“มือคุณแข็งเกินไป รินรดา หากยังขืนกระชากยอดอ่อนเช่นนั้น ชาก็จะช้ำและสูญเสียวิญญาณแห่งภูเขาไปเสียเปล่าๆ”
อาหลางเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินท่ามกลางดงชาที่เขียวขจีบนยอดเขาเมฆาคล้อย ปลายนิ้วกร้านงานของเขาขยับจังหวะที่นุ่มนวลและเด็ดขาด เด็ดยอดชาหนึ่งยอดกับใบอ่อนสองใบใส่ลงในตะกร้าสานหวายอย่างแม่นยำ
รินรดาชะงักมือที่กำลังสั่นเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า เธอจ้องมองยอดชาสีเขียวอ่อนที่ถูกเด็ดทิ้งลงพื้นอย่างน่าเสียดายด้วยสายตาตัดพ้อ ความเงียบของภูเขาในยามนี้ดูเหมือนจะกดดันเธอมากกว่าเสียงอึกทึกของเมืองกรุงที่เธอจากมาเสียอีก
“วิญญาณแห่งภูเขาอย่างนั้นหรือครับ?” รินรดาทวนคำ น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิดที่ซ่อนไม่มิด “ฉันแค่เด็ดยอดไม้ ไม่ใช่การประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ทำไมต้องทำให้อะไรๆ มันดูซับซ้อนด้วยคะ... อ๊ะ ขอโทษครับ ผมหมายถึง... ทำไมต้องทำให้ดูซับซ้อนขนาดนั้นด้วยครับ”
อาหลางหยุดมือลงทันที เขาหันกลับมามองเธอ สายตาที่คมกริบแต่ทว่าสงบนิ่งนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของความรู้สึกที่เธอกำลังพยายามกลบฝังไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ
“ยอดชาไม่ได้มีชีวิตแค่เพราะมันโตขึ้นมาจากดิน แต่มันมีชีวิตเพราะมันดูดซับเอาไอหมอก ความหนาวเหน็บ และแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าเข้าไป” อาหลางก้าวเข้ามาใกล้ระยะห่างที่พอเหมาะ กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและใบชาคั่วลอยมาจากตัวเขา “การที่คุณเด็ดมันด้วยความหงุดหงิด ชาจะสัมผัสได้ถึงความร้อนรนนั้น และเมื่อถึงตอนคั่ว กลิ่นหอมหมื่นลี้ที่ควรจะอบอวลก็จะถูกแทนที่ด้วยรสเฝื่อนขม... คุณไม่เชื่อผมหรือ”
รินรดาเงียบไปครู่ใหญ่ ลมหายใจของเธอแผ่วเบาลง เธอหันไปมองต้นชาเบื้องหน้าอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้มองเห็นเพียงแค่พืชสีเขียว แต่เห็นความอดทนที่ฝังรากลึกอยู่ในชั้นดิน เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนกลิ่นดินชื้นและไอหมอกจางๆ ไหลเวียนเข้าสู่ปอด
“สอนฉันใหม่นะคะ... สอนฉันให้รู้จักสัมผัสพวกมันอย่างที่อาหลางทำ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความตั้งใจจริง
อาหลางขยับเข้ามาด้านหลังช้าๆ มือหนาของเขาเอื้อมมาจับที่ข้อมือของเธออย่างสุภาพ นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของเขาสัมผัสที่ยอดชาอ่อนเบาหวิวราวกับขนนก “อย่าใช้แรงจากนิ้ว แต่จงใช้แรงจากปลายประสาทสัมผัส ให้จังหวะมันล้อไปกับลมที่พัดผ่านยอดเขา... แบบนี้ครับ”
เสียง *เปาะ* แผ่วเบาดังขึ้น ยอดชาสดสะอาดร่วงลงสู่ตะกร้าอย่างนุ่มนวล รินรดารู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ความร้อนรนที่เคยก่อตัวเป็นก้อนแข็งในอกเริ่มคลายตัวออกช้าๆ ราวกับน้ำแข็งที่ถูกแสงอาทิตย์ละลาย
พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเก็บยอดชาจนแสงแดดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองทาบไล้บนปลายยอดไม้ ความเงียบระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป กลับเต็มไปด้วยจังหวะของการทำงานที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะหยิบตะกร้าเพื่อเดินกลับไปยังเรือนไม้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมา ไม่ใช่ฝีเท้าเบาหวิวของชาวไร่ แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังที่ย่ำบนกิ่งไม้แห้งจนแตกดังสนั่น
ชายในชุดสูทสีเข้มแปลกตาปรากฏตัวขึ้นที่แนวสันเขา เขาดูขัดกับธรรมชาติรอบข้างอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แววตานั้นกวาดมองไปรอบไร่ชาด้วยความละโมบ ก่อนจะหยุดสายตาที่ตะกร้าในมือรินรดา
“ในที่สุดก็เจอตัวเสียที” ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “คุณรินรดาครับ... ทางบริษัทส่งผมมาแจ้งว่า 'เอกสารสำคัญ' ที่คุณแอบนำติดตัวมาด้วยนั้น ไม่ใช่ทรัพย์สินที่คุณจะถือวิสาสะเก็บไว้กับตัวได้ตามใจชอบ”
รินรดาหน้าซีดเผือด มือที่ถือตะกร้าชาสั่นสะท้าน เธอหันไปมองอาหลางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ชายหนุ่มผู้ดูแลไร่ชากลับยังคงยืนนิ่ง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมดุจใบมีดโกนเมื่อมองไปยังผู้มาเยือนคนใหม่
“ที่นี่ไม่มีที่สำหรับคนของบริษัทหรอกครับ” อาหลางก้าวขึ้นมาขวางหน้าเธอไว้อย่างเงียบเชียบ “และใบชาที่รินรดาเก็บวันนี้... มันไม่ได้มีไว้เพื่อแลกกับกระดาษที่ไร้ค่าพวกนั้น”
ชายคนนั้นแค่นยิ้มก่อนจะชูซองเอกสารในมือขึ้น “คุณรินรดา... ถ้าคุณไม่ยอมมอบมันให้ผมแต่โดยดี ผมเกรงว่าเรื่องราวที่คุณพยายามหนีมาตลอด จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนไม่เหลือที่ยืนแม้แต่บนยอดเขาแห่งนี้”
ความเงียบเข้าปกคลุมยอดเขาเมฆาคล้อยอีกครั้ง แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของพายุที่กำลังจะมาเยือน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้นะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 3
ใบชาแรกของฤดูกาล
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!