เสียงปรบมือประชดประชันดังขึ้นสามครั้งติดกัน เป็นจังหวะจะโคนราวกับจงใจขัดจังหวะการหายใจของคนในห้องซ้อมดนตรี
“ไอ้หัวข้อดีเบตบ้าบอนั่น... คงไม่ใช่ฝีมือของพวกนายหรอกใช่ไหม ธันวา”
ผมเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ นิ้วโป้งซ้ายยังคงดีดสายที่สามของเจ้าเฟนเดอร์ สตราโตแคสเตอร์ตัวโปรดให้สั่นค้างไว้จนเกิดเสียงก้องกังวานต่ำๆ ในลำคอ ปลายเล็บสัมผัสกับนู้ดหย่องเหล็กอุ่นๆ ขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับกระดาษโน้ตเปื้อนรอยยางลบตรงหน้า
ห้องซ้อมดนตรีสากลตึกเก่าเวลานี้อบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นจางๆ และกลิ่นอายความตึงเครียดที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ธันวา รองประธานชมรมดนตรีสากลอีกกลุ่มที่แยกตัวออกไปตั้งสมาพันธ์อิสระ กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายบ่งบอกความเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน
“พูดจาให้เกียรติเก้าอี้รองประธานของฉันหน่อยสิครับ คีย์” ธันวาหัวነในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะวางอุปกรณ์ “เรื่องหัวข้อดีเบตสัปดาห์หน้า... มันคือมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการกลางต่างหาก ใครจะไปกล้าเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่นเป็นเกมการเมืองในสภานักเรียนกันเล่า จริงไหม?”
“ถ้ามันเป็นมติจริง นายคงไม่ต้องรีบเอาข่าวกรองวงในมาคาบข่าวบอกฉันถึงที่นี่หรอกมั้ง”
เสียงใสแจ๋วแต่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพริ้มก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาโดยมีแฟ้มเอกสารหนาปึกแนบอก ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตารู้ทัน ชนิดที่ต่อให้สวมหน้ากากหนาแค่ไหนก็คงปิดบังความรuนร่านในแววตาไม่มิด
“อ้าว... น้องพริ้ม ดาวเด่นวาทศิลป์คนเก่ง” ธันวาหันไปยิ้มกริ่ม “นึกว่าจะหลบมุมอยู่แต่ห้องกระจกซะอีกนะเนี่ย หรือว่ารู้ตัวว่ากำลังจะแพ้ดีเบตเรื่อง ‘ความสัมพันธ์ลับๆ ของผู้นำชมรม’ เลยต้องรีบมาวิ่งเต้นหาทางหนทีไล่กับท่านประธานมาดนิ่งคนนี้?”
“ระวังปากหน่อยนะธันวา” ผมวางปิ๊กกีตาร์ลงบนโต๊ะเสียงดัง *ก๊อก* จนเจ้าตัวต้นเรื่องสะดุ้งเล็กน้อย “เรื่องของชมรมวาทศิลป์กับชมรมดนตรีสากล เราเคลียร์กันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยข่าวโคมลอยต่ำๆ แบบที่นายชอบเสวยสุขอยู่เบื้องหลัง”
“โอ๊ะๆ ใจเย็นสิครับ ประธานคีย์ ผมก็แค่เตือนด้วยความหวังดี...” ธันวาหรี่ตามองผมสลับกับพริ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ใครๆ ก็รู้ว่าพวกนายสองคนมีเคมีแปลกๆ ต่อกัน ยิ่งสัปดาห์หน้าต้องมาดีเบตในหัวข้อที่จี้จุดกึ่งกลางความสัมพันธ์แบบนี้... ระวังนะ ประธานมาดขรึมอย่างนาย อาจจะเผลอหลุดปากสารภาพความลับกลางเวทีจนหมดเปลือกก็ได้”
พริ้มแค่นหัวเราะเบาๆ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างผมอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างเราใกล้เสียจนกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอโชยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับของห้องซ้อม
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะรุ่นพี่ธันวา” พริ้มเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย “แต่เสียใจด้วยนะ พอดีว่าพวกเราไม่เคยมีความลับอะไรต่อกัน... และต่อให้มี มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่คนนอกชมรมอย่างรุ่นพี่จะต้องมานั่งกระวนกระวายใจแทนหรอกค่ะ”
คำพูดของพริ้มคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ธันวาถึงกับหุบยิ้มฉับ สีหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะก่อนจะปรับเป็นปกติด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อน
“ปากเก่งดีนี่... หวังว่าบนเวทีวันจริง น้องจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้นะ” ธันวาหันมามองผมด้วยสายตาคมกริบ “ส่วนนาย... คีย์ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เกมนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องวาทศิลป์ แต่มันมีเกียรติของตำแหน่งประธานชมรมที่นายหวงนักหวงหนาเป็นเดิมพัน”
พูดจบ ธันวาก็สะบัดตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงปิดประตูปังใหญ่ที่สะท้อนก้องไปทั่วผนังปูนเปลือย
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำขู่ของธันวา แต่เป็นเพราะร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ใกล้จนไหล่ของเราแทบจะชนกัน
“นายหน้าแดงนะคีย์” พริ้มหันมามองผม ดวงตาคู่คมสำรวจใบหน้าผมอย่างจับผิด “หรือว่ากลัวจริงๆ ว่าจะเผลอพูดความลับอะไรออกไปบนเวที?”
ผมรีบเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นก้มลงเก็บสายแจ็คที่ขดอยู่บนพื้นเพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด
“เพ้อเจ้ออะไรของเธอ พริ้ม ฉันจะมีลับลมคมในอะไรกับคนอย่างเธอไม่ทราบ”
“อ้าวเหรอ?” พริ้มก้าวเข้ามาขยับยืนตรงหน้าผม บังคับให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่ม “แล้วทำไมตอนที่ธันวาพูดเรื่อง ‘ความสัมพันธ์ลับๆ’ นายถึงต้องรีบหันมามองฉันด้วยสายตาเลิกลั่กแบบนั้นล่ะ ประธานมาดนิ่ง?”
“ฉันไม่ได้เลิกลั่ก!” ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “ฉันแค่รำคาญที่พวกมันเอาเรื่องไร้สาระมาปะปนกับการทำงานต่างหาก เธอนี่นะ... ว่างมากนักหรือไงถึงได้เดินมาต่อปากต่อคำกับฉัน แทนที่จะเอาเวลาไปเตรียมข้อมูลดีเบต”
“ก็เพราะฉันเตรียมเสร็จหมดแล้วน่ะสิ ถึงได้มาดูว่าแถวนี้มีคนแถวๆ นี้แอบเครียดจนเส้นเลือดในสมองจะแตกตายหรือยัง” พริ้มย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราอยู่ระดับเดียวกัน แววตาสดใสคู่นั้นสะท้อนเงาของผมไว้อย่างชัดเจน “วางใจเถอะน่าคีย์ ต่อให้หัวข้อบ้าบอนั่นจะพยายามต้อนพวกเราเข้ามุมแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางยอมให้ใครมาดิสเครดิตชมรมดนตรีของนายเด็ดขาด”
คำพูดนั้น... เรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับคอร์ดกีตาร์ที่ตีถูกท่วงทำนอง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหงุดหงิดกลับนิ่งสงบลงอย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนผมเผลอมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วนั้นนานเกินไป
“...นี่ นายฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย คีย์?” พริ้มโบกมือผ่านหน้าผมไปมา “ทำไมทำหน้าเหมือนคนสติหลุดแบบนั้นล่ะ”
“เปล่า...” ผมดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แกล้งทำเป็นตีหน้าขรึมใส่เธอเหมือนเดิม “แค่คิดว่าถ้าเธอยังพูดมากไม่เลิก ฉันอาจจะเปลี่ยนใจไปจับคู่ดีเบตกับคนอื่นแทนซะเลยนี่”
“กล้าก็ลองดูสิ!” พริ้มเท้าเอว ตาโตใส่ทันที “รับรองว่าวันดีเบต นายได้โดนฉันแฉกลางเวทีแน่ว่าประธานชมรมดนตรีสากลคนเก่งแอบซ้อมกีตาร์เพลงรักกุ๊กกิ๊กคนเดียวในห้องมืดตอนดึกๆ ทุกคืน!”
“เฮ้ย! ใครเขาไปซ้อมเพลงรักกัน อย่ามาใส่ร้ายนะ!” ผมเผลอเสียงดังกลบเกลื่อนความจริงที่ดันไปตรงเผงจนหน้าขึ้นสีชัดเจน
พริ้มหัวسร่วนอย่างอารมณ์ดี ท่าทางมีความสุขบนความเดือดร้อนของผมนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนผมอยากจะเอื้อมมือไปยีผมยาวสลวยนั่นให้ยุ่งเหยิงเสียให้เข็ด แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของผมจะได้ขยับทำตามใจคิด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระชากอย่างแรงก็ดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง
ปัง!
พวกเราทั้งคู่สะดุ้งหันขวับไปมอง ร่างของรุ่นพี่กรรมการคุมกฎฝ่ายวินัยยืนหอบหายใจโยนซองเอกสารสีน้ำตาลกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... พวกเธอสองคนดูนี่ซะ!” รุ่นพี่ฝ่ายวินัยกัดฟันกรวด “มีคนยื่นเรื่องร้องเรียนฉุกเฉินเข้ามา... บอกว่าการที่ดีเบตสัปดาห์หน้าใช้หัวข้อความสัมพันธ์ส่วนตัว เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง และทางสภานักเรียนกำลังจะ... สั่งระงับการดีเบต และยุบชมรมของพวกเธอทั้งสองคู่ทันที!”
พริ้มหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ส่วนผมรีบก้าวเข้าไปคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู ทว่า... ทันทีที่สายตาไล่สายอักษรบรรทัดแรก หัวใจของผมก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ลายเซ็นที่อนุมัติคำสั่งฉุกเฉินนี้... ไม่ใช่ของสภานักเรียน แต่เป็นลายเซ็นของ ‘ธันวา’ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบพิเศษคนใหม่ที่เพิ่งแต่งตั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน!
“ไอ้ธันวา...” ผมกัดฟันกรวดจนกรามขึ้นสันนูน กำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงปรบมือเยาะเย้ยก็ดังขึ้นอีกครั้งจากเงามืดตรงทางเดินนอกหน้าต่าง พร้อมกับรอยยิ้มของธันวาที่เดินกลับเข้ามาหยิบเอกสารตัวจริงตัดหน้าผมไปต่อหน้าต่อตา!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซัดจังหวะหัวใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 10
แผนซ้อนแผนของชมรมคู่แข่ง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!