ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 24

ใครบางคนเริ่มก้าวก่าย

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชมรมสักที ธันวา... นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งว่าฉันควรจะยืนอยู่ตรงไหน หรือต้องคุยกับใคร" เสียงของพริ้มตวัดขึ้นด้วยโทนเสียงเรียบนิ่งแต่นิ่งสงบจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้หลบเลี่ยงความกดดันที่อีกฝ่ายจงใจแผ่ใส่แม้แต่น้อย เธอยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องซ้อมดนตรีใหญ่ ขณะที่ปลายนิ้วยังคงคีบกระดาษโน้ตเพลงสำหรับงานดีเบตประจำมหาวิทยาลัยไว้หลวมๆ ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างมักง่าย เขาก้าวเข้าไปใกล้พริ้มอีกก้าวโดยจงใจใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงข่มขวัญ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ สะท้อนภาพความหงุดหงิดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพจอมปลอม "ผมไม่ได้ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของครับ พริ้ม... ผมแค่เตือนในฐานะคนที่ทำงานร่วมกับคีย์มานานกว่าคนนอกอย่างคุณ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'คนนอก' พร้อมกับกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า "คนบางคนเพิ่งเข้ามาในวงโคจรของพวกเราแท้ๆ แต่ทำไมถึงชอบทำตัวเป็นจุดศูนย์กลางจังล่ะครับ หรือคิดว่ามีประธานชมรมคอยหนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้" บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเสียงดนตรีและโน้ตเพลง บัดนี้กลับถูกแช่แข็งด้วยคลื่นความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กีตาร์โปร่งตัวเก่งของคีย์ที่วางพิงอยู่บนขาตั้งใกล้กับโซฟาตัวยาวดูเหมือนจะเงียบงันเป็นพยานให้กับศึกน้ำลายที่กำลังปะทุขึ้น พริ้มแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลับเป็นฝ่ายก้าวประชิดเข้าไปจนธันวาชะงักไปชั่วขณะ "คนนอกเหรอคะ? แปลกจัง... ฉันจำได้ว่างานดีเบตครั้งนี้เป็นโปรเจกต์ร่วมระหว่างชมรมวาทศิลป์กับชมรมดนตรีสากล ถ้าฉันเป็นคนนอก แล้วตำแหน่งรองประธานชมรมดนตรีอย่างคุณ ที่กำลังยืนก้าวก่ายงานของคนอื่นอยู่ตอนนี้... เรียกว่าอะไรล่ะคะ? เสือกเหรอ?" "พริ้ม!" ธันวาหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคมตวัดมองหญิงสาวอย่างเหลืออด ความสุภาพที่เคยเสแสร้งหลุดลุ่ยลงจนหมดสิ้นเมื่อเจอฝีปากคมกริบที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใคร "ทำไมคะ? เรียกชื่อฉันดังขนาดนี้ กลัวคนอื่นไม่ได้ยินเหรอว่าคุณกำลังใช้อารมณ์กับผู้หญิงที่ทำงานร่วมกันอยู่" พริ้มลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของธันวาคือการรักษาภาพลักษณ์แสนดีต่อหน้าคนอื่น แต่ในห้องนี้เวลานี้ ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขา... และคนที่กำลังจะเดินเข้ามา ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอประมาณ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟดำและไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายนอกเล็ดลอดเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคีย์ที่เดินถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที เขาก็อ่านเกมทุกอย่างขาดกระวิ่นโดยไม่ต้องมีใครอธิบาย "เสียงดังไปถึงข้างนอก... มีเรื่องอะไรกัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอกที่จะทำให้บทสนทนาอันร้อนระอุเมื่อครู่หยุดชะงักลงทันที คีย์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ง จนกระดาษด้านในไหวเล็กน้อย เขายืนกอดอก มองหน้าธันวาสลับกับพริ้มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่รังสีความไม่พอใจแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน ธันวาเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่น่าสมเพชในสายตาของพริ้ม เขาปรับน้ำเสียงให้ดูนุ่มนวลและน่าสงสารทันทีราวกับคนละคน "เปล่าหรอกครับคีย์... ผมแค่คุยเรื่องงานกับพริ้มเรื่องกำหนดการซ้อมรอบถัดไปนิดหน่อยเอง พอดีพริ้มเขา... ค่อนข้างมีความคิดเป็นของตัวเองสูงน่ะครับ ผมเลยแนะนำอะไรไปนิดหน่อย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่" พริ้มถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อยให้กับความตลบตะแลงขั้นเทพของอีกฝ่าย เธอรีบสวนกลับทันควัน "นิดหน่อยบ้าอะไรล่ะคีย์! นายคนนี้เพิ่งจะบอกว่าฉันเป็น—" "พริ้ม" คีย์เอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบ สายตาคมกริบหันมาสบตากับเธอ นิ่งสนิทจนพริ้มต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงคอด้วยความขัดเคืองใจ ทำไมล่ะ? คีย์จะเข้าข้างเจ้าบ้านี่หรือไง? หัวใจของพริ้มหล่นวูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะเป็นคนปากเก่งและไม่ยอมคน แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับแคร์ความรู้สึกของคนตรงหน้ามากกว่าที่ตัวเองกล้าสารภาพออกไป ธันวาแอบยعิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นคีย์หันไปปรามพริ้ม เขายิ่งได้ใจและพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ช่างเถอะครับคีย์ ผมไม่อยากมีปัญหากับพริ้มหรอก ถือว่าผมพูดมากไปเองก็แล้วกัน เดี๋ยวผมขอตัวไปเคลียร์เรื่องเครื่องเสียงข้างนอกก่อนนะครับ" ธันวาเดินผ่านตัวคีย์ไป พร้อมกับแกล้งไหล่กระแทกแขนอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงแสดงความสนิทสนมและพวกเดียวกัน ก่อนจะเหลือบมองพริ้มด้วยสายตาเย้ยหยันครั้งสุดท้ายแล้วเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูกระจกตามหลังเสียงดังทึบ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมดนตรีอีกครั้ง พริ้มยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวประสานกันแน่นจนข้อต่องอขาว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังคงค้างคาอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะธันวา แต่เป็นเพราะท่าทีเฉยชาของคีย์ต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางกลางฝูงชน "นายพอใจแล้วใช่ไหม..." พริ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเธოსั่นเล็กน้อยด้วยความน้อยใจที่พยายามปกปิด "ถ้าจะมาแก้ตัวแทนเพื่อนรักของนาย หรือจะมาบอกว่าฉันเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ก็เชิญพูดมาได้เลยนะคีย์ ฉันพร้อมฟังแล้ว" คีย์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน เขามองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังเชิดหน้าขึ้นพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ภาพของพริ้มในยามที่พยายามเข้มแข็งแต่นัยน์ตากลับไหวระริก มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขาอย่างจัง ร่างสูงก้าวเข้าไปหาทีละก้าวอย่างช้าๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของคีย์ลอยแตะจมูกพริ้ม พร้อมกับเงาของเขาที่ทาบทับร่างเธอไว้จนหมดสิ้น "นายจะทำอะไร..." พริ้มถอยหลังจนสะโพกชนติดขอบโต๊ะ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความระแวง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คีย์ไม่ตอบ เขาเอื้อมมือทั้งสองข้างไปวางทับบนขอบโต๊ะด้านหลังของพริ้ม กักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขากลายๆ ดวงตาคมกริบก้มลงมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเพราะความเขินอายที่อยู่ใกล้กันเกินไป) "ใครบอกว่าฉันจะเข้าข้างมัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน แววตาที่เคยนิ่งสนิทเมื่อครู่กลับลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายและร้อนแรง พริ้มชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก "แล้ว... ทำไมเมื่อกี้ถึงสั่งให้ฉันเงียบ..." "เพราะฉันไม่อยากให้เสียงของเธอไปเปล่าประโยชน์กับคนแบบนั้น" คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนปลายจมูกของพริ้ม ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปชั่วขณะ "และที่สำคัญ..." ปลายนิ้วอุ่นจัดของคีย์เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของพริ้มแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกปากร้ายโดยสิ้นเชิง ทำเอาพริ้มตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป "ฉันไม่ชอบให้ใครมาทำหน้าแบบนี้ใส่เธอ... โดยเฉพาะตอนที่ฉันยังไม่ได้เป็นคนทำ" พริ้มเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวราวกับตีกลองชุดในจังหวะสปีดคอร์ส "นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย คีย์" "ไม่ได้บ้า" คีย์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "แต่ถ้าเธอยังดื้อแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้อีก... ฉันอาจจะเผลอทำมากกว่าแค่กักตัวเธอไว้ตรงนี้ก็ได้นะ" บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังละลายหายไปกับความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่ง และก่อนที่พริ้มจะได้หาคำพูดคมคายมาโต้เถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนั้น "พริ้ม! คีย์! อยู่ข้างในหรือเปล่า... พอดีอาจารย์ฝากเอกสาร—" เสียงเปิดประตูห้องพร้อมกับร่างของธันวาที่ผลักเข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมกับเอกสารในมือ ทำให้ทั้งคู่ต้องกระโดดแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟช็อต! ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมอินไปกับจังหวะหัวใจของพริ้มและคีย์นะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%