กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 43

บทที่ 43

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นควันสีเทาอมดำที่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นไอน้ำค้างยามดึก คือภาพแรกที่กระชากสติของรินรดาให้หลุดออกจากความงัวเงีย รองเท้าผ้าใบยี่ห้อโปรดเหยียบย่ำลงบนพื้นดินแฉะชื้นอย่างไม่คิดชีวิต ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของอาหลางวิ่งนำหน้าหายลับไปตรงโค้งเนินดินทิศเหนือ เสียงตะโกนสั่งการด้วยความตื่นตระหนกของชายหนุ่มดังสะท้อนก้องหุบเขา "ถังน้ำ! เอาถังน้ำกับทรายมาที่แปลงชาโบราณเร็วเข้า!" หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ภาพแปลงชาสายพันธุ์อัสสัมโบราณอายุหลายร้อยปี ซึ่งเป็นมรดกตกทอดและหัวใจสำคัญของยอดเขาเมฆาคล้อย บัดนี้ถูกเปลวเพลิงสีส้มแดงโชนแสงตัดกับความมืดมิดของผืนป่า รินรดากัดฟันวิ่งตามไปจนถึงที่เกิดเหตุ ความร้อนระอุแผ่ซ่านกระทบใบหน้าจนแสบผิว เสียงปะทุของกิ่งไม้แห้งและใบชาที่ถูกไฟเผาไหม้ดังเปรี๊ยะปร่า รา-ชา-โบ-ราณ-ที่-เธอ-ฟูมฟัก-มา-กับ-มือ กำลังจะมอดไหม้เป็นจุลต่อหน้าต่อตา "อาหลาง ทางนี้!" รินรดาตะโกนแข่งกับเสียงเปลวเพลิง มือเรียวคว้าถังไม้บรรจุน้ำจากมือคนงานคนหนึ่งสาดเข้าใส่โคนต้นชาต้นที่ไฟกำลังลามเลีย เสียงน้ำกระทบเปลวไฟดังชี่ พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งเข้าใส่จนเธอต้องไอโขลก "อย่าเข้าไปใกล้เกินไปครับคุณริน ลมตีกลับ!" เสียงของอาหลางตะโกนเตือนด้วยความร้อนรน นัยน์ตาคมกริบที่ปกติมักจะสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวอย่างที่หญิงสาวไม่เคยเห็นมาก่อน เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าคมคายของชายหนุ่มขณะที่เขาสาดทรายกลบกองไฟเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามไปยังแปลงข้างเคียง ผ่านไปเกือบชั่วโมงเต็มที่ทอดเวลาผ่านไปด้วยความเหนื่อยหอบและหยาดเหงื่อ กลิ่นควันไฟเริ่มจางลงหลงเหลือเพียงกลุ่มควันบางเบาและซากตอตะโกสีดำสนิท พื้นดินรอบแปลงชาโบราณกลายเป็นสีดำสนิท ใบชาเขียวขจีที่เคยสะสมพลังงานจากสายหมอกยามเช้า บัดนี้เหี่ยวเฉาและกลายเป็นเถ้าถ่าน รินรดายืนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินชื้นแฉะ มือบางเปื้อนคราบเขม่าควันดำสั่นเทาเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปสัมผัสเปลือกไม้ที่ถูกไฟไหม้เกรียม ความร้อนยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ราวกับร่องรอยของการถูกทำลายล้างโดยเจตนา "ไม่ใช่เพราะฟ้าผ่า... หรืออุบัติเหตุตามธรรมชาติแน่ครับ" อาหลางก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่ากลัว ชายหนุ่มก้มลงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากพุ่มหญ้าที่ถูกไฟไหม้ไม่หมด รินรดาเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่อยู่ในมือของอาหลางคือเศษผ้าเนื้อหยาบสีน้ำเงินเข้ม ชุ่มโชกไปด้วยน้ำมันสน กลิ่นฉุนของสารเคมีปะปนมากับกลิ่นเถ้าถ่านอย่างชัดเจน หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความเงียบสงบที่เธออุตส่าห์ดั้นด้นหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงมาซุกตัวอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของ "มนุษย์" เสียแล้ว "รอยเท้า... ทางโน้นครับ" อาหลางหันไปมองทางแนวป่ารกทึบด้านหลังแปลงชา รอยรองเท้าคอมแบทขนาดใหญ่พิมพ์ลึกลงบนดินโคลน มุ่งตรงหายเข้าไปในเขตป่าดิบชื้นที่เชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านเบื้องล่าง "ใครกัน..." รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แปลงชาโบราณนี้เพิ่งจะถูกนำมาแปรรูปเป็นชารสชาติพิเศษเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมันคือความภาคภูมิใจเดียวที่ช่วยชุบชีวิตจิตใจอันเหี่ยวเฉาของเธอให้กลับมามีชีวาอีกครั้ง ทำไมถึงต้องทำลายมันด้วย? "ผมจะตามไปดูครับคุณริน อยู่ทางนี้อันตรายเกินไป" อาหลางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาเด็ดเดี่ยวราวกับเสือดาวที่กำลังถูกล้ำอาณาเขต ชายหนุ่มหยิบมีดพกประจำตัวขึ้นมาตรวจสอบความเรียบร้อย "ฉันจะไปกับคุณด้วย อาหลาง" รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้เรียวขาจะยังสั่นเทาจากความเหนื่อยล้าและแรงอารมณ์ที่ประเดประดอนเข้ามา แต่ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงที่สูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไป อาหลางมองหน้าหญิงสาวชั่วครู่ ดวงตาของทั้งสองสบกันท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงปะทุเบาๆ ของซากถ่าน ชายหนุ่มพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงอนุญาต "ระวังตัวด้วยนะครับ ทางข้างหน้าค่อนข้างชันและลื่น" ทั้งคู่ก้าวเดินตามรอยเท้าปริศนาลึกเข้าไปในผืนป่าที่ปกคลุมด้วยหมอกทึบยามใกล้รุ่ง หมอกหนาจัดจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า เสียงหริ่งเรไรและนกป่าเงียบเสียงลง ราวกับธรรมชาติรับรู้ถึงความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ กลิ่นอายของความชื้นและกลิ่นไอดินผสมผสานกับกลิ่นชาไหม้ที่ยังคงติดอยู่ตามเสื้อผ้า เดินลึกเข้าไปได้ราวครึ่งกิโลเมตร รอยเท้าบนดินโคลนเริ่มเลือนหายไปเนื่องจากพื้นดินกลายเป็นหินผาสูงชัน อาหลางส่งสัญญาณให้รินรดารออยู่หลังโขดหินใหญ่ ส่วนเขากล่อมตัวแนบชิดไปกับผนังหินเพื่อสำรวจพื้นที่เบื้องหน้า สายตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณที่มีพุ่มชาป่าขึ้นหนาแน่น ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของอาหลางกลับไม่ใช่ร่องรอยของผู้บุกรุกที่พวกเขากำลังตามหา ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า ร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งราวกับรูปปั้น รินรดาที่เดินตามหลังมาติดๆ เกือบจะชนเข้ากับแผ่นหลังของเขา หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่อาหลางกลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้ามส่งเสียง พร้อมกับชี้ไปยังเบื้องล่างของหน้าผาเตี้ยๆ ที่นั่น... ท่ามกลางดงชาป่าโบราณที่ควรจะรกร้าง มีร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์รอบตัวถูกย่ำยีจนแหลกเหลว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในมือของร่างไร้สวิงนั้น กำกิ่งชาโบราณสายพันธุ์เดียวกับที่เพิ่งถูกไฟไหม้ไว้แน่น ราวกับพยายามปกป้องมันจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย... หรืออาจจะถูกใครบางคน "ปลิดชีพ" ก่อนที่จะทันได้หนีพ้น อาหลางค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "คุณริน... คนๆ นี้ไม่ใช่ชาวบ้านแถบนี้ครับ" อาหลางกระซิบเสียงแผ่วเบา "และที่สำคัญ... ที่คอของเขามีรอยสักรูปใบชาไขว้... สัญลักษณ์เดียวกับกลุ่มคนที่เคยพยายามซื้อที่ดินไร่ชาของเราเมื่อสามปีก่อน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลิ่นอายของใบชาบนยอดเขานี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%