้คัดเลือกอย่างนายจะต้องมาออกความเห็น... ธันวา” ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเจอสายตาดุจพญาอินทรีของคีย์จ้องมอง แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ พริ้มกลับเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อฮู้ดของคีย์ไว้เบาๆ แล้วก้าวออกมายืนเคียงข้างเขา ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแบบที่ธันวาต้องเกลียดชัง “ขอบคุณนะธันวาที่เป็นห่วงงานฉัน” พริ้มฉีกยิ้มหวานหยดให้คู่แข่ง “แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า งานที่พวกนายบอกว่าไร้รสนิยมเนี่ย... ฉันกับพี่คีย์จะทำให้มันกลายเป็นมาสเตอร์พีซที่พวกนายไม่มีวันเทียบติดเลยคอยดู!” ธันวาหน้าเสีย กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ปากดีไปเถอะพริ้ม รอดูวันดีเบตจริงก็แล้วกัน ว่าเธอจะมีปัญญาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!” พูดจบธันวาก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องกลับมาอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการแข่งขัน พริ้มถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยมือออกจากชายเสื้อคีย์ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวถอยหลัง มือหนากลับคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน รั้งให้เธอหันกลับมาประชิดตัวเขาอีกครั้งในระยะที่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ “ใครอนุญาตให้เธอไปรับปากกับมันส่งเดชแบบนั้นฮึ” คีย์ก้มลงมองหน้าเธอ แววตาดุแต่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน “อ้าว ก็พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้ตอกหน้ามันด้วยผลงาน” พริ้มเชิดหน้าขึ้นเถียง ดวงตาเป็นประกายท้าทาย “หรือว่าประธานชมรมดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ เกิดกลัวขึ้นมาจริงๆ ซะแล้วล่ะ?” คีย์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะต่ำๆ ที่เซ็กซี่เป็นบ้า นิ้วเรียวยาวยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มให้อย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจพริ้มกระตุกวูบ “ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของเธอด้วยแล้ว” คีย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าเราทำออกมาได้ไม่ดีอย่างที่คุยไว้... เธอต้องถูกทำโทษนะ พริ้ม” “ทะ... ทำโทษอะไรของพี่!” พริ้มหน้าแดงซ่าน หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ คีย์ไม่ตอบ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสีนิลพราวระยับเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกซ่อนภายใต้มาดนิ่ง “ก็ทำโทษให้มาเป็นแฟนกับคนปากร้ายแบบฉันยังไงล่ะ...” คำพูดกระซิบแผ่วเบาที่ดังอยู่ริมฝีปาก ทำเอาพริ้มสมองขาวโพลน หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะได้อ้าปากเถียงหรือผลักเขาออก ประตูห้องซ้อมก็ถูกเปิดผางขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงตะโกนลั่นของรุ่นน้องคนเดิมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือในมือ “พี่คีย์! พี่พริ้ม! แย่แล้วครับ! ตอนนี้เพจสภานักศึกษาโพสต์คลิปเสียงลับที่อ้างว่าเป็นเสียงพี่พริ้มกำลังพูดดูถูกคณะกรรมการ... ยอดแชร์ทะลุพันไปแล้วครับ!” คีย์ชะงัก นัยน์ตาสีนิลที่พึงระบายความหวานใส่พริ้มเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความมืดสนิทในเสี้ยววินาที --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%