กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 46

บทที่ 46

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าใบชาชุดนี้เสียหายไปแม้แต่ก้านเดียว เจ้าภาพจากเมืองหลวงคงไม่ยอมให้เราได้เหยียบลงจากยอดเขานี้อีกแน่นอนครับ, อาหลาง" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความเคร่งเครียดของอาหลางดังขึ้น ท่ามกลางไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากเตาดินเผาโบราณ กลิ่นอายของชา "หมื่นลี้" พันธุ์หายากลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นควันจางๆ ในโรงคั่วชาหลังน้อย รินรดาในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีดิบยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคีบใบชาที่ผ่านการนวดด้วยมืออย่างพิถีพิถันลงสู่กระทะทองเหลืองที่ตั้งไฟอ่อนระอุ ดวงตาของหญิงสาวกวาดมองคราบเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของชายหนุ่มผู้เป็นคู่คิด เขายังคงรักษาจังหวะการพลิกใบชาในกระทะได้อย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวแสดงถึงประสบการณ์หลายสิบปีที่ถ่ายทอดกันมาในตระกูล แต่วันนี้... บรรยากาศรอบตัวกลับไม่เหมือนทุกวัน ความกดดันจากเบื้องล่างหุบเขาเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที จดหมายตราประทับสีชาดที่วางทับอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่ข้างกายยังคงส่งกลิ่นอายความวุ่นวายจากโลกภายนอก มันคือประกาศิตจากสมาคมค้าใบชาแห่งนครหลวง ที่ต้องการผูกขาดผลผลิตทั้งหมดของ "ไร่ชาหอมหมื่นลี้" ในฤดูกาลนี้ และหากปฏิเสธ... บทลงโทษคือการถูกถอดถอนสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่ทำกินบนยอดเขาแห่งนี้ "พวกเขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งเราครับ" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอเรียաբนิ่ง แต่นัยน์ตากลับทอประกายเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เธอละสายตาจากกระทะคั่วชา หันไปมองออกไปทางหน้าต่างบานกระทุ้งที่เปิดกว้างรับทัศนียภาพของหุบเขาเบื้องล่าง หมอกหนาทึบในยามสายกำลังถูกสายลมพัดระลอกใหญ่พัดผ่าน จนเห็นแนวป่าสนสลับซับซ้อน อาหลางหยุดมือลงชั่วขณะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาคมกริบของชายหนุ่มผู้เติบโตมากับผืนดินแห่งนี้ฉายแววซับซ้อน "คุณริน... โลกภายนอกไม่ได้สวยงามเหมือนชาที่เราชงดื่มกันทุกวันหรอกนะครับ อำนาจและเงินตราสามารถพลิกแผ่นดินได้ การที่เราดื้อดึงเช่นนี้ อาจทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังความสงบสุขนี้เดือดร้อนไปด้วย" "แล้วถ้าเรายอมจำนนล่ะครับ, อาหลาง?" รินรดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงเจือความเยርยะเยือก "ความสงบสุขที่เราแลกมาด้วยการยอมก้มหัวให้คนพวกนั้น จะยังมีความหมายอะไรอีกหรือครับ? ไฟในใจของผมที่เคยดับมอดไปเมื่อครั้งอยู่ในเมืองกรุง มันเพิ่งจะกลับมาลุกโชนขึ้นได้อีกครั้งก็เพราะกลิ่นชาหอมๆ บนยอดเขานี้ และผม... จะไม่ยอมให้ใครมาดับมันลงเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด" คำพูดนั้นทำให้อาหลางชะงักไปชั่วครู่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความอ่อนโยนตามปกติ แต่เป็นรอยยิ้มของการยอมรับและการตัดสินใจร่วมกันในฐานะสหายร่วมชะตากรรม "ถ้าเช่นนั้น..." อาหลางหยิบที่คีบไม้ไผ่ขึ้นมาอีกครั้ง "เรามาลองทำอะไรที่พวกมันคาดไม่ถึงกันดูสักตั้งดีไหมครับ" ทันใดนั้นเอง ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ลงมือคั่วชาชุดสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่ลานหน้าเรือนพัก เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดบ่งบอกถึงการมาเยือนของผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญ รินรดากับอาหลางหันขวับไปมองที่ประตูไม้ปิดสนิทอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศภายในห้องคั่วชาที่เคยสงบสุข พลันถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมปักลายหรูหราผิดวิสัยคนบนภูเขา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ด้านหลังของเขามีชายฉกรรจ์ร่างกำยำอีกสามคนยืนคุมเชิงอยู่ "ไม่นึกเลยนะครับว่า คนจากเมืองหลวงจะเดินทางมาถึงยอดเขาที่ห่างไกลเช่นนี้ด้วยตนเอง" อาหลางก้าวขึ้นมาบังหน้าสลับกับรินรดาเล็กน้อย มือยังคงถือที่คีบชาไว้แน่น ผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองไปรอบโรงคั่วชาก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กระทะทองเหลือง "ข้าไม่ได้มาเพื่อฟังพวกเจ้าเจรจาเรื่องไร้สาระหรอกนะ... แต่ข้ามาเพื่อรับ 'ของสำคัญ' ที่ควรจะเป็นของสมาคมเราตั้งแต่แรก" ชายผู้นั้นหยิบพับกระดาษสัญญาฉบับใหม่ขึ้นมาโบกไปมา "เซ็นซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าให้ยังคงมีลมหายใจดูแลสวนชาแห่งนี้... ในฐานะ 'ลูกจ้าง' ของเรา" รินรดาก้าวพ้นเงาของอาหลางออกมา เธอยืนเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าด้วยท่าทีสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้นแม้แต่น้อย เธอยกกาชาดินเผาขึ้นรินน้ำชาสีทองใสลงในจอกกระเบื้องอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของชาหมื่นลี้ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ลดทอนความตึงเครียดลงได้ชั่วขณะ "ชานี้... มีชื่อว่า 'หอมหมื่นลี้' ครับ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นุ่มลึก เธอยื่นจอกชาไปเบื้องหน้า "แต่รสชาติของมัน จะขมฝาดหรือหอมหวาน... ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนดื่ม และ... มีเจตนาเช่นไรต่อผืนดินแห่งนี้" ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วมองจอกชาในมือหญิงสาวอย่างระแวง เขาปัดมันทิ้งจนจอกกระเบื้องแตกกระจายกลายเป็นเศษชิ้นส่วนบนพื้น ไม้ชาสีทองไหลนองเปรอะเปื้อนพื้นเรือน "อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า! ข้าให้เวลาพวกเจ้าถึงสิ้นวันนี้ ถ้าไม่มีลายเซ็นนี้... ไฟกองนี้อาจจะไม่ใช่แค่เผาใบชาของพวกเจ้า แต่อาจจะเผาทั้งภูเขานี้ให้ราบคาบไปเลยก็ได้!" สิ้นคำขู่ บรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง อาหลางขยับตัวเตรียมพร้อมรับมือ แต่ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าฝีม้ารat-a-tat และเสียงตะโกนเอะอะก็ดังแว่วมาจากทางตีนเขา ทะลุผ่านสายหมอกหนาทึบเข้ามา รินรดาสบตากับอาหลางทันที เพราะพวกเขารู้ดีว่า บนเส้นทางขึ้นเขานี้... ไม่มีใครอื่นที่จะเดินทางขึ้นมาในยามวิกาลเช่นนี้ได้ นอกจากผู้มาเยือนอีกกลุ่มหนึ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดคิด และไม่เคยส่งเทียบเชิญมาก่อนในชีวิต! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเงียบสงบและกลิ่นอายของขุนเขาด้วยกันเสมอนะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%