"มือของเจ้า... วางให้ถูกจังหวะ ถ้ากลัวความร้อนมากนัก ก็อย่าได้หวังจะสัมผัสถึงจิตวิญญาณของใบชา"
เสียงทุ้มต่ำของอาหลางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโรงคั่วชาโบราณที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันจางๆ และกลิ่นหอมเข้มข้นของใบชาที่ผ่านการนวดมือ รินรดาชะงักมือที่กำลังสั่นน้อยๆ เหนือกระทะเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาดินเผา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความกลัวจากไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจนผิวหน้าแดงระเรื่อ
"ฉันไม่ได้กลัวร้อนค่ะ... ไม่สิ ผมหมายถึง... ฉันพยายามอยู่ค่ะ" รินรดาแก้คำพูดอย่างลนลานภายใต้สายตาที่คมกริบดุจเหยี่ยวของชายหนุ่มตรงหน้า
อาหลางไม่ตอบ แต่เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนสองคนเหลือเพียงคืบ กลิ่นหอมสะอาดแบบธรรมชาติจากตัวเขาผสมผสานกับกลิ่นชาคั่ว ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง ชายหนุ่มวางมือหยาบกร้านทาบทับลงบนหลังมือของเธอที่ยังคงวางค้างอยู่เหนือกระทะ ความร้อนแรงจากเตาเบื้องล่างดูเหมือนจะลดทอนความดุดันลงเมื่ออาหลางเป็นคนควบคุมจังหวะการพลิกใบชา
"ฟังนะ... การคั่วชาไม่ใช่แค่การทำให้ใบแห้ง แต่คือการพูดคุยกับมัน" อาหลางกระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากความเข้มงวดเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด "ตอนที่ใบชาเริ่มเปลี่ยนสีและส่งกลิ่นหอมหวานออกมานั่นคือช่วงที่มันกำลัง 'ตื่น' หากเจ้าคั่วแรงไป มันจะขมขื่นเหมือนความโกรธ แต่ถ้าใจเจ้าไม่นิ่งพอ กลิ่นหอมนั้นจะไม่มีวันปรากฏให้เห็น"
รินรดามองใบชาในกระทะที่อาหลางค่อยๆ พลิกอย่างชำนาญ ใบชาสีเขียวเข้มเริ่มม้วนตัวและเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมทอง เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่หมุนวนอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่แค่การทำอาหารหรือแปรรูปวัตถุดิบ แต่มันคือศาสตร์แห่งการถ่ายทอดจิตวิญญาณของผู้คั่วลงไปในทุกใบ
"ทำไมต้องทำแบบโบราณขนาดนี้ล่ะคะ" รินรดาถามเบาๆ พลางมองดูนิ้วมือของอาหลางที่ไร้ถุงมือป้องกันความร้อน "ในเมื่อเครื่องจักรสมัยใหม่ทำได้เร็วกว่าและควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำกว่า"
อาหลางหยุดมือลงชั่วขณะ สายตาของเขาทอดมองไปยังหน้าต่างบานเล็กที่เผยให้เห็นยอดเขาเมฆาคล้อยในยามบ่ายที่หมอกลงจัด "เครื่องจักรไม่มีหัวใจครับรินรดา มันทำตามคำสั่ง แต่มันไม่รู้ว่าวันนี้อากาศชื้นแค่ไหน ลมพัดแรงเท่าไหร่ หรือใบชาชุดนี้เก็บเกี่ยวมาด้วยความรู้สึกอย่างไร... คนที่สืบทอดโรงคั่วนี้มาไม่ได้ต้องการแค่ชาที่รสชาติดี แต่ต้องการชาที่ 'เข้าใจ' คนดื่ม"
รินรดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมชีวิตบนเขาแห่งนี้ถึงมีเสน่ห์ดึงดูดใจเธอเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะความเงียบสงบเพียงอย่างเดียว แต่เพราะทุกรายละเอียดที่นี่ล้วนมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่
"เอาล่ะ ถึงตาเจ้าแล้ว" อาหลางถอยห่างออกมา "จำไว้ อย่าฝืนความร้อน แต่จงเป็นส่วนหนึ่งของมัน"
รินรดาค่อยๆ ยื่นมือเข้าไป มือของเธอเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะที่อาหลางสอน เธอเริ่มจับจังหวะการสะบัดข้อมือได้ ใบชาในกระทะเต้นระบำอย่างงดงาม กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นชาอบอวลไปทั่วทั้งโรงคั่ว บรรยากาศดูราวกับถูกหยุดเวลาไว้เพียงแค่นี้
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจดจ่ออยู่กับการคั่วชา สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมห้อง ใต้กองใบชาเก่าที่ดูเหมือนจะถูกวางลืมไว้ มีกล่องไม้ขนาดเล็กที่มีสลักลายดอกหอมหมื่นลี้ถูกเปิดแง้มออกไว้ เธอมั่นใจว่าตอนที่เธอเข้ามาในโรงคั่วครั้งแรก กล่องใบนั้นไม่ได้วางอยู่ที่นั่น และรอยนิ้วมือที่เปื้อนฝุ่นบนฝากล่องก็ดูใหม่จนน่าสงสัย
อาหลางเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของเธอ เขาขยับตัวเข้ามาบังกล่องไม้นั้นไว้ทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับดูเย็นเยียบและระแวดระวังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งจนน่ากลัว "ชาชุดนี้ได้ที่แล้ว... และเจ้าไม่ควรสนใจสิ่งที่อยู่ตรงนั้น"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม ความเงียบสงัดของโรงคั่วก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นจากด้านนอก เสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ของคนในไร่และไม่จังหวะของชาวบ้านแถบนี้ มันเป็นเสียงที่ดูคุกคามและตั้งใจมาเพื่อทำลายความสงบสุขที่เธอกำลังพยายามรักษาไว้
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างชายฉกรรจ์ในชุดสีดำสนิทสามคนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาของพวกเขาไม่ได้มองที่ตัวเธอ แต่กลับพุ่งตรงไปที่กล่องไม้ใบนั้น อาหลางก้าวออกมาข้างหน้าทันที มือของเขาเอื้อมไปหยิบจอบเหล็กที่พิงอยู่ข้างฝาผนังขึ้นมาถือไว้มั่น
"อาหลาง... พวกเขาคือใคร" รินรดาถาม เสียงสั่นพร่า
ชายคนหนึ่งในชุดดำขยับยิ้มเย็นที่มุมปาก ก่อนจะชี้ปลายมีดมาที่ตัวเธอ "เรามารับของที่ควรจะเป็นของท่านผู้นำมานานแล้ว... รวมถึง 'ตัวแทน' ที่ถูกซ่อนไว้ในโรงคั่วนี่ด้วย"
อาหลางหันกลับมามองรินรดาเพียงชั่วครู่ แววตาของเขาไม่ได้มีความกลัว แต่มีความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยบอกเธอแฝงอยู่ "รินรดา... ฟังผมให้ดี วิ่งออกไปทางประตูหลัง อย่าหันหลังกลับไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม"
เขาผลักเธอไปด้านหลังก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาคนกลุ่มนั้นด้วยความเร็วที่รินรดาคาดไม่ถึง ในขณะที่เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วโรงคั่วชา รินรดาชะงักงันอยู่ที่มุมห้อง เมื่อชายในชุดดำคนหนึ่งหลุดวงล้อมเข้ามาใกล้เธอ มือของเขาคว้าหมับเข้าที่ต้นคอของเธอพร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้ใจเธอหล่นไปถึงตาตุ่ม
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการหนีขึ้นมาบนยอดเขาเมฆาคล้อย จะทำให้เจ้าหลบพ้นชะตากรรมที่พ่อของเจ้าทิ้งไว้ให้..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้นะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 6
ความลับในโรงคั่วชา
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!