ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 1

เสียงแตกในวันคัดตัว

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงสายกีตาร์โปร่งเบอร์สิบเอ็ดที่ถูกดีดพลาดด้วยแรงอารมณ์ดัง "แกร๊ง!" สะท้อนก้องไปทั่วห้องซ้อมดนตรีเก็บเสียงขนาดใหญ่ของอาคารกิจกรรมนักศึกษา กลิ่นอับของพรมเก่าผสมกับกลิ่นโลหะจากขาตั้งไมค์และหยาดเหงื่อจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันก็ยังไม่น่าอึดอัดเท่ากับบรรยากาศการเผชิญ้าระหว่างคนสองคนในเวลานี้ "ถ้าคิดจะใช้เสียงแหบๆ กับจังหวะเพี้ยนๆ มาพังการคัดตัวรอบสุดท้ายของชมรมดนตรีสากล ผมแนะนำให้เดินกลับไปท่องสคริปต์โต้วาทีที่ตึกอักษรฯ จะดีกว่านะครับ คุณพริ้ม" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง ร่างสูงโปร่งของ **คีย์** ประธานชมรมดนตรีสากลในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ทิ้งตัวพิงสะโพกกับขอบโต๊ะมิกเซอร์ สายตาดุคมราวกับเหยี่ยวจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรำคาญระคนดูแคลน นิ้วเรียวยาวเคาะจังหวะบนปุ่มปรับแต่งเสียงดัง *ตอด... ตอด...* เป็นจังหวะที่สร้างความกดดันให้คนฟังได้ดีเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาจับเวลา **พริ้ม** เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอกอดอกแน่นจนเนื้อผ้าเสื้อเบลาส์สีขาวตึงเปรี๊ยะ ไม่ยอมลดละสายตาให้กับความเย่อหยิ่งของไอ้ประธานหน้าหล่อปากปีจอคนนี้แม้แต่น้อย "ฟังให้ดีนะคะ คุณประธานคีย์ ฉันไม่ได้มาสมัครเป็นนักร้องนำวงร็อกสลัมของคุณ เพื่อให้คุณมาวิจารณ์เสียงของฉันแบบไร้คลาสแบบนี้ ฉันแค่... จะมาใช้ห้องซ้อมนี้จัดรายการพอดแคสต์วิทยุมหาลัยในนามชมรมวาทศิลป์ ซึ่งทางคณบดีก็เซ็นอนุมัติเอกสารตราครุฑมาให้เรียบร้อยแล้วด้วยซ้ำ!" พริ้มกระแทกแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงบนโต๊ะกระจกกลางห้องเสียงดังสนั่น เพื่อยืนยันสิทธิ์ที่เธอถือครองอยู่เหนือตารางซ้อมอันศักดิ์สิทธิ์ของพ่อทูนหัวคนนี้ คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาไม่ได้สนใจกระดาษแผ่นนั้นเลยสักนิด สายตาคมกวาดมองผู้หญิงตัวเล็กแต่ปากกล้าตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินค่า "เอกสารน่ะเซ็นจริง แต่ตารางเวลาในระบบส่วนกลางมันบอกว่าห้องนี้ถูกจองโดยชมรมดนตรีสากลเพื่อเตรียมงานเฟสติวัลตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงสัปดาห์หน้า... หรือว่าเด็กวาทศิลป์อย่างคุณ อ่านหนังสือภาษาไทยไม่แตกฉาน ถึงไม่รู้ว่าคำว่า 'สิทธิ์ขาด' มันแปลว่าอะไร?" "นี่คุณ!" พริ้มก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับอกเสื้อของเขา "อย่ามาทำเป็นเก่งภาษานะคะคุณคีย์ ฉันน่ะตัวแทนโต้วาทีระดับประเทศ พูดเร็วกว่าที่คุณดีดกีตาร์เสียอีก ถ้าคุณยังดื้อดึงจะไล่ฉันออกไปจากห้องนี้ ทั้งๆ ที่ฉันมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ส่วนกลางเหมือนกันล่ะก็ ฉันจะฟ้องสโมสรนักศึกษาข้อหาใช้อำนาจบาตรใหญ่กลั่นแกล้งชมรมอื่นให้เป็นเรื่องใหญ่โตแน่!" ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงคืบทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นซิตรัสสะอาดๆ จากตัวพริ้มลอยเข้าแตะจมูกของคีย์ ชั่ววินาทีนั้นแววตานิ่งสนิทของประธานหนุ่มไหววูบไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเพอร์เฟกต์มาราธอนกลับสะดุดกึกอย่างไร้สาเหตุ แต่ภายนอกเขายังคงตีสีหน้าเรียบเฉย ปากคอเราะร้ายสวนกลับทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนแปลกประหลาดในอก "ฟ้องเลยครับ เผื่อคนทั้งมหาลัยจะได้รู้ว่า... ดาววาทศิลป์ผู้แสนฉลาดเฉลียวคนนี้ กำลังจะเข้ามาแย่งพื้นที่คนอื่นเพราะไม่มีปัญญาหาห้องอัดเสียงของตัวเอง" คีย์ก้มหน้าลงต่ำเล็กน้อยเพื่อกดดันกลับ ระยะประชิดนี้ทำให้พริ้มต้องเงยหน้ามองเขา ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประกายไฟแห่งความทิฐิพุ่งชนกันเปรี๊ยะๆ ในอากาศรอบตัวที่แทบจะไม่มีช่องว่าง พริ้มหายใจติดขัด หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่ใช่เพราะกลัว... แต่เป็นเพราะรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดในสามโลกของคนตรงหน้าต่างหากที่มันกวนใจเธอเหลือเกิน! "ปากดีแบบนี้ ระวังจะกลืนน้ำลายตัวเองนะคะคุณคีย์" พริ้มเค้นเสียงลอดไรฟัน ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนแทบจะแนบชิด "ฉันจะนั่งทำพอดแคสต์ตรงนี้แหละ ต่อให้คุณจะดีดกีตาร์จนสายขาดกระเด็นใส่หน้า ฉันก็ไม่ถอยห่างจากเก้าอี้ตัวนี้หรอกนะ!" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับพินิจพิจารณาใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นเขี้ยวของคนตัวเล็ก เขาชอบเวลาเถียงกันแบบนี้... ชอบเวลาที่ดวงตากลมโตคู่นั้นลุกโชนไปด้วยไฟท้าทาย มากกว่าแววตาหวาดกลัวหรือเกรงอกเกรงใจเหมือนที่คนอื่นมักจะใช้มองเขา มือเรียวยาวของประธานหนุ่มเอื้อมไปควบคอเสื้อกีตาร์โปร่งตัวโปรดขึ้นมาสะพายพาดบ่าอย่างคล่องแคล่ว ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวพริ้มจนเธอต้องผถอนหลังไปชนกับชั้นวางโน้ตเพลงโดยอัตโนมัติ คีย์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูบาง เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมใบหูจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "อยากลองดีกับผมเหรอครับ... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เพราะถ้าคุณทนฟังเสียงกีตาร์ของผมจนจบเพลงไม่ได้... คนที่จะต้องร้องไห้งอแงเดินออกไปจากห้องนี้ จะไม่ใช่ผม... แต่จะเป็นคุณต่างหาก" บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบลงทันที เสียงหัวใจของพริ้มเต้นโครมครามดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เธอกำหมัดแน่นพยายามจะเปิดปากเถียงกลับเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่ยังไม่ทันที่คำพูดเผ็ดร้อนประโยคไหนจะหลุดออกจากริมฝีปาก... *แอ๊ด...* เสียงประตูห้องซ้อมดนตรีบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ **ธันวา** รองประธานชมรมดนตรีสากลที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าคมคายยิ้มแย้มแต่แววตากลับฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด "คีย์... แย่แล้ว! อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกตัวนายด่วนเลย บอกว่าเรื่องงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่มีปัญหา... เอ๊ะ... แล้วนี่..." ธันวาชะงักฝีเท้าลงเมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ประธานหนุ่มคนเก่งกำลังยืนกักตัวดาวชมรมวาทศิลป์สาวสวยไว้แนบชิดกับชั้นวางโน้ตเพลงในระยะประชิดชนิดที่เกือบจะจูบกันอยู่รอมร่อ! ดวงตาของธันวาหรี่แคบลงด้วยความริษยาที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มสุภาพ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคทำลายบรรยากาศขึ้นมาเสียงดัง "ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะ... แต่ดูเหมือนว่า 'ความลับ' ที่นายพยายามซ่อนไว้เรื่องที่แอบให้คนนอกเข้ามาใช้ห้องซ้อมพิเศษ... คงปิดอาจารย์ไม่มิดซะแล้วล่ะมั้ง คีย์?" ขอบคุณที่แวะมาสัมผัสดนตรีหัวใจบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%