ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 14

ปากที่บอกว่าไม่ แต่ใจที่สั่นไหว

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าคิดว่าการซ่อนแผ่นโน้ตไว้ข้างหลังมันจะทำให้ผมลืมภาพเมื่อกี้ได้... คุณก็ประเมินความจำของผมต่ำไปหน่อยแล้วล่ะ พริ้ม" เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดริมหูทำเอาคนฟังสะดุ้งสุดตัว พริ้มถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องซ้อมดนตรีที่เย็นเฉียบ ขณะที่คีย์ก้าวเข้ามาประชิดโดยทิ้งระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนทุกครั้ง หากแต่กำลังลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามจะซ่อนมันไว้ภายใต้มาดนิ่ง เหตุการณ์เมื่อครู่—วินาทีที่ริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกันและลมหายใจที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม—ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทราวกับเทปที่ถูกกดปุ่มรีเพลย์ซ้ำๆ และดูเหมือนว่าคนที่เป็นต้นเหตุจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย นอกจากการใช้ความนิ่งสยบความวุ่นวายในหัวใจของเธอ "ฉันไม่ได้ซ่อนอะไรทั้งนั้นแหละคีย์ นายหูฝาดตาฝาดไปเองมากกว่า" พริ้มเชิดหน้าขึ้นทันที แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองชุดในห้องซ้อมจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ก็ยังรักษารอยยิ้มเยาะหยันไว้ที่มุมปากได้อย่างแนบเนียน "อีกอย่าง... คนที่ควรจะถอยออกไปให้ห่างก็น่าจะเป็นนายนะ ประธานชมรมดนตรีสากลผู้เคร่งขรึม มายืนประชิดตัวผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ แฟนคลับข้างนอกเขาจะเข้าใจผิดเอาได้ว่าประธานกำลังจะกินหัวฉัน" "กินหัวเหรอ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ไล่ลงมาถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นความประหม่า "น่าเสียดายนะที่ผมไม่ได้นิยมชมชอบการกินหัวคน... แต่ถ้าเป็นอย่างอื่น ก็ว่าไปอย่าง" น้ำเสียงทุ้มพร่ากับประโยคกำกวมนั่นทำเอาพริ้มหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอเบี่ยงหน้าหนีสายตาคุกคามคู่นั้นทันที แต่ก็ยังไม่วายสวนกลับด้วยน้ำเสียงกัด "น่าสมเพชจังนะที่มีสมองไว้คิดแต่เรื่องพวกนี้" "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยสินะ" คีย์เอ่ยเสียงเบา มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนผนังด้านข้างเพื่อบล็อกทางหนีทีไล่ของเธอเอาไว้โดยสมบูรณ์ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นอายความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโชยเข้าจมูกจนพริ้มเผลอกลั้นหายใจ "เวลาตกใจจนหน้าแดงแบบนี้... ก็น่ารักดีเหมือนกันนี่" พริ้มเบิกตากว้าง หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขาโดยอัตโนมัติ "ใครหน้าแดง! นายต่างหากที่ตาถั่ว!" "ผมไม่ได้ตาถั่ว..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพริ้มต้องเอียงคอหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อสุขภาพหัวใจนี้ "...แต่ผมกำลังคิดว่า ระหว่างปากดีๆ ของคุณ กับกระดาษโน้ตแผ่นนั้น อะไรมันจะทำให้ผมเสียสมาธิได้มากกว่ากัน" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนถูกตรึงไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วผิวสัมผัส เคมีที่ขัดแย้งแต่ดึงดูดกันอย่างประหลาดทำให้ห้องซ้อมดนตรีที่ควรจะกว้างขวางกลับแคบลงถนัดตา ไม่มีฝ่ายใดยอมหลบสายตา ไม่มีฝ่ายใดยอมลดราวาศอกให้กัน จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับจังหวะเคาะระฆังช่วยชีวิต ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "คีย์ครับ อยู่ข้างในหรือเปล่า? ธันวาเองนะ" เสียงหวานนิ่มที่แฝงความกระวนกระวายใจดังทะลุประตูเข้ามา ทำลายม่านหมอกสีชมพูและแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้นในห้องซ้อมได้อย่างชะงักงัน คีย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมสัน เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะยอมผละตัวถอยออกไปยืนตั้งหลักตามเดิมอย่างเสียดไม่ได้ ขณะที่พริ้มรีบฉวยโอกาสนี้ย่อตัวหลุดรอดจากวงแขนของเขาแล้วถอยไปยืนอยู่อีกมุมห้องทันที พร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา "เข้ามาสิ ประตูไม่ได้ล็อก" คีย์ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นเป็นปกติราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย แอ๊ด... บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างโปร่งของธันวา รองประธานชมรมดนตรีที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่ดวงตากลับกวาดมองสำรวจพริ้มและคีย์สลับกันไปมาด้วยความระแวงและริษยาที่ฉาบไว้ภายใต้ท่าทีเป็นมิตร "อ้าว พริ้มก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่าคีย์อยู่คนซ้อมกีตาร์คนเดียวซะอีก" ธันวาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัยอย่างปิดไม่มิด พลางก้าวเข้ามาใกล้คีย์มากกว่าปกติ "พอดีผมเอาตารางซ้อมสำหรับงานดีเบตใหญ่สัปดาห์หน้ามาให้ดูครับ คีย์บอกว่าอยากจะรีบเคลียร์รายละเอียดให้เรียบร้อยก่อนไม่ใช่เหรอครับ?" พริ้มมองท่าทีออดอเซาะของธันวาแล้วก็ได้แต่แอบเบ้ปากในใจ คนอะไร... หน้าเนื้อใจเสือตัวจริงเสียงจริง ชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพยนตร์ความละเอียดสูงขนาดนั้น เธอมองออกตั้งนานแล้วว่าธันวาคิดกับคีย์เกินกว่าเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมชมรม แต่ไอ้ท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของแบบเนียนๆ เนี่ย มันชวนให้หมั่นไส้เสียเหลือเกิน "อืม วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวผมค่อยดู" คีย์ตอบรับสั้นๆ สายตาไม่ได้มองตารางซ้อมที่ธันวาถือมาแม้แต่น้อย แต่กลับเหลือบมองพริ้มที่กำลังยืนกอดอกพิงกระจกใสด้วยท่าทีสบายๆ "แต่รายละเอียดตรงนี้มันค่อนข้างสำคัญนะคีย์ ธันวาว่าเราคุยกันตอนนี้เลยดีกว่า..." ธันวาทำทีเป็นขยับเข้าไปใกล้ จะเอื้อมมือไปแตะแขนของคีย์เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่คีย์กลับขยับตัวหลบโดยอ้างว่าหยิบปิ๊กกีตาร์บนโต๊ะพอดี ทำให้มือของธันวาคว้างกลางอากาศไปอย่างน่าขัน พริ้มที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่มุมห้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ ธันวาหันขวับมามองพริ้มทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างเปิดเผย "มีอะไรน่าขำเหรอครับพริ้ม หรือว่าทางชมรมวาทศิลป์ไม่มีมารยาทพอที่จะให้เกียรติคนอื่นเวลาเขาคุยเรื่องงานกัน?" "เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่คิดว่า..." พริ้มก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ทำเอาธันวาต้องชะงัก "...การคุยเรื่องงานเนี่ย เขาควรจะดูสถานการณ์รอบตัวด้วยนะว่าเจ้าของห้องเขาอยากจะต้อนรับแขกหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วธันวาแค่อยากหาเรื่องเข้ามาขัดจังหวะอะไรบางอย่างกันแน่?" คำพูดที่แทงใจดำทำเอาธันวาหน้าเสียไปชั่วขณะ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วสวนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน "พริ้มหมายความว่ายังไง? ฉันก็แค่เอาตารางงานมาให้คีย์ตามหน้าที่..." "หน้าที่ หรือว่า..." พริ้มเว้นจังหวะนิดนึง แววตาซุกซนเป็นประกายระยับ "...กลัวว่าถ้าปล่อยให้คีย์อยู่กับฉันนานเกินไป นายจะไม่มีโอกาสทำคะแนนล่ะมั้ง?" "พริ้ม!" ธันวาขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุด "พอได้แล้วทั้งคู่" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคีย์ดังขึ้นตัดบทความวุ่นวายทั้งหมด น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมากแต่มันมีพลังอำนาจมากพอที่จะทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน คีย์วางกีตาร์ในมือลงบนขาตั้งอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพริ้มด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "พริ้ม กลับห้องพักไปได้แล้ว ดึกมากแล้ว" คีย์เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใย แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าสันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่น พริ้มเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สะดุทกสะท้าน เธอยกมือขึ้นจับแผ่นกระดาษโน้ตที่ซ่อนไว้ตรงกระเป๋าเสื้อกันหนาวเบาๆ เพื่อย้ำเตือนว่าหลักฐานชิ้นสำคัญยังอยู่กับเธอ "ก็ได้... งั้นฉันไม่กบกวนเวลาอันมีค่าของประธานกับรองประธานเขาคุย 'เรื่องงาน' กันแล้วล่ะนะ" เธอย้ำคำว่าเรื่องงานด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ก่อนจะหันหลังเดินนองออกไปจากห้องซ้อมดนตรีด้วยท่าทีเชิดๆ โดยไม่สนใจสายตาเคียดแค้นของธันวาเลยแม้แต่น้อย แต่ในจังหวะที่พริ้มกำลังจะเอื้อมมือผลักประตูห้องเพื่อก้าวออกไปข้างนอกนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำของคีย์ก็ดังไล่หลังขึ้นมาในระยะประชั้นชิด ชนิดที่ทำให้หัวใจของเธอต้องกระตุกวูบอีกรอบ "เดี๋ยวพริ้ม..." พริ้มชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองด้วยความสงสัย คีย์ก้าวตามมาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบอะไรบางอย่าง และก่อนที่ธันวาจะได้ทันอ้าปากทักท้วงอะไร คีย์ก็โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ— *"พรุ่งนี้หลังเลิกเรียน... เจอกันที่ห้องสมุดตัวต่อตัว ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะไปทวงแผ่นโน้ตนั้นถึงห้องพักของคุณด้วยตัวเอง"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%