ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ•ตอนที่ 6

คำถามชวนปวดหัว

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าสมองของประธานชมรมดนตรีสากลมีไว้สำหรับคิดแต่เรื่องหาเรื่องคนอื่น ผมแนะนำให้เอาพื้นที่สมองส่วนนั้นไปจำคอร์ดกีตาร์ให้แม่นกว่านี้ดีกว่านะครับ" เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวที่เงียบสงบ พริ้มยืนกอดอก แผ่นหลังพิงกับชั้นวางอุปกรณ์เครื่องเสียง ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงของคีย์ที่กำลังยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยระยะห่างที่ไม่น่าไว้วางใจ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมส่วนตามแบบฉบับนักดนตรีที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ขยับเข้าประชิดอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นไม้จันทน์และสายฝนลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส คีย์ไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งสนิทลงมาหาเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบผมสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ทรงพลังพอจะทำให้คนมองอยากจะยกเท้าขึ้นมาประทับรอยรองเท้าผ้าใบสักปราบ "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... พริ้ม" คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลอดไรฟันออกมาด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูที่เขาไม่มีทางยอมรับมันออกมาตรงๆ "พูดเก่งขนาดนี้ ทำไมน้องไม่ลองเอาวาทศิลป์อันทรงพลังไปเกลี้ยกล่อมงบประมาณจากอาจารย์ที่ปรึกษาดูบ้างล่ะ เผื่อชมรมวatศิลป์จะได้ไม่ต้องมาคอยแอบใช้ห้องซ้อมของฉันฟรีๆ แบบนี้" "นี่!" พริ้มดีดตัวผึ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่พอใจ เธอเป็นถึงดาวเด่นชมรมวาทศิลป์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบคมในการโต้แย้ง มีหรือจะยอมให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้มาด้อยค่า "นี่มันห้องซ้อมส่วนกลางที่จัดสรรโดยสโมสรนักศึกษาต่างหากเล่า ประธานคีย์ครับ! กรุณาเช็คสติและสมองส่วนความจำใหม่ด้วยว่า ใครกันแน่ที่ทำเรื่องขอใช้ห้องนี้อย่างถูกต้องตามระเบียบ... อ้อ หรือว่าสมองส่วนนั้นถูกใช้ไปกับการคิดหาคำพูดกวนประสาทฉันจนหมดแล้วล่ะคะ?" พริ้มตั้งใจเน้นเสียงคำว่า 'คะ' เพื่อกวนโมโห แต่นั่นกลับทำให้คีย์ชะงักไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบเล็กน้อยก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เขารู้ดีว่าเถียงกับผู้หญิงตรงหน้าคนนี้มีแต่จะเปลืองน้ำลาย เธอนอกจากจะ "ทันคน" แล้ว ยังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครแม้แต่นิดเดียว ทุกครั้งที่ทั้งคู่ต้องมาปะทะคารมกันในฐานะตัวแทนสองชมรมใหญ่ที่มีกิจกรรมต้องทำร่วมกัน ผลลัพธ์มักจะจบลงด้วยการเชือดเฉือนทางคำพูดที่ไม่มีใครยอมใครเสมอ แต่ทว่า... ในความดื้อรั้นและท่าทีตั้งป้อมต่อต้านนั้น พริ้มกลับเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมาดนิ่งและคำพูดเชือดเฉือนของคีย์ ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวานซืน ตอนที่เครื่องเสียงราคาแพงเกือบจะหล่นลงมาทับรุ่นน้องปีหนึ่งในชมรม คีย์ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นคนเย็นชาและสนใจแต่ตัวเอง กลับพุ่งตัวเข้าไปรับมันด้วยมือเปล่าจนฝ่ามือหนาถูกขอบโลหะบาดลึกเลือดอาบ แต่เจ้าตัวกลับไม่ปริปากบ่นสักแอะ แถมยังดุรุ่นน้องเสียงเข้มเพื่อไม่ให้เด็กมันขวัญเสีย ก่อนจะเดินไปทำแผลคนเดียวเงียบๆ โดยไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วย—ถ้าพริ้มไม่บังเอิญเดินถือเอกสารเข้าไปเห็นจังหวะนั้นพอดี เธอคงคิดว่าผู้ชายคนนี้ไร้หัวใจไปจริงๆ และเมื่อครู่นี้... ตอนที่เขาเดินเข้ามาใกล้ เธอบังเอิญสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน แม้คีย์พยายามจะกลบเกลื่อนมันด้วยการแต่งตัวเนี้ยบและการเซ็ตผมอย่างดี แต่ความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองนั้นมันฟ้องว่าเขาไม่ได้นอนมาหลายคืนติดต่อกันแล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ พริ้มลดแขนที่กอดอกลง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายความท้าทายเปลี่ยนเป็นความฉุกคิด เธอจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคีย์ที่กำลังหันไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวโปรดขึ้นมาตั้งสาย กลบเกลื่อนความอึดอัด "นาย... นอนไม่พอหรือเปล่า?" คำถามที่หลุดออกจากปากของพริ้มทำเอาเสียงดีดสายกีตาร์โน้ตตัวแรกสะดุดกึก คีย์ชะงักมือที่กำลังหมุนลูกบิด เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยแววתาที่ยากจะคาดเดา "เธอว่าอะไรนะ?" คีย์ถามย้ำ เสียงห้วนจัดแต่แฝงความระแวงเล็กน้อย "ฉันถามว่า นายพักผ่อนพอบ้างไหม" พริ้มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเธอไม่มีแววของการประชดประชันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันเจือไปด้วยความสงสัยที่จริงจังจนน่าประหลาด "ใต้ตานายคล้ำมากนะคีย์... แล้วไหนจะรอยแผลที่ฝ่ามือขวานั่นอีก ถึงนายจะพันแผลไว้ลวกๆ แต่นักดนตรีที่ต้องใช้มือเล่นกีตาร์เป็นชีวิตจิตใจ ปล่อยให้มันบาดเจ็บแบบนั้น มันไม่ฉลาดเลยสักนิด" คีย์นิ่งงันไป เขาก้มมองมือข้างที่ได้รับบาดเจ็บของตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะรีบหุบกำปั้นลงแล้วซ่อนมันไว้ข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่อยากให้ใครมาเห็นจุดอ่อนของตนเอง "เรื่องของฉัน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยชาและห่างเหินเช่นเดิม พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันตัวตามความเคยชิน "ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าพริ้ม ใกล้จะถึงงานดีเบตระดับมหาวิทยาลัยแล้ว เตรียมสคริปต์ของเธอให้รอดจากการโดนชมรมวาทศิลป์เจ้าภาพถล่มซะก่อนเถอะ ไม่ต้องมาใส่ใจเรื่องของคนอื่นหรอก" "นี่ฉันหวังดีนะ!" พริ้มขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อเจอความปากแข็งของพ่อหนุ่มคนนี้ "คนอะไร ปากกับใจไม่เคยตรงกันเลยสักนิด! เขาถามดีๆ ก็ทำเป็นเก๊กขรึม กลัวเสียฟอร์มหรือไงที่โดนผู้หญิงจับได้ว่าแอบไปลุยเดี่ยวช่วยรุ่นน้องจนเจ็บตัวมาฮึ?" คีย์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพริ้ม บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นอีกครั้งด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ "เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉัน... พริ้ม?" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีช่องว่างให้ถอยหนี ร่างสูงใหญ่กดดันจนพริ้มต้องเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ "เธอคิดว่าการทำตัวเป็นแม่พระ คอยสังเกตความผิดปกติของคนอื่นไปทั่ว มันจะทำให้เธอดูเท่ขึ้นงั้นเหรอ? หรือจริงๆ แล้ว... เธอกำลังสนใจฉันกันแน่?" คำพูดท้าทายพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ทำให้หัวใจของพริ้มกระตุกวูบ เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อคำพูดลอยๆ แบบนี้ พริ้มเงยหน้าสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่จะเหลือเพียงแค่คืบเดียวจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน "หลงตัวเองที่สุด!" พริ้มเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความโมโหปนความประหม่าที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ฉันก็แค่... แค่ไม่อยากให้ประธานชมรมดนตรีสากลเกิดนิ้วล็อคหรือเป็นลมกลางเวที จนทำให้งานมหาวิทยาลัยล่มก็เท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิด—อื้อ!" ประโยคต่อมาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องซ้อมจะถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอให้อณุญาต "คีย์! แย่แล้ว..." เสียงหวานแหลมของใครบางคนดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่กำลังกึ่งหวานกึ่งฉุนเฉียว ทั้งพริ้มและคีย์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ พริ้มหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์ขมวดคิ้วมด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะ ร่างของธันวา รองประธานชมรมดนตรีสากลคนสวยก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาคู่คมกวาดมองพริ้มที่ยืนหน้าแดงอยู่ใกล้กับคีย์ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่ไม่เป็นมิตร ก่อนจะหันไปหาคีย์แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา "อาจารย์เรียกประชุมด่วนที่สุดเรื่องงบประมาณ... และที่สำคัญที่สุด มีข่าวลือหลุดออกมาว่า *'โจทย์ลับ'* ของการดีเบตหัวข้อใหญ่ในสัปดาห์หน้า ถูกเปลี่ยนกะทันหัน และคนที่เป็นต้นเรื่อง... คือคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้แหละ!" ธันวาปรายตามองพริ้มด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม พริ้มเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าคีย์ที่ตอนนี้สีหน้าเคร่งเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มหันกลับมาสบตากับเธออีกครั้งด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงจังหวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%