“ถ้าคุณยังหั่นต้นหอมด้วยจังหวะเหมือนกำลังสับฟืนแบบนั้น อีกไม่นานนิ้วมือของคุณคงได้กลายเป็นส่วนผสมของมื้อค่ำแน่ครับ”
เสียงทุ้มต่ำของอาหลางดังขึ้นขัดจังหวะการเคลื่อนไหวที่เก้งก้างของรินรดา เขาไม่ได้เดินเข้ามาตำหนิ แต่ยืนพิงกรอบประตูครัวไม้เก่าคร่ำคร่า สังเกตการณ์ความพยายามอันน่าเวทนาของหญิงสาวในเมืองที่เพิ่งผันตัวมาเป็นเกษตรกรบนยอดเขาเมฆาคล้อยได้เพียงไม่กี่สัปดาห์
รินรดาชะงักมือ มีดทำครัวที่ดูจะหนักเกินไปสำหรับข้อมือเรียวเล็กของเธอวางลงบนเขียงไม้ที่ผ่านการใช้งานมานับทศวรรษ เธอหันไปมองชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของขุนเขา สายตาของอาหลางสงบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความหมายที่เธอไม่อาจหยั่งถึง
“ฉันแค่... อยากทำให้มันเสร็จเร็วๆ” เธอพึมพำ แก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม “ตะวันจะลับขอบฟ้าอยู่แล้ว ถ้าไม่รีบ เดี๋ยวเราจะไม่ได้กินข้าวค่ำกันพอดี”
อาหลางก้าวเข้ามาในครัว กลิ่นจางๆ ของใบชาคั่วและกลิ่นไอฝนที่ติดตัวเขามาทำให้อากาศในครัวที่อบอวลด้วยกลิ่นรากผักชีดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่หยิบมีดออกจากมือเธอ แล้วแสดงให้เห็นถึงจังหวะการซอยที่รวดเร็วแผ่วเบาเหมือนผีเสื้อขยับปีก ทุกรอยตัดมีความแม่นยำ ทุกชิ้นส่วนของผักสวนครัวดูสวยงามราวกับงานศิลปะ
“การทำอาหารไม่ใช่การรีบทำให้จบไปเพื่อให้ท้องอิ่ม แต่มันคือการคุยกับวัตถุดิบครับ” เขากล่าวโดยไม่หันมามอง “ผักที่เพิ่งถอนมาจากแปลงหลังบ้านเมื่อครู่ มันยังมีความตื่นเต้นของชีวิตหลงเหลืออยู่ ถ้าคุณรีบร้อนทำร้ายมัน ความหวานของมันก็จะหนีหายไปหมด”
รินรดามองดูมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักกำลังขยับไปมาอย่างเป็นจังหวะ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก ความสงบที่เธอโหยหาตลอดหลายปีในกรุงที่เต็มไปด้วยคอนกรีต บัดนี้กลับถูกถ่ายทอดผ่านเพียงแค่การหั่นผักข้างๆ ผู้ชายคนนี้
มื้อค่ำวันนี้เรียบง่ายเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ ตะกร้าที่เธอไปเก็บผักมาเมื่อยามบ่ายประกอบด้วยยอดฟักทองอ่อน ดอกขจรสีเหลืองนวล และเห็ดป่าที่อาหลางเป็นคนนำทางไปเก็บ ทั้งหมดถูกนำมาผัดรวมกันในกระทะเหล็กที่ตั้งบนเตาฟืน กลิ่นหอมฟุ้งของน้ำมันงาพุ่งขึ้นแตะจมูก เมื่อรวมกับรสสัมผัสกรุบกรอบของผลผลิตสดใหม่ มันทำให้น้ำลายในปากสอขึ้นมาทันที
พวกเขานั่งกินข้าวเงียบๆ บนระเบียงไม้หน้าบ้าน เสียงลมหวีดหวิวผ่านแมกไม้และความมืดมิดของยอดเขาไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกเหงาเหมือนที่เคยกลัว แต่กลับรู้สึกเติมเต็ม เธอมองดูแสงดาวที่เริ่มพราวระยับบนยอดฟ้าเหนือเมฆาคล้อย พลางคีบยอดฟักทองเข้าปาก ความหวานของมันช่างแตกต่างจากผักในซูเปอร์มาร์เก็ตลิบลับ
“อาหลาง” เธอเรียกเขาเบาๆ “ทำไมคุณถึงยอมให้ฉันอยู่ที่นี่? ทั้งที่ฉันเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ดูจะทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง”
ชายหนุ่มชะงักตะเกียบในมือ สายตาที่เคยเรียบเฉยกลับไหวระริกคล้ายมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้น เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่เหม่อมองไปยังความมืดมิดของไร่ชาเบื้องล่างที่ทอดตัวยาวเหยียดราวกับมังกรหลับใหล
“คนที่หนีขึ้นมาบนยอดเขาเมฆาคล้อย มักจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ข้างล่างเสมอครับ” เขาตอบเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงกลับสั่นไหวเล็กน้อย “คุณหนีจากความวุ่นวายมา แต่ลืมไปว่าบนนี้... ก็มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องแลก”
รินรดารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านสันหลังโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่เธอจะได้ถามต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ที่ตัดผ่านป่าสนขึ้นมายังตัวบ้าน ทั้งคู่หันไปมองในความมืดพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งในชุดสีเทาเข้มปรากฏขึ้นใต้แสงจันทร์ที่เริ่มส่องสว่าง ชายแปลกหน้าคนนั้นไม่ได้ดูเหมือนนักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านทั่วไป เขาสวมถุงมือหนังสีดำสนิท และในมือถือกล่องไม้แกะสลักที่มีตราประทับรูปใบชาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
อาหลางลุกขึ้นยืนทันที มือของเขาเผลอกำตะเกียบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “คุณมาที่นี่ได้ยังไง? แล้วใครอนุญาตให้คุณก้าวข้ามเขตป้ายหินนั่นเข้ามา?”
ชายแปลกหน้าคนนั้นเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก สายตาที่ดูคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งมาที่รินรดา “ผมไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต แต่มาเพื่อนำ 'ของ' ที่รินรดาทำหายไปในวันที่เธอตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง... มาคืนให้เจ้าของครับ”
รินรดารู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องไม้ที่เปิดออกครึ่งหนึ่ง มันไม่ใช่สิ่งของมีค่า แต่เป็นสร้อยข้อมือเก่าๆ เส้นหนึ่งที่เธอทิ้งไว้ในที่ทำงานวันสุดท้าย... วันที่เธอถูกกล่าวหาว่าขโมยสูตรชาลับของบริษัท
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้นะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 5
มื้อค่ำจากพืชผักสวนครัว
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!