"คุณกำลังทำลายมัน รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของอาหลางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโรงคั่วชา กลิ่นไอของใบชาหอมหมื่นลี้ที่เพิ่งผ่านกระบวนการนวดมือยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะเป็น รินรดาชะงักมือที่กำลังขยำใบชาสีเขียวเข้มลงบนกระด้งไม้ไผ่ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อมองเห็นรอยช้ำที่เกิดจากแรงกดมหาศาลเกินความจำเป็น
"ฉันแค่... ฉันแค่คิดว่าถ้ามันออกซิไดซ์เร็วกว่านี้ รสชาติจะเข้มข้นขึ้น" เธอโต้ตอบโดยไม่เงยหน้ามองคนพูด พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
อาหลางก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรจากตัวเขา เขาหยิบใบชาขึ้นมาหนึ่งกำมือนิ่งๆ สัมผัสมันอย่างเบามือราวกับกำลังประคองปีกผีเสื้อที่บอบบาง ก่อนจะปล่อยให้มันร่วงหล่นลงสู่กระด้งเบาๆ
"ใบชามีชีวิตของมันครับ มันไม่ใช่เอกสารในออฟฟิศที่คุณจะเร่งกำหนดส่งได้ตามใจชอบ การที่คุณพยายามบีบคั้นมันจนช้ำ ไม่ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นหรอกนะครับ แต่มันสะท้อนว่าข้างในใจคุณกำลังร้อนรนจนควบคุมตัวเองไม่ได้"
รินรดาวางมือลงข้างตัว ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่มาจุกอยู่ที่คอหอย ตลอดหลายสัปดาห์บนยอดเขาเมฆาคล้อย เธอคิดว่าตนเองกำลังเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้ช้าลง แต่ลึกๆ แล้ว เธอยังคงแบกเอาความเป็นนักบริหารที่บ้าความสำเร็จติดตัวมาด้วย เธอต้องการทำชาให้ยอดเยี่ยม เพื่อพิสูจน์ว่าการทิ้งชีวิตในเมืองมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องโง่เขลา
"ฉันแค่ไม่อยากล้มเหลว" รินรดาเค้นเสียงตอบ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอเบ้า "คุณคงไม่เข้าใจหรอกว่าการสูญเสียตัวตนไปพร้อมกับงานที่ทำมาตลอดสิบปีมันรู้สึกยังไง การอยู่ที่นี่... มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายของฉันแล้วนะอาหลาง"
อาหลางเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตาเธอด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่ลึกซึ้งราวกับหุบเหวไร้ก้น "ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวดครับ แต่ภูเขาไม่ได้สอนให้เราสู้กับความล้มเหลวด้วยความเร็ว แต่มันสอนให้เราอยู่กับความสูญเสียอย่างสงบ การที่คุณยังพยายามบังคับให้ใบชาทำตามใจคุณ นั่นหมายความว่าคุณยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียว"
คำพูดนั้นราวกับถูกฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้า รินรดานิ่งงัน เธอหันไปมองหน้าต่างไม้ที่เปิดกว้างออกสู่ระเบียง แสงแดดยามบ่ายคล้อยฉาบยอดเขาเมฆาคล้อยเป็นสีทองส้ม กลิ่นหอมหมื่นลี้โชยมากับสายลมแผ่วเบา เป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย แต่ในวันนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป มันไม่ได้รีบร้อน มันไม่ได้เรียกร้อง แต่มันกำลังเตือนให้เธอหยุด
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความเงียบของภูเขาไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วยเสียงจังหวะของธรรมชาติ เสียงแมลงตัวเล็กๆ เสียงใบไม้เสียดสีกัน เธอเริ่มตระหนักได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เธอโหยหาไม่ได้อยู่ที่เทคนิคการคั่วชา หรือยอดขายของไร่ชา แต่มันอยู่ที่การลดระดับความคาดหวังในใจลง
"ฉันขอโทษค่ะ... ผมขอโทษครับ" รินรดาแก้คำพูดอย่างประหม่าเมื่อรู้ตัวว่าเผลอใช้คำแทนตัวเองแบบคนเมือง "ผม... จะเริ่มใหม่ ลองสอนผมอีกครั้งนะครับ แบบที่ผมไม่ต้องเป็นคนควบคุมมัน"
อาหลางคลี่ยิ้มบางๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เขาส่งกระด้งใบใหม่ให้เธอ "งั้นก็เริ่มจากวางมือลงครับ... ไม่ต้องบีบ ไม่ต้องกด แค่ประคอง แล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ"
ทั้งสองยืนเคียงข้างกันในโรงคั่วชา ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากความกดดันเป็นความเข้าใจ รินรดาเริ่มขยับมืออย่างแผ่วเบา จังหวะของเธอกลายเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะของใบชา กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ มันละมุนละไมและลึกลับเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง
ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่กำลังก่อตัวขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ จากคนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโรงคั่วชา รินรดาหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาของชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศของขุนเขาอย่างสิ้นเชิง
เขาคนนั้นคืออดีตเจ้านายเก่าของเธอ ที่เธอไม่เคยบอกใครว่าได้ทิ้งจดหมายลาออกพร้อมกับความลับบางอย่างของบริษัทติดมือมาด้วย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรินรดาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"เจอตัวสักทีนะรินรดา... หวังว่าชาที่นี่จะรสชาติดีกว่าสิ่งที่เธอทิ้งไว้ให้ฉันในออฟฟิศนะ"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วเรามาดูกันครับว่ารินรดาจะรับมือกับอดีตที่ตามมาถึงหน้าประตูบ้านได้อย่างไร... พบกันตอนหน้าครับ! - ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 18
ทัศนคติที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!