ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 21

เงียบใส่กันไปสองวัน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าจะมาเพื่อยืนจ้องกล่องกระดาษบ้าๆ นี่ แล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูก... เชิญออกไปจากห้องซ้อมของผมได้เลยครับ พริ้ม" เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบงั้นๆ ภายในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัว บรรยากาศรอบตัวเขากรุ่นไปด้วยไอความหงุดหงิดที่แผ่พุ่งออกมาจนแทบจะจับต้องได้ ร่างสูงในชุดฮู้ดสีดำยืนกอดอกพิงผนังห้อง สายตาคมกริบมองตรงมาที่หญิงสาวซึ่งยืนแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา พริ้มสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เธอดึงมือออกจากกล่องของขวัญผูกโบสีฟ้าอ่อนที่ธันวาคู่แข่งตัวฉกาจของคีย์เป็นคนส่งมาให้ราวกับว่ามันเป็นของร้อน ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดกลับทันที ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายความดื้อรั้นและทิฐิที่พร้อมจะปะทะทุกเมื่อ "ฉันไม่ได้อยากมามองมันนักหรอกนะคีย์!" เสียงใสตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างเพรียวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับประธานชมรมดนตรีสากลเต็มตา "ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ฝากเอาชีทสรุปโปรเจกต์งานเทศกาลดนตรีมาให้ นายคิดว่าฉันอยากจะเดินเหยียบเข้ามาในอาคารนี้เหรอ? แล้วอีกอย่าง... กล่องของขวัญของนาย จะมีใครส่งมาให้หรือใครจะเปิดดู มันก็เรื่องของนายป่ะ? ทำไมต้องทำหน้าเหมือนฉันไปเหยียบหางเสือเข้าด้วย" "เพราะมันรกหูรกตา!" คีย์ผละออกจากผนัง ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอด้วยจังหวะที่รวดเร็วและหนักแน่นจนพริ้มเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ "แล้วก็รำคาญ... รำคาญสายตาที่เธอใช้มองของพวกนั้นด้วย" "นายหมายความว่าไง?" พริ้มเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลที่ดุดันแต่กลับซ่อนความร้าวรานบางอย่างไว้ "หมายความว่าเธอมันน่ารำคาญไงพริ้ม!" คีย์สวนกลับเสียงดังขึ้น คำพูดเชือดเฉือนพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหยักเสมือนต้องการกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่พอลับหลังก็ยังมาทำตัวอยากรู้อยากเห็นของคนอื่นเขาไปทั่ว ห่วงแม้กระทั่งว่าใครจะส่งอะไรมาให้... หรือที่จริงแล้ว ที่เธอทำเป็นปากเก่งใส่ฉันทุกวันเนี่ย เพราะจริงๆ เธอแคร์ไอ้ธันวาจนตัวสั่นกันแน่!" เพล้ง! ประโยคนั้นเหมือนใบมีดที่กรีดลงกลางใจ ทั้งสองฝ่ายต่างชะงัก พริ้มรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน ความน้อยใจพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก สองวันเต็มๆ ที่ผ่านมา... สองวันที่พวกเขาต่างคนต่างเงียบใส่กัน ไม่ทัก ไม่มอง ไม่แม้แต่จะสบตาในห้องเรียน ทั้งที่ความจริงแล้ว หัวใจของเธอกลับกระวนกระวายจนแทบจะบ้าตายเพราะกลัวว่าเขาจะหายไปจากชีวิต แต่ดูสิ่งที่เขาพูดออกมาสิ... เขากลับคิดว่าเธอแคร์ผู้ชายคนอื่น "เออ! ฉันมันน่ารำคาญ!" พริ้มตะโกนใส่หน้าเขากลับบ้าง น้ำตาคลอเบ้าแต่เธอฝืนกะพริบตาไล่มันกลับไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมให้ความอ่อนแอได้แสดงออกมาต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ "ถ้าฉันรู้ว่ามาส่งงานแล้วต้องมาฟังคำดูถูกถางถางจากนาย ฉันไม่มาเหยียบที่นี่ให้รกหูรกตานายหรอก!" พูดจบ พริ้มก็คว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าแล้วหันหลังเดินจ้ำอ้าวไปยังประตูทันที เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังรัวสะท้อนก้องห้องซ้อม คีย์ยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอกทันทีที่เห็นแผ่นหลังบางนั้นสั่นเทานิดๆ แต่ทิฐิและปมในใจที่ถูกสั่งสมมานานกลับรั้งขาเขาไว้ ไม่ยอมให้ก้าวตามไปคว้าแขนเธอไว้ตามที่หัวใจเรียกร้อง ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง... เงียบสนิท ยิ่งกว่าช่วงสองวันที่ผ่านมาเสียอีก เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงค่ำ แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟถนนสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องซ้อม คีย์ยังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเดิม กีตาร์โปร่งตัวโปรดวางพิงอยู่ข้างกาย แต่เขากลับไม่มีอารมณ์แม้แต่จะแตะต้องมัน สายตาเหม่อมองไปยังกล่องของขวัญเจ้าปัญหาบนโต๊ะ ก่อนจะตัดสินใจคว้ามันขึ้นมาแล้วโยนลงถังขยะมุมห้องอย่างไร้เยื่อใย เขารู้ดี... รู้ยิ่งกว่าใครว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ตลอดสองวันที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดเรื่อง คีย์แทบไม่ได้นอน สมองของเขาเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และท่าทางดื้อรั้นของพริ้ม การที่ต้องทำเป็นเมินเฉยและเดินสวนกันไปมาในมหาวิทยาลัยโดยห้ามใจไม่ให้หันไปมอง เป็นการลงทัณฑ์ที่ทรมานที่สุดในชีวิตของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังเบาบางลงทุกที ราวกับว่าการไม่มีผู้หญิงปากเก่งคนนั้นคอยต่อปากต่อคำด้วย ทำให้โลกทั้งใบของเขาไร้ซึ่งจังหวะและท่วงทำนอง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ขัดจังหวะความคิดอันฟุ้งซ่านของคีย์ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น นึกฉุนอยู่ในใจว่าใครกันที่มารบกวนในเวลาดึกดื่นแบบนี้ หรือจะเป็นธันวาที่กล้าบุกมาหาเรื่องเขาถึงถิ่น? "ผมบอกแล้วไงว่า..." คีย์เปิดประตูพรวดพราดออกไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดเต็มพิกัด พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ใส่ผู้มาเยือน "ว่าไม่อยากต้อน...รับ..." คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อพบว่าร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่คู่ปรับคนสำคัญอย่างที่คิด พริ้มยืนหอบหายใจน้อยๆ อยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่สวยแดงช้ำเล็กน้อยราวกับผ่านการร้องไห้มา แต่ริมฝีปากยังคงเม้มเข้าหากันด้วยความดื้อรั้นตามแบบฉบับ เธอกำลังถือกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ในมือแน่น ยิ่งไปกว่านั้น เสื้อฮู้ดสีครีมตัวโคร่งที่เธอสวมอยู่เปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก "ฉันไม่ได้มาหาเรื่องนายนะคีย์" พริ้มพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "แต่... อาจารย์ฝากแก้ชีทหน้าสุดท้าย เพราะข้อมูลมันผิดพลาด ฉันไม่อยากโดนหักคะแนนโปรเจกต์เพราะความบาดหมางส่วนตัวของเรา... เลยต้องเอามาให้" คีย์ยืนนิ่ง งلกค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อกลางวัน กลับพลิกกลับมาเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่เอ่อล้นจนจุกอก เขากวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างที่เปียกปอนเล็กน้อยของเธอ สลับกับแผ่นกระดาษในมือเรียว "เธอ... เดินฝ่าฝนมาเหรอ?" คีย์ถามออกไป เสียงของเขาเบาหวิวและแหบพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ก็ร่มฉันมันดันลืมไว้ที่ห้องสมุด... แล้วจะให้ทำยังไงเล่า" พริ้มสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย หลบสายตาคมกราบที่กำลังมองมาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "อ่ะ... รับไปสิ จะได้หมดธุระกันที ต่างคนต่างอยู่ไปเลยสองวัน สามวัน หรือจะตลอดไปเลยก็ได้!" พูดจบเธอก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นมาข้างหน้าหวังจะยัดใส่มือเขาแล้วรีบเดินหนี แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วเรียวจะได้ผละออก คีย์กลับคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้พริ้มเสียหลัก เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของร่างสูงตามสัญชาตญาณ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกของคีย์ทันที กล่องของขวัญในถังขยะถูกลืมเลือนไปสิ้น เมื่อตอนนี้โลกทั้งใบของเขากลับถูกย่อส่วนเหลือเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังแนบชิดอยู่ตรงหน้า "ใครบอกเธอว่า... ฉันอยากให้เราอยู่ห่างกันตลอดไปล่ะครับ?" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังอยู่ข้างใบหูของพริ้ม ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเธอรู้สึกขนลุกซู่ พริ้มเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่า แต่จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกโด่งรั้นของเธอกลับเฉียดผ่านแก้มสากของคีย์ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินขีดจำกัดทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกะทันหัน ดวงตาสีนิลที่ดุดันในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววคลั่งรักและโหยหาอย่างปิดไม่มิด ขณะที่ดวงตากลมโตของพริ้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง หัวใจของทั้งสองดวงเต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคาด้านนอก คีย์ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มืออีกข้างเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยมนของเธอไว้ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่เปียกชื้นออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือ สายตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและสั่นพร่าที่สุดในรอบปี "อย่าพูดคำว่าห่างกันอีก... พริ้ม" คีย์กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ "เพราะตลอดสองวันที่ผ่านมา... ฉันเกือบจะบ้าตายอยู่แล้ว ที่รู้ว่าตัวเองขาดเธอไม่ได้..." พริ้มชะงักงัน หัวใจกระหน่ำเต้นราวกับกลองชุดในห้องซ้อม ความอึดอัด ความโกรธ และทิฐิทั้งมวลสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันร้อนรุ่มที่สะท้อนอยู่ในแววตาของคนตรงหน้า แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเป้ของพริ้มก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบขึ้นมาเสียก่อน... และหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาในความมลัว ก็เผยให้เห็นชื่อของผู้ที่ส่งข้อความเข้ามาในยามวิกาลอย่างชัดเจน—**'ธันวา'** ดวงตาของคีย์หรี่ลงทันที รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากแววตาดุจดั่งเสือร้ายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ มือหนาที่ประคองท้ายทอยเธออยู่หยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที - - - - - - - - - - *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและกดหัวใจให้จังหวะหัวใจของคีย์กับพริ้มไปด้วยกันนะครับ*
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%