"ถ้ายังเล่นโน้ตตัวนี้เพี้ยนอีกรอบเดียว ฉันจะถือว่าเธอจงใจก่อวินาศกรรมโสตประสาทของฉันนะครับ พริ้ม"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดตามแบบฉบับของ 'คีย์' ดังขึ้นแทรกเสียงสายกีตาร์โปร่งที่เพิ่งดีดพลาดไปหมาดๆ ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สตูลกลางห้องซ้อมดนตรี ดวงตาคมกราบมองตรงมาด้วยแววตาตำหนิที่ทำเอาคนถูกมองอยากจะปาไมโครโฟนใส่หน้าสักทีสองที
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีสมองส่วนที่จำคอร์ดมันดันบล็อกอัตโนมัติเวลาโดนคนหน้าบึ้งแถวนี้จ้องเขม็ง" พริ้มลอยหน้าลอยตาตอบ เสียงใสแจ๋วแต่เต็มไปด้วยความกวนประสาท เธอยืนกอดอกพิงเปียโนอัพไรท์อย่างไม่มีย่อท้อ แม้จะซ้อมมานานกว่าสองชั่วโมงจนเหงื่อซึมไรผม แต่มานะของดาวเด่นชมรมวาทศิลป์ไม่มีวันลดลงง่ายๆ แน่นอน
"ผมหน้าบึ้งเพราะรำคาญเสียงกีตาร์ที่เหมือนแมวโดนเหยียบหางตะหาก ไม่ใช่เพราะสมาธิสั้นแบบเธอ" คีย์สวนกลับทันควัน ปากคอเราะร้ายสมฉายาประธานชมรมดนตรีสากล แต่ถ้าสังเกตให้ดี ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังตั้งสายกีตาร์อยู่นั้นกลับหมุนลูกบิดผิดๆ ถูกๆ จนสายเกือบขาด—อาการเกร็งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีมั่นอกมั่นใจนั่นแหละ คือพิรุธที่พริ้มจับสังเกตได้มาสักพักแล้ว
ห้องซ้อมชมรมดนตรีสากลในยามเย็นถูกโอบล้อมด้วยเงาสลัวของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านกระจกใส กลิ่นอายของไม้เก่าและฝุ่นละอองลอยวนอยู่ในอากาศ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด หลังจากที่สมาชิกคนอื่นๆทยอยกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงเขากับเธอที่ต้องอยู่เคลียร์เพลงดูเอลสำหรับการแข่งขันโต้วาทีสลับดนตรีในสัปดาห์หน้า
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ ประธานคีย์" พริ้มถอนหายใจยาว เดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ที่คีย์นั่งอยู่ เธอทิ้งตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นตรงหน้าเขาในระยะประชิด ชนิดที่คนตัวสูงกว่าต้องชะงักและเผลอหายใจสะดุด "ไหน... ไหนบอกฉันซิ ว่าทำไมเพลงนี้โน้ตท่อนฮุกมันถึงได้ยากเย็นนัก หรือจริงๆ แล้วโน้ตมันไม่ได้ยากหรอก... แต่คนสอนต่างหากที่อธิบายไม่รู้เรื่องเอง?"
คีย์ก้มมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตของพริ้มพราวระยับด้วยความท้าทาย ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือเกรงใจหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความดื้อรั้นที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ คีย์รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามขึ้นมาถึงใบหู ปากหนายังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในการพ่นคำพูดเชือดเฉือน
"ถ้ารู้จักใช้สมองคิดวิเคราะห์มากกว่าเอาเวลามาเถียงผม เธอก็คงเล่นจบเพลงไปนานแล้ว... ถอยไปใกล้เกินไปแล้วนะ" ประโยคหลังเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย ยามที่พยักเพยิดให้เธอขยับออกห่าง แต่มีหรือที่คนอย่างพริ้มจะยอมทำตาม
"ไม่ถอยค่ะ จนกว่านายจะยอมรับความจริงข้อหนึ่ง" พริ้มขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนเข่าแทบจะชิดกัน เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเขา ค้นหาความอ่อนโยนที่มักจะถูกซ่อนไว้ภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่ง "นายไม่ได้หงุดหงิดฉันเพราะเล่นเพี้ยนหรอกคีย์... นายหงุดหงิด เพราะนายกลัวว่าเพลงนี้มันจะสื่อความรู้สึกบางอย่างที่นายไม่อยากให้ฉันรู้ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงหึ่งเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับหัวใจของคนทั้งคู่ คีย์ชะงักกริ่นการเคลื่อนไหวทั้งหมด ดวงตาคมหันกลับมาสบตากับเธออย่างจัง ความซับซ้อนบางอย่างฉายชัดในแววตานั้น มันไม่ใช่ความโกรธ หรือความรำคาญอย่างที่เคยแสดงออก แต่มันคือความเปราะบางที่ถูกเปิดเปลือยต่อหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ
"เธอ... พูดอะไรของเธอ พริ้ม" เสียงของคีย์แหบพร่าลงเล็กน้อย มือหนาที่ถือปิ๊กกีตาร์อยู่เผลอบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"ฉันพูดความจริง" พริ้มเอื้อมมือออกไปอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่หลังมือของคีย์ เพื่อหยุดความสั่นเทาเล็กๆ ที่เธอสังเกตเห็น สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านถึงกันและกัน ทำให้คีย์สะดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้สะบัดหนี "นายแบกรับความคาดหวังของทุกคนไว้จนเหนื่อยใช่ไหมล่ะคีย์... แม้กระทั่งในเรื่องดนตรี นายก็ต้องเล่นให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา จนลืมไปว่าบางที... โน้ตที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง มันอาจจะเป็นท่วงทำนองที่จริงใจที่สุดก็ได้"
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจกำแพงหนาที่คีย์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา แววตาของอัจฉริยะหนุ่มไหววูบ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงปากเก่งคนนี้ จะสามารถมองทะลุผ่านเปลือกนอกที่เย็นชาของเขาเข้ามาถึงตัวตนที่แท้จริงข้างในได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ทำให้สติที่เคยควบคุมได้ดีเยี่ยมเริ่มหลุดลอย
"ถ้าฉันไม่ได้เก่งอย่างที่เธอคิด..." คีย์กระซิบแผ่วเบา เสียงทุ้มนั้นเจือความสั่นเครือที่หาดูได้ยากยิ่ง ดวงตาคมมองริมฝีปากอิ่มสลับกับดวงตากลมโตของพริ้ม "ถ้าฉันไม่ได้อยากเป็นแค่ประธานชมรมที่ต้องเพอร์เฟกต์ในสายตาใคร... เธอยังจะอยากฟังเพลงที่ฉันเล่นอยู่ไหม"
พริ้มชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะกับคำถามและแววตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เปลี่ยนความหมั่นไส้กลายเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจ—
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นทำลายบรรยากาศเปราะบางนั้นลงอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' รองประธานชมรมดนตรีสากล้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบด้วยความเยียบเย็นในแววตา ธันวากวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่นั่งใกล้ชิดกันจนเกินงามด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จงใจลากยาว
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการซ้อม 'ส่วนตัว' ของพวกเธอสองคนหรือเปล่าครับ พอดีฉันเอาเอกสารงบประมาณมาให้เซ็น... แต่ดูท่าทางตอนนี้ ประธานคีย์คงไม่ได้สนใจเรื่องเอกสารแล้วมั้งครับ"
คีย์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใยในเสี้ยววินาที เขากลืนความรู้สึกทั้งหมดกลับลงไปในอก พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"วางไว้ตรงนั้น" คีย์สั่งเสียงเรียบ
พริ้มค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามกระโปรงเบาๆ แม้ภายนอกจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่ธันวา แต่ในใจกลับนึกเสียดายช่วงเวลาเมื่อครู่ที่ถูกขัดจังหวะไปอย่างน่าหงุดหงิด เธอปรายตามองธันวาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคีย์ที่กำลังมองเธออยู่พอดี
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรออกมา ธันวาก็ยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกสะกิดใจ
"อ้อ... เกือบลืมไปเลย ประธานครับ พอดีมีข่าวกรองวงในแจ้งมาว่า ทางสภานักเรียนกำลังจะเปลี่ยนหัวข้อดีเบตสัปดาห์หน้า... และหัวข้อใหม่ที่ว่านั่น เกี่ยวกับ 'ความสัมพันธ์ลับๆ ของผู้นำชมรม' ซะด้วยสิครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้นะครับ
ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 9
เมื่อท่วงทำนองเริ่มเปลี่ยน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!