กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 42

บทที่ 42

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าคั่วชาไม่เป็น อาหลาง... แต่ใบชา 'เหมยกุ้ยเซียง' ล็อตนี้ของตระกูลหลี่ เขามีความลับเรื่องอุณหภูมิที่เจ้ายังมองข้ามไปก้าวหนึ่ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของเถ้าแก่กู๋ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโรงคั่วชาเก่าแก่ กลิ่นอายของใบชาอบแห้งลอยคละคลุ้งผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาดินเผา อาหลางยืนนิ่งอยู่หน้ากระทะคั่วเหล็กหล่อ แผ่นหลังกว้างเกร็งตึง มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว รินรดาซึ่งนั่งอยู่มุมห้องเงียบๆ ถึงกับกลั้นหายใจ บรรยากาศในตอนนี้หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าสายหมอกหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาเมฆาคล้อยในยามวิกาล นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคั่วชาธรรมดา แต่เป็นเดิมพันครั้งสำคัญของไร่ชาบนยอดเขาแห่งนี้ ที่เชื่อมโยงไปถึงบันทึกโบราณที่อาหลangเพิ่งค้นพบเมื่อคืนวาน... ปมปริศนาที่ทิ้งค้างคาไว้จากความลับของปู่ของเขา อาหลางค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ เพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ดวงตาคมกริบมองสบตากับเถ้าแก่กู๋ผู้มากประสบการณ์อย่างไม่หลบเลี่ยง เขารู้ดีว่าชายชราเบื้องหน้าไม่ได้มาเพื่อจับผิด แต่กำลังทดสอบว่าเขาพร้อมแบกรับชื่อเสียงของไร่ชาแห่งนี้ในฐานะทายาทรุ่นต่อไปหรือไม่ "ท่านเถ้าแก่หมายถึง... เปลวไฟจากฟืนไม้สนขาวเมื่อครู่ ร้อนเกินไปสามส่วนใช่หรือไม่ครับ" อาหลางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น กวาดสายตามองประกายไฟที่ยังหลงเหลืออยู่ในเตา เถ้าแก่กู๋หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "เจ้ายังมีสายตาที่เฉียบคมสมเป็นหลานของเฒ่าจง... แต่ความรู้เรื่องไฟอย่างเดียวไม่พอหรอกอาหลาง รินรดา... เจ้าลองส่งถ้วยชา 'หมื่นลี้วสันต์' ที่เราเบลนด์ไว้เมื่อเช้าให้ข้าหน่อยซิ" รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยจากการภวังค์ เธอรีบวางสมุดบันทึกในมือลง หยิบกาน้ำชาเซรามิกเคลือบสีหยกเข้มขึ้นมาอย่างระมัดระวัง รินน้ำชาสีอำพันใสลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมหวานละมุนละไมราวกับดอกไม้ป่าหลังสายฝนโชยเข้าจมูกทันที ความประณีตในการผสมผสานระหว่างใบชาอูหลงชั้นดีกับกลีบดอกหมื่นลี้ตากแห้ง ทำให้ชาถ้วยนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เถ้าแก่กู๋รับจอกชาไป สูดกลิ่นอายลึกๆ ก่อนจะจิบเพียงเล็กน้อย ดวงตาของชายชราหรี่ลงอย่างใช้ความคิด รสชาติที่หวานล้ำปลายลิ้นและความชุ่มคอที่แผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวในอดีตสมัยที่ยังหนุ่มแน่น "รสชาตินี้..." เถ้าแก่กู๋พึมพำ "มีความละเมียดละไมฝีมือของรินรดา แต่โครงสร้างความเข้มข้นยังคงเป็นมือของอาหลาง... ช่างเป็นการผสมผสานที่ลงตัวเสียจริง ยิ่งกว่าตอนที่ข้าเคยลองชิมเมื่อสิบปีก่อนเสียอีก" รินรดาเผลอยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักร่วมกันนับแรมเดือนมลายหายไปในพริบตา เธอมองหน้าอาหลางที่ยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม แม้ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก็ตามที "แต่..." เถ้าแก่กู๋เว้นจังหวะ วางจอกชาลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบเบาๆ กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนทั้งสอง "ต่อให้ชาถ้วยนี้จะยอดเยี่ยมเพียงใด หากพวกเจ้ายังไม่สามารถไขปริศนา 'ใบชาตระกูลซ่ง' ที่ถูกซ่อนไว้ในห้องใต้หลังคาได้... ฤดูกาลเก็บเกี่ยวครั้งหน้า ไร่ชาของพวกเจ้าก็อาจจะไม่เหลือแม้แต่สิทธิ์ในการประมูลชาหลวง" สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องราวกับลดฮวบลงทันตาเห็น รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ใบชาตระกูลซ่งอย่างนั้นหรือ? เธอกับอาหลางเพิ่งจะพบกุญแจทองเหลืองโบราณเมื่อตอนบ่าย แต่ยังไม่รู้เลยว่ามันไขเปิดหีบใบไหน อาหลางหันขวับไปมองหน้าเถ้าแก่กู๋ทันที แววตาไหววับด้วยความตกใจ "ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีใบชาตระกูลซ่งอยู่ที่นี่? เรื่องนี้แม้แต่บันทึกของปู่ก็ไม่ได้บันทึกไว้..." "ข้ารู้เพราะข้าเคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงนามในสัญญาเมื่อสามสิบปีก่อนอย่างไรเล่า" เถ้าแก่กู๋ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเหี่ยวย่นตามวัยตบลงบนไหล่กว้างของอาหลางเบาๆ สองครั้ง "จงจำไว้ อาหลาง... ชาชั้นดีไม่ได้เกิดจากดิน น้ำ หรือไฟที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก 'ความจริงใจ' ที่ผู้ชงมีต่อผู้ดื่ม... และคืนนี้ พระจันทร์เต็มดวง เงาของต้นชาโบราณหลังเรือนจะบอกคำตอบแก่พวกเจ้าเอง" ทิ้งท้ายปริศนาอันลึกลับไว้แค่นั้น เถ้าแก่กู๋ก็สะบัดแขนเสื้อเดินหายลับออกไปในความมืดและสายหมอกยามค่ำคืนของยอดเขาเมฆาคล้อย ปล่อยให้รินรดาและอาหลางยืนเคียงคู่กันท่ามกลางแสงไฟตะเกียงที่วับแวม อาหลางหันมามองรินรดา แววตาของชายหนุ่มสะท้อนภาพใบหน้าของเธอที่ต้องแสงไฟสีส้มอ่อน ความเงียบงันระหว่างเขาทั้งสองมีความหมายมากกว่าคำพูดนับพันคำ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่น "เราต้องไปที่ต้นชาโบราณหลังเรือน... เดี๋ยวนี้ครับ" อาหลางเอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าเฉียบขาดและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือหนายื่นออกไปหยิบตะเกียงน้ำมันก๊าดขึ้นมาถือ ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง... ยื่นออกมารอให้หญิงสาวเอื้อมมาจับ เพื่อก้าวเดินฝ่าความมืดออกไปเผชิญหน้ากับความลับที่ถูกฝังกลบมานานนับทศวรรษ ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของรินรดากำลังจะแตะสัมผัสกับฝ่ามือหยาบกร้านของชายหนุ่ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะไม้เท้ากระทบพื้นหินศิลาอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าเรือนพัก... เป็นเสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยินในยามวิกาลเช่นนี้! เงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นรางๆ ภายใต้แสงจันทร์สลัว พร้อมกับเสียงหอบหายใจรวยรินที่เอמהชื่อของอาหลางด้วยความตื่นตระหนก— "อาหลาง! รีบไปดูที่แปลงชาทิศเหนือ... แย่แล้ว! แปลงชาโบราณ... ถูกไฟไหม้!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางจิบชาอุ่นๆ และดื่มด่ำกับบรรยากาศบนยอดเขาเมฆาคล้อยด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%