ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 10

แผนซ้อนแผนของชมรมคู่แข่ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงปรบมือประชดประชันดังขึ้นสามครั้งติดกัน เป็นจังหวะจะโคนราวกับจงใจขัดจังหวะการหายใจของคนในห้องซ้อมดนตรี “ไอ้หัวข้อดีเบตบ้าบอนั่น... คงไม่ใช่ฝีมือของพวกนายหรอกใช่ไหม ธันวา” ผมเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ นิ้วโป้งซ้ายยังคงดีดสายที่สามของเจ้าเฟนเดอร์ สตราโตแคสเตอร์ตัวโปรดให้สั่นค้างไว้จนเกิดเสียงก้องกังวานต่ำๆ ในลำคอ ปลายเล็บสัมผัสกับนู้ดหย่องเหล็กอุ่นๆ ขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับกระดาษโน้ตเปื้อนรอยยางลบตรงหน้า ห้องซ้อมดนตรีสากลตึกเก่าเวลานี้อบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นจางๆ และกลิ่นอายความตึงเครียดที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ธันวา รองประธานชมรมดนตรีสากลอีกกลุ่มที่แยกตัวออกไปตั้งสมาพันธ์อิสระ กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายบ่งบอกความเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน “พูดจาให้เกียรติเก้าอี้รองประธานของฉันหน่อยสิครับ คีย์” ธันวาหัวነในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะวางอุปกรณ์ “เรื่องหัวข้อดีเบตสัปดาห์หน้า... มันคือมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการกลางต่างหาก ใครจะไปกล้าเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่นเป็นเกมการเมืองในสภานักเรียนกันเล่า จริงไหม?” “ถ้ามันเป็นมติจริง นายคงไม่ต้องรีบเอาข่าวกรองวงในมาคาบข่าวบอกฉันถึงที่นี่หรอกมั้ง” เสียงใสแจ๋วแต่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพริ้มก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาโดยมีแฟ้มเอกสารหนาปึกแนบอก ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตารู้ทัน ชนิดที่ต่อให้สวมหน้ากากหนาแค่ไหนก็คงปิดบังความรuนร่านในแววตาไม่มิด “อ้าว... น้องพริ้ม ดาวเด่นวาทศิลป์คนเก่ง” ธันวาหันไปยิ้มกริ่ม “นึกว่าจะหลบมุมอยู่แต่ห้องกระจกซะอีกนะเนี่ย หรือว่ารู้ตัวว่ากำลังจะแพ้ดีเบตเรื่อง ‘ความสัมพันธ์ลับๆ ของผู้นำชมรม’ เลยต้องรีบมาวิ่งเต้นหาทางหนทีไล่กับท่านประธานมาดนิ่งคนนี้?” “ระวังปากหน่อยนะธันวา” ผมวางปิ๊กกีตาร์ลงบนโต๊ะเสียงดัง *ก๊อก* จนเจ้าตัวต้นเรื่องสะดุ้งเล็กน้อย “เรื่องของชมรมวาทศิลป์กับชมรมดนตรีสากล เราเคลียร์กันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยข่าวโคมลอยต่ำๆ แบบที่นายชอบเสวยสุขอยู่เบื้องหลัง” “โอ๊ะๆ ใจเย็นสิครับ ประธานคีย์ ผมก็แค่เตือนด้วยความหวังดี...” ธันวาหรี่ตามองผมสลับกับพริ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ใครๆ ก็รู้ว่าพวกนายสองคนมีเคมีแปลกๆ ต่อกัน ยิ่งสัปดาห์หน้าต้องมาดีเบตในหัวข้อที่จี้จุดกึ่งกลางความสัมพันธ์แบบนี้... ระวังนะ ประธานมาดขรึมอย่างนาย อาจจะเผลอหลุดปากสารภาพความลับกลางเวทีจนหมดเปลือกก็ได้” พริ้มแค่นหัวเราะเบาๆ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างผมอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างเราใกล้เสียจนกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอโชยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับของห้องซ้อม “ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะรุ่นพี่ธันวา” พริ้มเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย “แต่เสียใจด้วยนะ พอดีว่าพวกเราไม่เคยมีความลับอะไรต่อกัน... และต่อให้มี มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่คนนอกชมรมอย่างรุ่นพี่จะต้องมานั่งกระวนกระวายใจแทนหรอกค่ะ” คำพูดของพริ้มคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ธันวาถึงกับหุบยิ้มฉับ สีหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะก่อนจะปรับเป็นปกติด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อน “ปากเก่งดีนี่... หวังว่าบนเวทีวันจริง น้องจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้นะ” ธันวาหันมามองผมด้วยสายตาคมกริบ “ส่วนนาย... คีย์ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เกมนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องวาทศิลป์ แต่มันมีเกียรติของตำแหน่งประธานชมรมที่นายหวงนักหวงหนาเป็นเดิมพัน” พูดจบ ธันวาก็สะบัดตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงปิดประตูปังใหญ่ที่สะท้อนก้องไปทั่วผนังปูนเปลือย ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำขู่ของธันวา แต่เป็นเพราะร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ใกล้จนไหล่ของเราแทบจะชนกัน “นายหน้าแดงนะคีย์” พริ้มหันมามองผม ดวงตาคู่คมสำรวจใบหน้าผมอย่างจับผิด “หรือว่ากลัวจริงๆ ว่าจะเผลอพูดความลับอะไรออกไปบนเวที?” ผมรีบเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นก้มลงเก็บสายแจ็คที่ขดอยู่บนพื้นเพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด “เพ้อเจ้ออะไรของเธอ พริ้ม ฉันจะมีลับลมคมในอะไรกับคนอย่างเธอไม่ทราบ” “อ้าวเหรอ?” พริ้มก้าวเข้ามาขยับยืนตรงหน้าผม บังคับให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่ม “แล้วทำไมตอนที่ธันวาพูดเรื่อง ‘ความสัมพันธ์ลับๆ’ นายถึงต้องรีบหันมามองฉันด้วยสายตาเลิกลั่กแบบนั้นล่ะ ประธานมาดนิ่ง?” “ฉันไม่ได้เลิกลั่ก!” ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “ฉันแค่รำคาญที่พวกมันเอาเรื่องไร้สาระมาปะปนกับการทำงานต่างหาก เธอนี่นะ... ว่างมากนักหรือไงถึงได้เดินมาต่อปากต่อคำกับฉัน แทนที่จะเอาเวลาไปเตรียมข้อมูลดีเบต” “ก็เพราะฉันเตรียมเสร็จหมดแล้วน่ะสิ ถึงได้มาดูว่าแถวนี้มีคนแถวๆ นี้แอบเครียดจนเส้นเลือดในสมองจะแตกตายหรือยัง” พริ้มย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราอยู่ระดับเดียวกัน แววตาสดใสคู่นั้นสะท้อนเงาของผมไว้อย่างชัดเจน “วางใจเถอะน่าคีย์ ต่อให้หัวข้อบ้าบอนั่นจะพยายามต้อนพวกเราเข้ามุมแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางยอมให้ใครมาดิสเครดิตชมรมดนตรีของนายเด็ดขาด” คำพูดนั้น... เรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับคอร์ดกีตาร์ที่ตีถูกท่วงทำนอง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหงุดหงิดกลับนิ่งสงบลงอย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนผมเผลอมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วนั้นนานเกินไป “...นี่ นายฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย คีย์?” พริ้มโบกมือผ่านหน้าผมไปมา “ทำไมทำหน้าเหมือนคนสติหลุดแบบนั้นล่ะ” “เปล่า...” ผมดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แกล้งทำเป็นตีหน้าขรึมใส่เธอเหมือนเดิม “แค่คิดว่าถ้าเธอยังพูดมากไม่เลิก ฉันอาจจะเปลี่ยนใจไปจับคู่ดีเบตกับคนอื่นแทนซะเลยนี่” “กล้าก็ลองดูสิ!” พริ้มเท้าเอว ตาโตใส่ทันที “รับรองว่าวันดีเบต นายได้โดนฉันแฉกลางเวทีแน่ว่าประธานชมรมดนตรีสากลคนเก่งแอบซ้อมกีตาร์เพลงรักกุ๊กกิ๊กคนเดียวในห้องมืดตอนดึกๆ ทุกคืน!” “เฮ้ย! ใครเขาไปซ้อมเพลงรักกัน อย่ามาใส่ร้ายนะ!” ผมเผลอเสียงดังกลบเกลื่อนความจริงที่ดันไปตรงเผงจนหน้าขึ้นสีชัดเจน พริ้มหัวسร่วนอย่างอารมณ์ดี ท่าทางมีความสุขบนความเดือดร้อนของผมนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนผมอยากจะเอื้อมมือไปยีผมยาวสลวยนั่นให้ยุ่งเหยิงเสียให้เข็ด แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของผมจะได้ขยับทำตามใจคิด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระชากอย่างแรงก็ดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง ปัง! พวกเราทั้งคู่สะดุ้งหันขวับไปมอง ร่างของรุ่นพี่กรรมการคุมกฎฝ่ายวินัยยืนหอบหายใจโยนซองเอกสารสีน้ำตาลกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... พวกเธอสองคนดูนี่ซะ!” รุ่นพี่ฝ่ายวินัยกัดฟันกรวด “มีคนยื่นเรื่องร้องเรียนฉุกเฉินเข้ามา... บอกว่าการที่ดีเบตสัปดาห์หน้าใช้หัวข้อความสัมพันธ์ส่วนตัว เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง และทางสภานักเรียนกำลังจะ... สั่งระงับการดีเบต และยุบชมรมของพวกเธอทั้งสองคู่ทันที!” พริ้มหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ส่วนผมรีบก้าวเข้าไปคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู ทว่า... ทันทีที่สายตาไล่สายอักษรบรรทัดแรก หัวใจของผมก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลายเซ็นที่อนุมัติคำสั่งฉุกเฉินนี้... ไม่ใช่ของสภานักเรียน แต่เป็นลายเซ็นของ ‘ธันวา’ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบพิเศษคนใหม่ที่เพิ่งแต่งตั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน! “ไอ้ธันวา...” ผมกัดฟันกรวดจนกรามขึ้นสันนูน กำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงปรบมือเยาะเย้ยก็ดังขึ้นอีกครั้งจากเงามืดตรงทางเดินนอกหน้าต่าง พร้อมกับรอยยิ้มของธันวาที่เดินกลับเข้ามาหยิบเอกสารตัวจริงตัดหน้าผมไปต่อหน้าต่อตา! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซัดจังหวะหัวใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%