"ถ้าคิดว่าการเอาความลับเด็กอนุบาลมาขู่ จะทำให้ฉันยอมถอยเรื่องธีมงานเฟสติวัลล่ะก็... นายประเมินเด็กวาทศิลป์ต่ำไปหน่อยนะ คีย์"
ประโยคย้อนกลับที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมุมปากของพริ้ม ทำเอาบรรยากาศในห้องซ้อมพิเศษที่อวลกลิ่นฝุ่นและน้ำยาล้างกีตาร์ถึงกับอุณหภูมิลดฮวบทันที
ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อคำขู่เรื่องการแอบให้คนนอกเข้ามาใช้พื้นที่เลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอกลับกอดอกแล้วมองตรงมายังร่างสูงที่ยืนค้ำโต๊ะโน้ตเพลงด้วยสายตาท้าทาย เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้ลวกๆ สะบัดตามจังหวะการเอียงคอเล็กน้อย ยิ่งขับเน้นความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าสวยคมนั้นให้เด่นชัดขึ้น
คีย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน นิ้วเรียวยาวที่เคยเคาะจังหวะสบายๆ บนลำตัวกีตาร์โปร่งทรง Dreadnought ในมือ เปลี่ยนเป็นกำรอบคอกีตาร์แน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเกลียดความรู้สึกที่ถูกต้อนจนมุม และเกลียดรอยยิ้มเหนือกว่าของยัยตัวแสบตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
"คิดว่าฉันกำลังขู่เล่นๆ งั้นเหรอ พริ้ม?"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด คีย์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละนิด บังคับให้ร่างบางต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางแอมพลิฟายเออร์เครื่องเสียง แรงกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันทำให้พื้นที่หายใจแคบลงถนัดตา แต่พริ้มกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ ปลายจมูกรั้นแทบจะชนเข้ากับอกเสื้อนักศึกษาของอีกฝ่ายอยู่รำคาญ
"ถ้าอาจารย์ฝ่ายปกครองรู้ว่าประธานชมรมดนตรีผู้แสนเคร่งครัด แหกกฎระเบียบพา 'วงนอก' เข้ามาซ้อมเพลงร็อกใต้ดินในตึกนี้... นายคิดว่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่แปะอยู่บนหน้าผาก จะช่วยกี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ คีย์?" พริ้มกระซิบเสียงเบา ทว่าถ้อยคำกลับคมกริบเหมือนใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง
"เธอนี่มัน..." คีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตาสีนิลคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเธอ "ปากเก่งแบบนี้ น่าจับมัดแล้วโยนออกไปนอกหน้าต่างจริงๆ"
"เชิญเลย ถ้าทำแล้วธีมงาน 'Melody of Youth' ของชมรมวาทศิลป์จะถูกบรรจุเป็นธีมหลักของมหาลัยแทนที่ 'Classic Acoustic' ของนายนะ" พริ้มสวนกลับทันควันโดยไม่กะพริบตา "เรามาดีเบตกันให้รู้เรื่องตรงนี้เลยดีกว่า ว่าทำไมคอนเซปต์ดนตรีคลาสสิกเชยๆ ของนาย ถึงสมควรถูกปัดตกตั้งแต่รอบแรก"
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องซ้อมที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ ธันวา รองประธานชมรมดนตรีสากล ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงแววตารื่นเริงฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
"มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ เสียงดังไปถึงข้างนอกโน่นแน่ะ" ธันวาปรายตามองคีย์ที่ยืนประชิดตัวพริ้มอยู่ ก่อนจะก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ด้วยท่าทีนิ่มนวล "พริ้มเองก็... อย่าไปแกล้งคีย์เขามากนักเลยครับ ช่วงนี้เขากเครียดเรื่องงบประมาณจัดงานอยู่"
คีย์ถอยหลังออกมาครึ่งก้าว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ตามวิสัยของประธานชมรม เขาเสยผมลวกๆ พลางวางกีตาร์ลงบนขาตั้งอย่างทะนุถนอม ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ฉันไม่ได้เครียดเรื่องงบ..." คีย์เอ่ยเสียงเรียบ "ฉันแค่กำลังอธิบายให้คนไม่มีรสนิยมฟัง ว่าทำไมดนตรีถึงไม่ควรเอาไปผสมกับเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระ"
พริ้มหันขวับไปมองหน้าคีย์ทันที ดวงตาประกายไฟวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง "เพ้อเจ้อเหรอ? การที่วาทศิลป์เสนอให้ดนตรีมีเรื่องเล่า มีสตอรี่ไลน์ และเปิดพื้นที่ให้เด็กทุกคณะได้มีส่วนร่วม มันเรียกว่าการพัฒนา ไม่ใช่ความเพ้อเจ้อแบบโลกแคบของนาย!"
"โลกแคบ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ถ้าดนตรีมันต้องไปพึ่งพาน้ำลายหรือบทสคริปต์น้ำเน่าของพวกเธอถึงจะขายได้ ชมรมดนตรีสากลยุบตัวไปซะยังจะดีกว่า"
"พอเลยครับทั้งสองคน" ธันวายกมือขึ้นห้ามปรามด้วยน้ำเสียงประนีประนอม แต่แววตาที่มองพริ้มกลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นที่ซ่อนเร้น "ในเมื่อทั้งสองชมรมต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย งั้นเรามาตัดสินกันด้วยวิธีของลูกผู้ชาย... เอ๊ย วิธีของคนมีความสามารถดีกว่าไหมครับ?"
พริ้มเลิกคิ้วสูง "วิธีอะไร?"
"พรุ่งนี้ช่วงบ่าย ที่หอประชุมใหญ่ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางเพื่อโหวตเลือกธีมงานเฟสติวัล" ธันวาเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมานิดๆ "เรามาจัด 'ดีเบตสด' บนเวทีระหว่างประธานชมรมดนตรี กับตัวแทนจากชมรมวาทศิลป์ ใครพูดโน้มน้าวใจคณะกรรมการได้มากกว่า ธีมของฝ่ายนั้นชนะ... ว่าไงครับ กล้ารับคำท้าไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมชั่วขณะ คีย์หันไปสบตากับธันวาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมามองพริ้มที่กำลังเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิด แววตาของหญิงสาวไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีแต่ความท้าทายที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรค
"ดีเบตงั้นเหรอ?" พริ้มยิ้มรับ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างประหลาด "ก็ได้... ฉันจะทำให้นายรู้ว่าพลังของคำพูด มันสั่นสะเทือนสายกีตาร์พังๆ ของนายให้ขาดกระวิ่นได้ยังไง คีย์"
"ระวังคำพูดไว้ให้ดีเถอะ พริ้ม" คีย์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าข้างแก้มเนียน เสียงกระซิบต่ำทุ้มดังลอดผ่านริมฝีปากของเขาที่โน้มลงไปใกล้จนน่าใจหาย "เพราะถ้าเธอแพ้... เธอต้องเป็นเบ๊รับใช้ชมรมดนตรีตลอดเทอมนี้"
พริ้มสะดุ้งเล็กน้อยกับความใกล้ชิดกะทันหัน หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้ด้วยการเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง
"และถ้าฉันชนะ..." พริ้มกระซิบตอบเสียงพร่า ลลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันจนแยกไม่ออก "นายต้องเป็นคนดีดกีตาร์บรรเลงเพลงประกอบการนำเสนอธีมของฉัน... ด้วยชุดมาสคอตหมีเทדיอาคารเรียน ตลอดงานเฟสติวัล"
คีย์ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่พริ้มเคยเห็นมา
"ดีมากลงตัว..." คีย์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาสีนิลพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "เตรียมตัวใส่ชุดหมีรอได้เลย..."
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดและสายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมายจนแทบจะหลอมละลาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับร่างของอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมดนตรีที่ก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าเคร่งเครียด
"คีย์! ธันวา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนปล่อยคลิปที่พวกเธอแอบซ้อมดนตรีกับวงนอกหลุดไปในเพจมหาลัย ตอนนี้ยอดแชร์ทะลุพันไปแล้ว!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับจังหวะหัวใจบทที่ 2 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 2
วาทศิลป์ vs จังหวะกีตาร์
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!