"ถ้าโน้ตตัวนี้ยังเพี้ยนอีกรอบ ผมจะยึดปิ๊กของคุณพริ้มไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของชมรมดนตรีสากลถาวรเลยนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่นิ้วเรียวยาวของผมหยุดสายกีตาร์โปร่งคาร์บอนไฟเบอร์รุ่นสะสม เสียงกังวานของมันยังคงค้างอยู่ในห้องซ้อมกระจกเก็บเสียงที่เงียบสงบ แต่บรรยากาศข้างในกลับร้อนระอุราวกับมีกองไฟย่อมๆ สุมอยู่ตรงกลาง
พริ้มชักมือกลับจากการจับคอร์ด F ที่ยากเย็นแสนเข็ญ ดวงตากลมโตตวัดมองผมทันทีด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอยืนกอดอกพิงผนังห้องซ้อม ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยและอารมณ์ที่ตีรวนผสมกัน
"คุณคีย์นี่มันเผด็จการเบอร์ไหนคะเนี่ย! แค่ฉันกดไม่ทันจังหวะที่คุณดีดส่งมาแค่นี้ ถึงกับจะยึดปิ๊กนำโชคของฉันเลยเหรอ ใจร้ายเกินไปแล้วนะ" เสียงใสๆ หวานหูแต่วาจาคมกริบตอบกลับมาทันควัน สมกับที่เป็นดาวเด่นชมรมวาทศิลป์ที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
ผมถอนหายใจยาว แกล้งทำเป็นเสมองfretboard กีตาร์ในมือเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังมุมปากขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงแล้วปิ๊กสีฟ้าพาสเทลลายก้อนเมฆอันนั้นน่ะ ผมแอบจำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอทำตกไว้บนโต๊ะทำงานของผมแล้วต่างหากล่ะครับ แต่ใครจะยอมบอกออกไปตรงๆ กันเล่าว่าผมเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อนักศึกษาใกล้หัวใจที่สุดต่างหาก
"ไม่ได้ใจร้ายครับ แต่เขาเรียกว่าความยุติธรรมของการทำงานร่วมกัน คุณเสนอตัวอยากมาช่วยทำโปรเจกต์เพลงประกอบการจัดรายการวิทยุของชมรมวาทศิลป์คู่กับชมรมดนตรีเองนะพริ้ม... หน้าที่ก็คือหน้าที่ครับ" ผมจงใจเน้นเสียงคำว่า 'หน้าที่' พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งๆ
ดวงตาคู่นคมของพริ้มหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด เธอก้าวเท้าเข้ามาประชิดหน้าโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ที่ผมนั่งอยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่เธอเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ
"งั้นเหรอคะ... หน้าที่เหรอ หรือว่าคุณแค่อยหาเรื่องแกล้งฉันเล่นกันแน่ คุณคีย์ ประธานชมรมมาดนิ่งผู้ไม่เคยชายตาแลใคร แต่วันนี้กลับมานั่งเคี่ยวเข็ญให้ฉันซ้อมกีตาร์จนนิ้วพองเนี่ยนะ แปลกพิลึกแฮะ" พริ้มเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อย รอยยิ้มที่ฉลาดเป็นกรดจนผมต้องรีบหลบสายตาไปทางอื่นเพื่อรักษาฟอร์ม
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับ ผมแค่ไม่อยากให้งานของชมรมดนตรีต้องเสียชื่อเพราะความอ่อนซ้อมของคุณต่างหาก" ผมสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในอกข้างซ้ายตอนนี้มันจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าเธอจะได้ยินเสียงมันด้วยซ้ำ
พริ้มหัวเราะในลำคอเบาๆ "ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะ... เชอะ! อ่อนซ้อมเหรอ งั้นมาลองดูอีกสักตั้งสคะคุณประธานจอมเนี๊ยบ เอาให้โน้ตทุกตัวมันตรงเป๊ะจนคุณหาเรื่องติไม่ได้เลยคอยดู!"
เธอกลับไปยืนประจำที่ หยิบกีตาร์โปร่งตัวย่อมขึ้นมาสะพายบ่า ท่าทางทะมัดทะแมงและมุ่งมั่นทำให้ประกายในตัวเธอดูน่ามองอย่างประหลาด ผมมองภาพนั้นผ่านเงาสะท้อนของกระจกเงาบานใหญ่ในห้องซ้อม ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้เธอโดยไม่ทันให้เธอตั้งตัว
"คุณ... จะทำอะไรน่ะ" พริ้มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงาของผมทาบทับลงบนร่างเธอ
ผมไม่ได้ตอบคำอธิบายอะไรออกไป มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปจับประคองข้อมือและข้อศอกของเธอ จัดท่าทางในการจับคอร์ดและการวางนิ้วบนคอกีตาร์ให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์อย่างใกล้ชิด ไออุ่นจากตัวเธอแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดนักศึกษาเข้ามาจนผมรู้สึกร้อนผ่าวที่ฝ่ามือ ขณะที่พริ้มเองก็นิ่งค้างไปอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่คืบ
"จับแบบนี้... นิ้วโป้งต้องอยู่หลังคอกีตาร์ ไม่ใช่กำไว้แบบนั้นครับ" เสียงของผมกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอโดยไม่รู้ตัว มันแผ่วเบาและใกล้ชิดเสียจนผมสัมผัสได้ถึงขนอ่อนที่ต้นคอของเธอที่ลุกชันขึ้น
"อะ...อืม รู้แล้วค่ะ ไม่ต้องมาใกล้ขนาดนี้ก็ได้มั้งคะ คุณคีย์" พริ้มพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่มือของเธอก็ยังอยู่ในอุ้งมือของผมอยู่ดี ความเงียบในห้องซ้อมเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงจังหวะหัวใจของคนสองคนที่ดังประสานกันอย่างไร้ท่วงทำนอง
ผมก้มมองข้อมือของเธอที่อยู่ในมือ แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตที่ตอนนี้ฉายแววความสับสนและไหวระริกอย่างปิดไม่มิด เคมีที่มักจะปะทะกันด้วยคารมคมคายเมื่อครู่ มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศหวานละมุนที่อบอวลอยู่รอบตัวราวกับเสียงเพลงช้าๆ ที่กำลังบรรเลงคลอเบาๆ
"ถ้าไม่ใกล้... แล้วคุณจะจำสัมผัสที่ถูกต้องได้ยังไงล่ะครับ" ผมกระซิบเสียงพร่า สายตาจดจ้องริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่าของเธอโดยไม่รู้ตัว
พริ้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นนิดๆ "คุณ... เริ่มอันตรายเกินไปแล้วนะคีย์..."
ผมยิ้มมุมปาก ยอมผถอยตัวออกห่างมาหนึ่งก้าวอย่างเสียดาย แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิม "งั้นก็ตั้งใจซ้อมต่อสครับ เพลงนี้เราต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบที่สุด... เพื่อโปรเจกต์ของเรา"
เราทั้งคู่กลับมาตั้งหน้าตั้งตาซ้อมเพลงกันต่อ แต่บรรยากาศมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งที่นิ้วดีดผ่านสายกีตาร์ สายตาของเรามักจะแอบสบกันผ่านกระจกเงาอยู่เสมอ มันคือความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เป็นท่วงทำนองของหัวใจที่กำลังเต้นตรงกันอย่างไม่ต้องมีโน้ตเพลงมากำหนด
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบและโรแมนติกแบบไม่ทันตั้งตัวนั้น ก็ต้องสะดุดลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องซ้อมดัง "ปัง!" ขึ้นอย่างไร้มารยาท
ผมกับพริ้มหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกัน
ร่างสูงโปรดของ "ธันวา" รองประธานชมรมดนตรีสากลยืนหอบหายใจเล็กน้อยอยู่ที่กรอบประตู ใบหน้าคมคายที่มักจะตีหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอตอนนี้กลับบึ้งตึง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เราสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกันเกินความจำเป็น
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะครับ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย พอดีผมมีเรื่องด่วนมากๆ ต้องคุยกับคุณคีย์เกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่..." ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงให้เป็นปกติ แต่แววตาที่มองพริ้มนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเปิดเผย
พริ้มขยับตัวถอยหลังออกห่างจากผมทันที สีหน้ากลับมาเรียบเฉยและตั้งการ์ดป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ
ผมขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นมาแทนที่บรรยากาศหวานๆ เมื่อครู่ในทันทีที่เห็นหน้าธันวา
"มีเรื่องอะไรก็ว่ามาครับธันวา ทำไมต้องเดินเข้ามาเสียมารยาทแบบนี้" ผมเอ่ยเสียงแข็งใส่รองประธานชมรมทันที
ธันวายิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย เดินตรงเข้ามาใกล้ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารในมือมาให้ผม แต่สายตากลับเหลือบมองกีตาร์ในมือพริ้มสลับกับผมด้วยรอยยิ้มแปลกๆ
"เรื่องงบประมาณน่ะเรื่องเล็กครับคีย์ แต่เรื่องใหญ่กว่านั้นคือ... ข้างนอกโน่นน่ะ ตอนนี้เขากำลังลือกันสนั่นตึกคณะแล้วนะสิว่า ประธานชมรมดนตรีคนเก่ง กำลังแอบซั้วสุมกับเด็กวาทศิลป์สองต่อสองในห้องซ้อมจนลืมเวลา... และที่แย่กว่านั้นคือ มีคนเห็น *'คนคนนั้น'* กำลังเดินมาที่ตึกนี้ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ"
คำพูดของธันวาทำให้ผมชะงักไปทันที ขณะที่พริ้มเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
*ครืดดด—!*
เสียงผลักประตูห้องซ้อมด้านหลังธันวาถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานีอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูด้วยใบหน้าเรียบตึงและแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอลุ้นไปกับจังหวะหัวใจของพริ้มและคีย์นะครับ!
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 23
หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเพลง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!