"ถอยไปคีย์... นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันทำอะไรทั้งนั้น"
น้ำเสียงของพริ้มสั่นพร่า แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวในขณะที่เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับขอบโต๊ะทำงานในชมรมวาทศิลป์ แรงหึงหวงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในบรรยากาศ ราวกับออกซิเจนในห้องนี้ถูกสูบหายไปจนหมดสิ้นด้วยสายตาคมกริบของประธานชมรมดนตรีสากล
คีย์ไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูดทันที เขายืนนิ่งในชุดนักศึกษาที่เนี๊ยบกริบเหมือนทุกวัน แววตาที่เคยฉายแววดุดันเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เดาทางไม่ได้ มือที่เคยประคองท้ายทอยเธอวางลงข้างลำตัวอย่างเชื่องช้า ก่อนจะยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่เขากำชับให้ร้านหน้ามหาลัยชงแบบลดหวานน้อยพิเศษมาให้เธอ
"ดื่มซะ... เดี๋ยวจะพาลเป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน แล้วหาว่าผมใจร้าย" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าจังหวะการเว้นวรรคนั้นกลับดูเกร็งๆ อย่างเห็นได้ชัด
พริ้มมองแก้วในมือนั้นด้วยแววตาสั่นระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "เอาของกินมาล่อเหรอครับ คิดว่าคนอย่างฉันจะหายโกรธเพราะกาแฟแก้วเดียวหรือไง? นายคิดว่าฉันเป็นใคร... หรือคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาทำแบบนี้"
"ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น" คีย์สวนกลับทันควัน แววตาของเขาไหววูบไปชั่วครู่ "ก็แค่... ไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าเด็กในชมรมวาทศิลป์ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะตาย มันดูเสียชื่อชมรมดนตรีของผมที่ต้องมาเกี่ยวข้องด้วย"
คำพูดปากเสียที่พ่นออกมาเหมือนกลไกป้องกันตัวของคนซึน แต่ทว่ามือที่ถือแก้วกาแฟนั้นกลับขยับเข้าใกล้ตัวพริ้มมากขึ้นอีกนิด คีย์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้กีตาร์ที่คุ้นเคย
พริ้มไม่ยอมแพ้ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้น "ถ้าไม่ได้คิดอะไร ก็วางไว้แล้วออกไปครับ พื้นที่ตรงนี้มันไม่เหมาะกับคนที่ชอบตัดสินคนอื่นจากความระแวงของตัวเอง"
คีย์ขบกรามแน่น สันกรามของเขานูนเด่นชัด เขากำลังพยายามสะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างใน หากนี่เป็นเวทีคอนเสิร์ต เขาสามารถบรรเลงเพลงให้คนทั้งฮอลล์คลั่งไคล้ได้ แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ทุกท่วงทำนองในใจเขากลับเพี้ยนไปหมดเพียงเพราะเธอหันไปยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น
"เออ... จะให้ขอโทษยังไงถึงจะพอใจ" คีย์ลดกำแพงลงช้าๆ น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ "ผมแค่ไม่ชอบ... ไม่ชอบที่เห็นนายไปคุยกับไอ้ธันวา มันไม่ใช่คนที่จะมาทำท่าทางสนิทสนมกับเธอได้ เข้าใจไหมพริ้ม?"
"ทำไมฉันต้องเข้าใจนาย? ในเมื่อสถานะของเรามันยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำ!" พริ้มสวนกลับทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว เธอตัดสินใจทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้อง "นายชอบฉัน นายหึงฉัน นายห่วงฉัน... แต่สุดท้ายนายก็แค่ขีดเส้นให้ฉันเดินตามความพอใจของนายแบบนี้เหรอครับคีย์?"
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องชมรม คำถามที่ตรงไปตรงมาของพริ้มเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของคนที่ไม่เคยยอมรับความรู้สึกตัวเองอย่างคีย์ให้ทะลุปรุโปร่ง คีย์ชะงักไป เขาวางกาแฟลงบนโต๊ะด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะคว้าข้อมือของพริ้มไว้เบาๆ ไม่ให้เธอเดินหนี
"สถานะเหรอ..." คีย์แค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับจริงจังจนน่าตกใจ "ถ้าสถานะมันคือสิ่งที่เธอต้องการ... งั้นก็ฟังให้ดีนะพริ้ม"
เขาขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มใส พริ้มใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกลั้นหายใจรอฟังคำสารภาพที่ดูเหมือนจะเป็นการก้าวข้ามเส้นที่เขาเคยตั้งไว้ แต่ทว่าก่อนที่คีย์จะได้พูดอะไรออกมา เสียงผลักประตูบานใหญ่ของห้องชมรมก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้า
"คีย์! เธอมาอยู่ที่นี่เองเหรอ! ฉันตามหาตั้งนาน!"
ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก สายตาของเขามองสลับระหว่างคีย์ที่ยังคงจับข้อมือพริ้มไว้ กับหญิงสาวที่ยืนหน้าแดงก่ำ ธันวากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่
"งานซ้อมใหญ่ของวงกำลังจะเริ่มแล้วนะคีย์ นายลืมไปแล้วหรือไงว่าวันนี้มีประชุมด่วนกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องงบประมาณ... หรือมัวแต่มาเสียเวลากับ 'คนนอก' อยู่ตรงนี้?"
มือของคีย์ที่จับข้อมือพริ้มอยู่ค่อยๆ คลายออกช้าๆ แววตาของเขาที่เคยมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันทีตามสัญชาตญาณของการถูกจับได้ว่าทำสิ่งที่ "ไม่ควรทำ"
พริ้มมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความคาดหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นพังทลายลงในพริบตา เธอรวบรวมสติแล้วดึงมือกลับ พร้อมกับหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาแล้วยัดใส่มือคีย์คืน
"ไปเถอะครับ... ประธานชมรมดนตรีผู้แสนยุ่งเหยิง" พริ้มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบ "เรื่องที่ค้างคาไว้วันหลังค่อยว่ากันใหม่... หรือถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็ไม่ต้องพูดเลยจะดีกว่า"
คีย์หันกลับมามองพริ้มเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเขาดูเหมือนจะอยากพูดอะไรบางอย่างที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่เขากลับเลือกที่จะหันหลังแล้วเดินตามธันวาออกไป โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
แต่ในจังหวะที่คีย์เดินผ่านประตูไปนั้นเอง เขากลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหันโดยไม่หันหน้ากลับมา
"พรุ่งนี้... เลิกเรียนรอที่ห้องซ้อม" เขาพูดทิ้งท้ายด้วยเสียงที่เบาแต่หนักแน่น "อย่าเพิ่งปฏิเสธจนกว่าจะได้ฟังคำตอบของผม... ให้จบ"
พริ้มยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม กาแฟในแก้วที่เขานำมายังคงอุ่นอยู่บนโต๊ะ ทิ้งไว้เพียงคำถามที่ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ พร้อมกับการจากไปของเขาที่ทิ้งความสับสนไว้ให้เธอเต็มหัวใจ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรอลุ้นไปกับจังหวะหัวใจของพริ้มและคีย์นะครับ!
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 22
การขอโทษฉบับคนซึน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!