"ถ้าคุณคิดจะจบเรื่องนี้ด้วยการเผาไร่ทิ้ง เพื่อตัดปัญหาเรื่องใบชาพิษที่ปนเปื้อน ผมบอกได้เลยว่าคุณกำลังคิดสั้นและโง่เขลาที่สุดในชีวิตอาหลาง"
รินรดาวางจอกชาดินเผาลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดัง 'กึก' กระเบื้องเคลือบแตกเป็นรอยร้าวเล็กน้อย เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา อาหลางหยุดมือที่กำลังหยิบใบชาหอมหมื่นลี้แห้งขึ้นมาดม เขานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ วางใบชาลงช้าๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดไปจากเดิม
"คุณไม่เข้าใจหรอกรินรดา" อาหลางเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ความลับที่ฝังอยู่ใต้ดินใต้ต้นชาเก่าแก่นั่น มันไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือคำสาปที่ส่งต่อมาจากรุ่นปู่ ถ้าผมไม่ทำลายมันตอนนี้ วันที่หมอกเปลี่ยนสี... คุณเองนั่นแหละที่จะเป็นคนแรกที่ต้องรับพิษร้ายนั่นไป"
"คำสาปหรือแค่ความกลัวครับ?" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอปลูกไว้ข้างหน้าต่างดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญกับแรงกดดันภายในห้อง "คุณบอกว่าคุณอยู่กับไร่นี้มาตั้งแต่เกิด แต่ทำไมคุณถึงไม่เคยเชื่อใจคนข้างๆ เลยแม้แต่น้อย? คุณแอบทำอะไรในโรงคั่วตอนเที่ยงคืน ผมเห็นรอยไหม้บนฝ่ามือคุณนะอาหลาง"
อาหลางชะงัก สายตาที่เคยเรียบเฉยหลบวูบไปทางอื่น เขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการหยิบกาน้ำชาขึ้นมา แต่รินรดาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ผิวสัมผัสของเขาร้อนผ่าวเหมือนมีไข้ แต่ทว่าความเย็นชาในดวงตาเขากลับทำให้เธอสั่นสะท้าน
"ผมปกป้องคุณอยู่" เขาพึมพำ
"ปกป้อง? ด้วยการโกหกและทำตัวเป็นคนแปลกหน้าแบบนี้หรือครับ?" รินรดาแค่นยิ้ม มือที่จับข้อมือเขาไว้สั่นระริก "ตั้งแต่วันที่คุณพาฉันขึ้นมาบนเขาแห่งนี้ คุณสอนให้ฉันรู้จักการคัดเลือกใบชาที่ดีที่สุด สอนให้รู้จักความอดทน แต่คุณกลับไม่เคยสอนวิธีรับมือกับความลับที่กำลังจะทำลายเราทั้งคู่เลย"
บรรยากาศภายในโรงคั่วเงียบลงจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ซึมผ่านหลังคาไม้ไผ่ลงมา กลิ่นของใบชาที่คั่วค้างไว้เริ่มเปลี่ยนจากหอมหวานกลายเป็นกลิ่นฉุนคล้ายกำยาน อาหลางดึงมือออกอย่างเบามือ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดทับตัวเธอจนมืดมิด
"คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องทำแบบนี้" เขาเดินไปที่ผนังด้านหลัง ปัดฝุ่นที่เกาะกรังบนกล่องไม้เก่าใบหนึ่งออก ก่อนจะเปิดมันเผยให้เห็นม้วนกระดาษหนังที่กรอบจนแทบจะกลายเป็นผง "คนจากตระกูลที่ส่งคนมาตามล่าคุณ ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดินผืนนี้ รินรดา... พวกเขาต้องการ 'หัวใจของชา' ที่คุณถือครองอยู่โดยไม่รู้ตัว"
รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นเพียงการพักผ่อนเพื่อรักษาบาดแผลในใจ กลับกลายเป็นหมากกระดานใหญ่ที่เธอถูกดึงเข้ามาพัวพันโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังยืนมองเธอจากที่ไกลๆ ตลอดเวลาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"หัวใจของชา... คืออะไร" เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจางหายไปกับอากาศ
อาหลางยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก ไร่ชาที่ควรจะสงบเงียบในยามพลบค่ำกลับมีเสียงเหล็กกระทบกันดังกังวาน อาหลางถลาไปที่หน้าต่างไม้ ดึงกลอนประตูลงล็อกแน่นหนา ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"ไม่มีเวลาแล้ว" เขาหยิบมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เตาถ่านยัดใส่มือเธอ "ไม่ว่าใครจะตะโกนเรียกชื่อคุณ หรือบอกว่าพวกเขามารับคุณกลับบ้าน... อย่าเชื่อเด็ดขาด โดยเฉพาะคนที่คุณคิดว่าตายไปแล้ว"
จังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ถูกกระแทกจนสะเทือน ร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่รินรดาจำได้แม่นว่าเป็น 'หัวหน้างานคนเก่า' ผู้ที่ทำให้ชีวิตการทำงานของเธอพังทลายลง ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่รินรดาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก
"รินรดา... คุณพ่อมารับกลับบ้านแล้วนะ ลูกรัก"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เพราะสิ่งที่อาหลางเพิ่งเตือนไว้หมาดๆ คือการห้ามเชื่อคนที่ 'ตายไปแล้ว' แต่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ... คือคนที่เธอเห็นกับตาในข่าวหน้าหนึ่งว่าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับรินรดากับอาหลางในบทนี้ด้วยกันนะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้ครับ
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 40
บทที่ 40
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!