"ท่านลุง... นี่ท่านจริงๆ หรือ?"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดหญ้าแห้ง มือของเธอที่กำชายเสื้อแน่นจนซีดเผือดสั่นเทาไม่ต่างกัน ชายตรงหน้าผู้มีใบหน้าเหมือนคนในรูปถ่ายไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาคู่นั้น... มันไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เธอคิดในแวบแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและปริศนาที่ยากจะอ่านออก
ร่างในเงาสลัวไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงแค่วางมือลงบนไหล่ของเธอช้าๆ สัมผัสที่เย็นเยียบเหมือนน้ำค้างบนยอดชาในรุ่งสางแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวหนัง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ก่อนที่เงาร่างนั้นจะเลือนหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดกระจาย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ของ 'ดอกเหมยป่า' ที่อบอวลอยู่ในอากาศ
"คุณรินรดาครับ..."
เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นของอาหลางดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ส่องสว่างขึ้น รินรดาสะดุ้งสุดตัวหันกลับไปมอง อาหลางยืนถือตะเกียงอยู่ สีหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แววตากลับฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด
"คุณดูตกใจนะ มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
รินรดาหอบหายใจถี่ เธอจ้องมองไปยังจุดที่เงาร่างนั้นเคยยืนอยู่ ก่อนจะตัดสินใจกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอ "ไม่มีอะไรครับอาหลาง... แค่... แค่ผมนึกว่าเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในไร่"
อาหลางนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ถามเซ้าซี้ แต่สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะเบนความสนใจมาที่ตะกร้าในมือเธอ "คืนนี้อากาศเย็นเกินกว่าจะออกมาเดินเล่นนะครับ ยอดเขาเมฆาคล้อยไม่ได้ใจดีกับคนที่ประมาทเสมอไป โดยเฉพาะในคืนที่ดอกไม้ป่าบานเต็มที่แบบนี้"
เขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของใบชาคั่วสดใหม่ที่ติดตัวเขามาตลอดช่วยให้รินรดารู้สึกใจเย็นลงบ้าง "ดอกไม้ป่า?" เธอทวนคำ
"ใช่ครับ" อาหลางวางตะเกียงลงบนแคร่ไม้ไผ่ "ดอกจินหยินฮวาที่ขึ้นอยู่หลังโขดหินผา มันกำลังเบ่งบานและปล่อยกลิ่นหอมเย้ายวนที่สุดในรอบปี ถ้าเรานำมันไปผสมกับยอดชาขาวที่เก็บไว้เมื่อเช้า... เราจะได้ชารสชาติที่จะทำให้คนที่หลงทางได้พบกับทางกลับบ้าน"
เขายื่นมือไปรับตะกร้าจากรินรดา นิ้วมือของเขาสัมผัสกับมือเธอเพียงชั่วครู่ รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แตกต่างจากสัมผัสเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ความอบอุ่นที่หนักแน่นและจริงใจ
"ไปทำชาด้วยกันไหมครับ?" อาหลางชวน "การผสมกลิ่นดอกไม้ป่าเข้ากับชาขาวต้องใช้ความอดทนมากกว่าการชงชาทั่วไป เราต้องปล่อยให้ดอกไม้แห้งช้าๆ สลับกับการอบด้วยไอความร้อนจากใบชา... มันเป็นงานที่ต้องใช้หัวใจนำทางมากกว่าตำรานะครับ"
คืนนั้น ในโรงคั่วชาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนดุจสวรรค์ ทั้งสองคนนั่งลงหน้าเตาถ่านที่ไฟกำลังมอดสลัว รินรดาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอาหลางถึงดูนิ่งสงบได้ตลอดเวลา เขาไม่ได้แค่ทำงาน แต่เขากำลังสนทนากับธรรมชาติ
"คุณรินรดาครับ การทำชาคือการเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง" อาหลางเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังคัดแยกดอกไม้ป่าอย่างประณีต "คนเรามักจะยึดติดกับสิ่งที่สูญเสียไป หรือคนที่จากไปไกลแสนไกล จนลืมไปว่าในทุกๆ วันที่ผ่านไป ธรรมชาติได้มอบ 'รสชาติ' ใหม่ๆ ให้เราเสมอ"
"ท่านเชื่อเรื่องวิญญาณไหมครับ อาหลาง?" รินรดาถามขึ้นเบาๆ มือยังคงหมุนพัดวีควันให้ผ่านใบชาเบาๆ
อาหลางหยุดมือไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาฉายประกายบางอย่าง "บนยอดเขาแห่งนี้ สิ่งที่มองไม่เห็นบางครั้งก็ชัดเจนกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ... ท่านกำลังมองหาสิ่งนั้นเพื่อจะดึงมันไว้ หรือเพื่อจะปล่อยมันไป"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงไฟในเตาที่ปะทุเป็นจังหวะ ชาขาวที่ผสมดอกไม้ป่าเริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง กลิ่นของมันสะอาด บริสุทธิ์ และมีความทรงจำบางอย่างที่คุ้นเคยอย่างประหลาด รินรดารู้สึกเหมือนความเศร้าหมองที่เกาะกินใจมาตลอดหลายเดือนค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความสงบที่เธอไม่ได้สัมผัสมานาน
เธอยกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก รสสัมผัสแรกช่างนุ่มนวล ราวกับน้ำค้างยามเช้า ตามด้วยความหอมหวานของดอกไม้ป่าที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วลำคอ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับรสชาตินั้นเอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ หน้าโรงคั่วชาดังขึ้นอย่างหนักแน่น ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน รินรดาสะดุ้งจนชาเกือบหก อาหลางวางจอกชาลงช้าๆ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นทันตาเห็น
"ใครกันครับที่มาหาในเวลาแบบนี้?" รินรดาถามเสียงสั่น
อาหลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปที่ประตูไม้ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นแววตาของคนเตรียมพร้อมรับมือกับศึกหนัก
"คนที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่... และคนที่จะมาเฉลยว่าทำไมใบหน้าในรูปถ่ายถึงมาปรากฏตัวที่นี่ในคืนนี้ครับ"
อาหลางดึงกลอนประตูออก ประตูไม้บานเก่าเปิดกว้างออกสู่ความมืดมิดภายนอก ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก้าวพ้นจากเงาสลัวเข้ามาในแสงตะเกียง และเมื่อรินรดาเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดๆ เธอก็แทบหยุดหายใจ... เพราะนั่นไม่ใช่แค่ชายที่เหมือนในรูปถ่าย แต่มันคือตัวเขาเองในสภาพที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนดินโคลนและมีรอยแผลเป็นประหลาดที่ลำคอ!
รินรดาทำจอกชาหลุดมือจนแตกกระจาย เสียงแตกดังสนั่นหวั่นไหวในโสตประสาท ขณะที่ชายปริศนาคนนั้นยื่นมือที่เปื้อนคราบดินมาทางเธอ แล้วกระซิบเสียงแหบพร่าประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอดิ่งเหว
"รินรดา... ชานี้มีรสชาติเหมือนตอนที่เราทำด้วยกันครั้งสุดท้าย... ก่อนที่ผมจะตายเมื่อยี่สิบปีก่อนจำได้ไหมครับ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมหมื่นลี้ในตอนนี้นะครับ
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 16
ดอกไม้ป่ากับชาขาว
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!