"ถ้าคุณคิดว่าความเงียบคือวิธีตอบโต้ที่ดีที่สุดสำหรับประธานชมรมดนตรีอย่างคุณ ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดถนัดครับคีย์"
เสียงของพริ้มตวาดแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่คำรามอยู่เหนือโดมห้องสมุดเก่าท้ายมหาวิทยาลัย เธอวางเอกสารสิทธิ์การใช้ห้องซ้อมดนตรีลงบนโต๊ะไม้ตัวหนาด้วยแรงที่พอเหมาะให้เกิดเสียง 'ปึก'
คีย์ที่นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องใบหน้าเนียนใสที่แดงระเรื่อด้วยความโกรธ เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย มือเรียวยาวที่ผ่านการดีดกีตาร์มานับพันชั่วโมงวางประสานกันไว้ที่หน้าตัก
"ผมไม่ได้เงียบเพราะไม่มีอะไรจะพูด" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทุ้มต่ำ แต่ทว่ากดดัน "ผมเงียบเพราะรอดูว่าคนฉลาดระดับดาวเด่นวาทศิลป์ จะพยายามหาเหตุผลข้างๆ คูๆ มาอ้างเพื่อยึดห้องซ้อมที่พวกผมจองไว้ก่อนได้นานแค่ไหน"
"เหตุผลข้างๆ คูๆ เหรอ?" พริ้มแค่นหัวเราะ ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะจนคีย์สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่ลอยมากับสายลมชื้น "ถ้าตารางการจองของชมรมคุณมันห่วยแตก จนทำให้พวกคุณไม่ได้ซ้อมตามกำหนดการ มันก็เป็นความผิดพลาดเชิงระบบของคุณ ไม่ใช่หน้าที่ของชมรมวาทศิลป์ที่ต้องมาเซ่นสังเวยความประมาทของคุณ!"
"ปากเก่งเหมือนเดิมนะครับพริ้ม" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขาเป็นฝ่ายกดดันพริ้มทันที "คนอย่างคุณน่ะเหรอที่บอกว่าตัวเองใช้ตรรกะนำทาง? ผมเห็นแต่ความเอาแต่ใจที่เคลือบด้วยคำพูดสวยหรู"
ทันใดนั้น แสงฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านหน้าต่างบานเกล็ด ก่อนที่เม็ดฝนห่าใหญ่จะสาดกระหน่ำลงมาใส่หลังคาสังกะสี เสียงดังกึกก้องจนน่าตกใจ บรรยากาศในห้องซ้อมที่เคยตึงเครียดอยู่แล้ว กลับทวีความอึดอัดขึ้นไปอีกเมื่อไฟฟ้าในตึกเกิดดับลงพร้อมกัน
"ชิ! อะไรเนี่ย?" พริ้มสบถเบาๆ ก่อนจะควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า แต่แสงจากหน้าจอที่สว่างขึ้นกลับทำให้เธอมองเห็นเพียงใบหน้าของคีย์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งคืบ
"ฟ้าผ่าหม้อแปลงไฟแน่ๆ" คีย์พูดขึ้นในความมืด น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันกลับฟังดูนิ่งงันและชวนให้ใจสั่น "ไปไหนไม่ได้แล้วล่ะครับ พายุแรงขนาดนี้ ต่อให้คุณปากเก่งแค่ไหน ก็คงสั่งให้ฝนหยุดตกไม่ได้"
พริ้มถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนกับกำแพงไม้ที่เย็นเฉียบ เธอหอบหายใจถี่ ความมืดทำให้สัญชาตญาณระแวดระวังของเธอพุ่งสูงขึ้น "คุณถอยไปเลยนะคีย์ อย่าคิดจะใช้จังหวะนี้ข่มขู่ผม"
"ข่มขู่?" คีย์ก้าวตามเข้าไป ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้ปลายจมูกของเธอ เขาใช้มือยันกำแพงกั้นเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ "คุณรู้จักผมน้อยไปนะพริ้ม ถ้าผมจะทำอะไรคุณจริงๆ ผมไม่รอให้ไฟดับหรอก"
"งั้นก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของห้องนี้สักที" พริ้มสวนกลับ แม้ใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก "ที่ผมต้องมาเถียงกับคุณจนคอแตก ก็เพราะผมไม่อยากให้ชมรมคุณเอาเปรียบคนอื่น"
"ผมไม่เคยเอาเปรียบใคร... ผมแค่ต้องการความสมบูรณ์แบบ" คีย์ก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาประสานกันพอดี ในความมืดสลัว แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนกลางวัน แต่มันกลับมีความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้พริ้มพูดไม่ออก "คุณเองก็เหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ? ที่ยอมลดตัวมาดีเบตกับผมท่ามกลางพายุแบบนี้ ก็เพราะคุณต้องการเอาชนะผมให้ได้ ไม่ใช่เพราะเรื่องห้องซ้อม"
พริ้มชะงัก คำพูดนั้นแทงใจดำเธอเข้าอย่างจัง เธอไม่ได้อยากได้ห้องซ้อมนั้นมากมายขนาดนั้น แต่มันคือการปะทะฝีปากกับคีย์ต่างหาก ที่กลายเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังรู้สึกถึงตัวตนของตัวเองในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
"ผมแค่เกลียดความถือดีของคุณ" พริ้มกระซิบ เสียงสั่นเล็กน้อย
"ดีครับ..." คีย์ยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากและทำเอาพริ้มลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ "เพราะผมก็เกลียดความรั้นของคุณเหมือนกัน... แต่น่าแปลกที่ผมกลับไม่สามารถละสายตาจากคุณได้เลยในเวลาแบบนี้"
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความโกรธเป็นเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง พริ้มรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า เธอพยายามจะก้มหน้าหลบ แต่ปลายนิ้วของคีย์กลับเชยคางเธอขึ้นเบาๆ ให้หันมาสบตากับเขาอีกครั้ง
"พริ้ม... คุณรู้ไหมว่าทำไมเราถึงต้องทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า?"
"เพราะคุณมันน่ารำคาญไงครับ" เธอตอบพลางพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
"ไม่ใช่..." คีย์โน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน "เพราะลึกๆ แล้ว... เราทั้งคู่ต่างก็ต้องการพื้นที่ในหัวใจของอีกคน แต่ดันเลือกใช้วิธีที่เจ็บปวดที่สุดในการสื่อสารออกมา"
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่เสียงฝีเท้าที่ดังกระหึ่มขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอกกลับขัดจังหวะช่วงเวลาที่แทบจะหยุดหมุนนี้ไปเสียก่อน เสียงประตูห้องซ้อมที่ถูกเปิดออกพร้อมกับแสงไฟจากไฟฉายส่องกราดเข้ามาในห้อง
"คีย์! คุณอยู่ที่นี่หรือเปล่า? ผมเป็นห่วงแทบแย่!"
เสียงธันวาดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู ท่ามกลางบรรยากาศที่คีย์และพริ้มเพิ่งจะถอยห่างจากกันไม่กี่เซนติเมตร สายตาของธันวาจ้องเขม็งมาที่ทั้งสองคนด้วยความแค้นเคืองปนแปลกใจ ขณะที่พริ้มรีบคว้าเอกสารของตัวเองแล้วก้าวผ่านธันวาออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
คีย์ยืนนิ่งอยู่ในความมืด ปลายนิ้วของเขายังคงรู้สึกถึงความนุ่มนวลของคางพริ้มที่เพิ่งสัมผัสผ่านไป เขาไม่ได้มองธันวา แต่เขามองตามแผ่นหลังของพริ้มที่หายลับไปกับสายฝนที่ยังคงตกไม่หยุด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซัดจังหวะหัวใจไปพร้อมกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 11
ดีเบตท่ามกลางสายฝน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!