กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 38

บทที่ 38

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
“ถ้าคุณคิดจะจบเรื่องนี้ด้วยการเผาโรงคั่วทิ้งเพียงเพราะคำพูดของคนกลุ่มเดียว ผมว่าคุณกำลังดูถูกหยาดเหงื่อที่ปู่ของผมรดลงบนดินผืนนี้มากเกินไปแล้วนะครับ รินรดา” อาหลางวางกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุยอดชาพันธุ์ดีลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของไม้ดัง ‘ปัง’ จนรินรดาสะดุ้ง เธอไม่ได้หันไปมองเขา ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปที่รอยแตกบนผนังดินเหนียวของโรงคั่วที่เธอพยายามซ่อมแซมมาตลอดหลายสัปดาห์ แต่ตอนนี้ความพยายามเหล่านั้นดูไร้ค่า เมื่อจดหมายขู่เรื่องการยึดพื้นที่ป่าต้นน้ำถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงสาย รินรดากำจดหมายในมือแน่นจนกระดาษยับย่น “แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไรคะ—เอ่อ... ทำอย่างไรครับอาหลาง? นิ่งเฉยรอให้พวกเขาเอาเครื่องจักรเข้ามาไถหน้าดินงั้นหรือ? ชาต้นที่เก่าแก่ที่สุดของที่นี่... ชาที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะนานนับร้อยปี ถ้ามันถูกทำลายไป เราไม่มีทางสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ทันในชั่วชีวิตนี้หรอกนะครับ” อาหลางเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของใบชาคั่วสดและกลิ่นดินหลังฝนตกจากตัวเขาช่วยให้ความกดอากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้นไปอีก เขาไม่ได้ดุดัน แต่แววตาที่ปกติจะนิ่งสงบดั่งน้ำในบ่อ กลับมีความไหวระริกเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “ผมไม่ได้บอกให้คุณนิ่งเฉย” เขาเอ่ยเสียงต่ำพลางหยิบกาน้ำชาขึ้นมา รินน้ำสีทองอำพันลงในจอกดินเผาไอระเหยจางๆ ของน้ำชาที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าลอยฟุ้งไปทั่วห้อง “แต่ความใจร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของคนทำชา ถ้าคุณร้อนรน กลิ่นหอมของใบชาจะเปลี่ยนไปเป็นความขม ความพ่ายแพ้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเสียไร่ไปหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราสูญเสียจิตวิญญาณไปตอนไหนต่างหาก” รินรดาหันกลับมาสบตากับเขา แววตาของเธอสั่นไหว “แต่ที่นี่คือที่เดียวที่ฉันรู้สึกว่าได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง หลังจากที่ต้องกลายเป็นฟันเฟืองในเมืองใหญ่มาค่อนชีวิต ถ้าเสียที่นี่ไป ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปหาที่พักใจที่ไหนอีก” “งั้นก็อย่าเพิ่งยอมแพ้” อาหลางยื่นจอกชาให้ “ดื่มเสียครับ รสสัมผัสของชาตัวนี้จะช่วยให้คุณเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืด” รินรดารับจอกชามาถือไว้ ความร้อนจากดินเผาส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เธอสูดกลิ่นหอมนั้นช้าๆ กลิ่นที่เหมือนกับความทรงจำที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น รสชาติหวานปลายลิ้นที่จางหายไปในช่วงเวลาที่ความวิตกกังวลเข้าครอบงำ ค่อยๆ หวนคืนมาอีกครั้ง “ในจดหมายนั่น... มีตราประทับที่คุณไม่คุ้นเคยใช่ไหม?” อาหลางถามขึ้นโดยไม่รอให้เธอได้ตอบ “ผมเห็นคุณมองที่ตราประทับนานกว่าเนื้อหาข้างในเสียอีก” รินรดาชะงัก เธอรีบกางจดหมายออกอีกครั้ง ตราประทับรูปเขาสามยอดที่มีวงล้อมเป็นเถาวัลย์ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามสันหลัง “นี่มัน... ตราประจำตระกูลของคนที่เคยเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของพ่อฉันก่อนที่จะล้มละลาย” “คนจากเมืองหลวงงั้นหรือ?” “ใช่ครับ และถ้าเขาตามมาถึงที่นี่ได้ นั่นหมายความว่า... เขาไม่ได้แค่ต้องการที่ดิน แต่เขากำลังตามหา ‘สมุดบันทึกสูตรชาลับ’ ที่ปู่ของคุณเคยฝากไว้กับพ่อของฉันก่อนจะจากไป” อาหลางชะงัก มือที่กำลังจะหยิบกระด้งชาค้างอยู่กลางอากาศ ความเงียบเข้าปกคลุมโรงคั่วราวกับเวลาหยุดเดิน รินรดาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมจู่ๆ อาหลางถึงได้ยอมรับเธอเข้ามาอยู่ในไร่ตั้งแต่วันแรกที่เธอขึ้นมาบนเขาแห่งนี้ เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่แรงงาน แต่เขากำลังรอใครสักคนที่รู้ความลับนี้ “คุณรู้มาตลอดใช่ไหม?” เสียงของรินรดาสั่นพร่า “เรื่องที่พวกเขาจะกลับมา และเรื่องที่สมุดเล่มนั้นอยู่ที่ไหน” อาหลางวางกระด้งลงช้าๆ เขาเดินไปที่มุมมืดของโรงคั่ว ผลักชั้นไม้เก่าๆ ออกจนเผยให้เห็นรอยแยกบนพื้นดินที่ถูกปิดทับด้วยแผ่นหินหนักๆ เขางัดแผ่นหินออกด้วยแรงกายเพียงลำพัง เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์หอมที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมเก่าคร่ำ “คุณรินรดาครับ” อาหลางเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาฉายความเด็ดเดี่ยว “ก่อนที่ผมจะเปิดกล่องนี้ ผมต้องถามคุณอีกครั้ง... คุณพร้อมที่จะทิ้งชีวิตสโลว์ไลฟ์บนยอดเขาเมฆาคล้อยนี้ไปตลอดกาล เพื่อปกป้องสิ่งที่อยู่ในกล่องนี้หรือไม่ เพราะถ้าคุณแตะต้องมัน ความสงบที่คุณถวิลหาจะไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีกเลย” ขณะที่รินรดากำลังก้าวเท้าเข้าไปหาเพื่อจะตัดสินใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าไร่ เสียงตะโกนหยาบคายของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่เงียบสงัด “ออกมาได้แล้ว! พวกเรารู้ว่าพวกแกสองคนอยู่ในนั้น! ส่งของสำคัญออกมา แล้วพวกเราจะไว้ชีวิต!” อาหลางคว้ามีดสำหรับหั่นก้านชาขึ้นมาเตรียมพร้อม ส่วนรินรดาคว้ากล่องไม้จันทน์ไว้แน่น ทว่าในจังหวะที่ประตูไม้ถูกกระแทกจนพังทลายลง เงาร่างของชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบที่ดูผิดที่ผิดทางกับบรรยากาศป่าเขา ก็ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ “สวัสดีครับคุณรินรดา ไม่เจอกันนานเลยนะครับ... หวังว่าสูตรชาของอาคุณจะยังคงรสชาติเดิมนะ” ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่รินรดาเคยเชื่อใจที่สุดในอดีต คนที่ทำให้ชีวิตของเธอพังทลายลงในวันนั้น ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับรินรดากับอาหลางในบทนี้ด้วยกันนะครับ ใบชาหอมหมื่นลี้ครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%