"พวกนาย... กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอ?"
ธันวาเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่กำมือที่ถือแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อต่อขาวโพลน สายตาของรองประธานชมรมดนตรีสากลคนเก่งกวาดมองระหว่างร่างสูงของคีย์ที่ยืนประชิดตัวพริ้ม กับร่างเพรียวของหญิงสาวที่เพิ่งผละถอยหลังออกมาด้วยความตกใจ บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีที่เคยคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดจากข้อถถเถียงเรื่องโปรเจกต์ดีเบต กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
พริ้มเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตาคมกริบมองธันวาที่เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับคีย์อย่างจงใจ รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความเยียบเย็นถูกยกขึ้นที่มุมปากของธันวา รอยยิ้มแบบที่เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังสวมหน้ากาก
"บังเอิญจังนะครับที่ผมเดินมาเจอภาพนี้พอดี นึกว่าชมรมวาทศิลป์กับชมรมดนตรีเขาจะร่วมมือกันทำงานด้วยความราบรื่นเสียอีก แต่ดูท่าทาง... เหมือนกำลังจะทะเลาะกันรุนแรงมากกว่านะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่พยายามซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ แต่มันกลับฟังดูระคายหูในความรู้สึกของพริ้ม
"มันไม่ใช่เรื่องของนาย ธันวา"
คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของประธานหนุ่มเย็นชาและไร้เยื่อใย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวตวัดมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังเคลียร์กับตัวแสบประจำชมรมวาทศิลป์ไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
"ไม่ใช่เรื่องของผมได้ยังไงล่ะครับคีย์ ในฐานะรองประธาน ผมก็มีสิทธิ์เป็นห่วงความเรียบร้อยของชมรมเรา รวมถึงความปลอดภัยของ... เอิ่ม คุณพริ้มด้วย" ธันวาจงใจเว้นจังหวะเพื่อสร้างความสนิทสนมปลอมๆ พลางเอื้อมมือไปทำท่าจะแตะไหล่บางของพริ้ม
แต่มีหรือที่คนอย่างพริ้มจะยอมให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวตามอำเภอใจ หญิงสาวก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หลบมือของธันวาได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยพิษร้ายให้
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะคะรองประธานธันวา แต่ฉันคิดว่าเรื่องระหว่างฉันกับคุณคีย์... เราเคลียร์กันเองได้โดยไม่ต้องรบกวนบุคคลภายนอกมาช่วยตัดสินหรอกค่ะ" คำว่า 'บุคคลภายนอก' ถูกเน้นเสียงชัดถ้อยชัดคำ จนรอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาเกร็งค้างไปชั่วขณะ
คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดแอบกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มจางๆ ที่หายวับไปกับตาเมื่อเขาหันกลับมาสบตากับพริ้ม ความซึนและความปากแข็งกลับมาครอบงำจิตใจของประธานหนุ่มอีกครั้ง เมื่ออีโก้ในฐานะผู้ชายและประธานชมรมมันค้ำคอ ทำให้เขาไม่อาจเอ่ยคำว่า 'เป็นห่วง' ออกไปตรงๆ ได้
"ถ้าเคลียร์กันรู้เรื่องแล้ว ก็เชิญกลับชมรมของเธอไปได้แล้วล่ะพริ้ม โปรเจกต์ดีเบตบ้าบอนี่จะได้จบๆ ไปเสียที ฉันเบื่อเต็มทน"
คำพูดที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างทำเอาอุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบ พริ้มที่กำลังจะอ่อนลงเพราะเหตุการณ์เกือบจะแนบชิดเมื่อครู่ ถึงกับสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความโกรธระคนน้อยใจ ความรู้สึกอุ่นวาบในอกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความชาดิ่งราวกับถูกน้ำสาดเข้าหน้า
*เบื่องั้นเหรอ? คำก็เบื่อ สองคำก็รำคาญ งั้นเหรอคีย์!*
พริ้มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์พุ่งพล่านที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความภาคภูมิใจในฐานะดาวเด่นวาทศิลป์ไม่ยอมให้เธอยืนก้มหน้ายอมรับคำดูถูกเหยียดหยามนี้เด็ดขาด
"ค่ะ! ถ้าการทำงานกับฉันมันทำให้คุณประธานผู้สูงส่งต้องลำบากใจและเบื่อหน่ายนัก งั้นก็เชิญหาคนอื่นมาแทนที่ฉันเถอะค่ะ!" พริ้มเชิดหน้าขึ้นสูง น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธแต่ยังคงความชัดถ้อยชัดคำ "ฉันเองก็เบื่อเต็มทีเหมือนกันที่จะต้องมาคุยกับคนอีโก้สูง ปากแข็ง และเอาแต่ใจตัวเองเป็นเด็กๆ แบบคุณ!"
"เธอว่าใครเด็ก พริ้ม!" คีย์ก้าวเข้าประชิดตัวเธออีกครั้ง ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโมโหที่โดนจี้จุดตาย ความซึนแตกกระเจิงเมื่อถูกท้าทายต่อหน้าคู่แข่งตัวฉกาจอย่างธันวา
"ก็ว่าคุณนั่นแหละ! คนอะไรปากไม่ตรงกับใจ ทำเป็นเก๊กทำเป็นดุ แต่ลับหลังก็ตามตามตื้อตามเช็ดก้นให้ตลอด คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าที่คุณหัวเสียเพราะอะไร!" พริ้มสวนกลับทันควันโดยไม่ทันยั้งคิด ความโมโหทำให้เธอเผลอพูดความจริงที่ควรจะเก็บไว้ในใจออกไป
ธันวาที่ยืนอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากวาดตามองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรง สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวของเขากำลังร้องเตือนดังลั่นว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันเลยเถิดไปไกลกว่าคำว่า 'คู่กัด' เสียแล้ว
"พริ้ม!" คีย์คำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกเปิดโปงต่อหน้าคนอื่น ความลับถูกขุดคุ้ยกลางวงล้อมทำให้ประธานหนุ่มเสียอาการอย่างหนัก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอโดยไม่รู้ตัว "เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหม!"
"ปล่อยนะ! เจ็บนะคีย์! นายมีสิทธิ์อะไรมาบีบแขนฉัน!" พริ้มสะบัดแขนหนีสุดแรงเกิดด้วยความโกรธที่ทวีคูณขึ้นไปอีก ความหวังดีที่เธอพยายามสื่อสารออกไปถูกความปากแข็งของเขาบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ..." คีย์เผลอหลุดปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเสี้ยววินาที เมื่อเห็นรอยแดงจางๆ บนผิวเนื้อขาวเนียนที่เกิดจากการบีบเมื่อครู่ ความสำนึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอก แต่ความอวดดีก็รีบดึงสติให้เขากลับมาตีสีหน้าเย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็ว "ถ้าเธอไม่ทำตัวน่ารำคาญก่อน เรื่องแบบนี้มันก็จะไม่เกิดขึ้นหรอก"
*ให้ตายเถอะ... ปากปีศาจเอ้ย!* คีย์แอบสบถด่าตัวเองในใจทันทีที่คำพูดงี่เง่าหลุดออกจากปาก
พริ้มหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความสมเพชและหยาดน้ำตาคลอเบ้าที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
"น่ารำคาญสินะคะ... งั้นก็ดีค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ไป 'น่ารำคาญ' ให้คุณเห็นหน้าอีกแน่นอน ลาขาดค่ะ ประธานคีย์!"
พูดจบ พริ้มก็สะบัดตัวหันหลังเดินจ้วงอ้าวออกจากห้องซ้อมดนตรีไปทันที เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นดัง *ตึงๆๆ* สะท้อนก้องไปตามทางเดินยาว ราวกับเสียงย่ำยีหัวใจของใครบางคนในห้องนั้น
"พริ้ม!" คีย์ทำท่าจะก้าวขาตามออกไปทันที แต่ทว่า...
"ปล่อยเธอไปเถอะครับคีย์..." เสียงเรียบๆ ของธันวาเอ่ยขัดขึ้น พร้อมกับมือที่เอื้อมมาแตะแขนของเขาไว้เบาๆ "ดูเหมือนเธอจะโกรธจริงจังแล้วนะ นายเองก็ปากร้ายเกินไปจริงๆ นั่นแหละ"
คีย์หันขวับกลับมามองธันวาด้วยสายตาดุดลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนาสลัดแขนออกจากการเกาะกุมของธันวาอย่างไม่ใยดี
"หุบปากไปเลยธันวา นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน" คีย์กัดฟันกรอด
ความหงุดหงิดพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาไม่สนใจสายตาอึดอัดของธันวาอีกต่อไป ข้ายาวๆ ก้าวพรวดพราดตามร่างบางของพริ้มออกไปทันที หัวใจในอกเต้นรัวแรงด้วยความร้อนรนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
*ให้ตายสิ... ยัยตัวแสบนี่ต้องเข้าใจเขาผิดไปกันใหญ่แน่ๆ!*
คีย์ผลักประตูห้องซ้อมออกสู่โถงทางเดินโล่งกว้าง สายตากวาดมองซ้ายขวาเพื่อหาเงาร่างของคนที่เพิ่งเดินหนีไป ทว่าทางเดินยาวกลับว่างเปล่า มีเพียงความเงียบและเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างปลายทางเดินเท่านั้น
เขากัดฟันแน่น ตัดสินใจสาวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังตึกคณะวาทศิลป์อย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิต ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องอธิบายให้รู้เรื่อง ต่อให้ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองหรือโดนเธอเฉ่งจนหูชา เขาก็ยอมทั้งนั้น!
แต่ทว่า... เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าห้องพักรับรองของชมรมวาทศิลป์ ประตูห้องแง้มเปิดออกเล็กน้อย พร้อมกับเสียงพูดคุยที่เล็ดลอดออกมาทำให้ฝีเท้าของคีย์ต้องหยุดชะงักกึก
"พี่พริ้มคะ คือว่า... มีคนฝากนี่มาให้ค่ะ เห็นบอกว่าเป็นของง้อจาก... พี่ธันวา รองประธานชมรมดนตรีค่ะ"
เสียงรุ่นน้องในชมรมเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูหวานแหววให้พริ้มที่ยืนหันหลังให้อยู่กลางห้อง
คีย์ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูดั่งถูกสาปให้เป็นหิน ลมหายใจสะดุดกะทันหันเมื่อได้ยินชื่อของ 'ธันวา' หลุดออกมาจากปากของคนในห้องนั้น
พริ้มเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆ เอื้อมมารับกล่องของขวัญใบนั้นไว้ช้าๆ ท่ามกลางสายตาของคีย์ที่เบิกกว้างด้วยความตกใจและเจ็บแปลบในอก
*เธอกำลังจะรับมัน... งั้นเหรอ?*
จังหวะหัวใจของคีย์หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อมือของพริ้มแตะลงบนกล่องของขวัญของศัตรูหัวใจ และวินาทีนั้นเอง... พริ้มก็หันหน้ามาสบตากับเขาพพอดีผ่านรอยแง้มของบานประตู!
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 20
ความหวังดีที่สื่อสารผิดพลาด
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!