แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 8

ก้าวแรกของการค้าขาย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าเจ้ากล้าเอาของพวกนี้ออกไปวางขายกลางแดด มีหวังป้ายความผิดเรื่อง 'เก็งกำไรทุนนิยม' ได้แปะอยู่บนหน้าผากก่อนจะทันได้นับเงินสดหยวนแรกเสียอีกค่ะ ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความระมัดระวังดังขึ้นจากมุมมืดของห้องครัว โจวอี้เฉินในชุดเสื้อกันหนาวสีเขียวทหารเก่าๆ ยืนกอดอกพิงวงกบประตู ดวงตาคมกริบมองร่างระหงของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกผลท้อป่าสีแดงสดออกจากกันอย่างทะมัดทะแมง ลูกท้อในตะกร้าสานไม้ไผ่เหล่านี้ไม่ได้เติบโตตามธรรมชาติทั่วไปบนภูเขาแถบชนบทมณฑลเฮยหลงjiang แต่เป็นผลผลิตชั้นเลิศที่ดูดซับพลังงานหยาดน้ำค้างจากมิติลับในห้วงเวลาพิเศษที่นางเป็นผู้ครอบครอง หลินฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาสามี มุมปากระบายยิ้มบางเบาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์แกมมั่นใจ "ใครบอกว่าจะเอาไปวางขายกลางตลาดสดให้พวกคณะกรรมการหมู่บ้านมาเดินตรวจตรากันเล่าคะ พี่อี้เฉิน? ของดีระดับนี้ ถ้าไม่เอาไปเสนอขายให้ถูกคน ถูกที่ และในเวลาที่มืดสนิทพอจะอำพรางสายตา ก็คงเสียดายแย่สิคะ" นางขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษใบไม้แห้งออกจากชายเสื้อ คราบความเหนื่อยล้าจากการทำงานในไร่นาเมื่อวันวานมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายความมุ่งมั่นของหญิงสาวยุคใหม่ที่ทะลุมิติมาเพื่อพลิกชะตาชีวิต ในช่วงยุค 70 ปลายๆ ที่นโยบายการควบคุมทางเศรษฐกิจยังคงเข้มงวด การค้าขายอิสระนอกเหนือจากระบบสหกรณ์รัฐถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการถูกประณาม ทว่าสำหรับคนที่มีครอบครัวต้องเลี้ยงดูและปากท้องที่เริ่มร้องประท้วง ความอดอยากไม่ใช่ทางเลือก การเดินทางสู่ 'ตลาดมืด' จึงเป็นทางรอดเดียวที่หลินฟางเซียนวางแผนไว้ตั้งแต่คืนก่อน โจวอี้เฉินถอนหายใจยาวอย่างจนใจ เขาเดินเข้ามาใกล้ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงด้วยความกังวล แม้ภายนอกเขาจะเป็นทหารหนุ่มผู้เงียบขรึมและดูแข็งกระด้าง แต่มีเพียงหลินฟางเซียนเท่านั้นที่รู้ว่าภายใต้ความนิ่งงันนั้นซ่อนความห่วงใยอันลึกซึ้งไว้เพียงใด มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบผลท้อป่าลูกใหญ่ที่สุดขึ้นมาพินิจ "พี่เป็นห่วงเจ้า... ยุคสมัยนี้คนจ้องจะแทงข้างหลังกันมีถมไป ถ้าเกิดแจ็คพอตแตกเจอพวกหน่วยตรวจการตลาดขึ้นมาจริงๆ เจ้าจะทำอย่างไร?" น้ำเสียงของเขาเจือความแหบพร่าเล็กน้อย มือที่ถือผลท้อสั่นเทาจากการแบกรับความกดดัน หลินฟางเซียนไม่ตอบคำถามด้วยวาจา แต่นางก้าวเข้าไปประชิดตัวสามี เอื้อมมือเรียวบางไปแตะที่ฝ่ามือใหญ่ของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านผิวเนื้อ นางเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาดำขลับฉายแววเด็ดเดี่ยว "พี่อี้เฉิน เชื่อใจฉันไหมคะ? ฉันไม่ใช่ฟางเซียนคนเก่าที่ยอมให้คนอื่นรังแกหรือทำอะไรตามอำเภอใจอีกแล้ว ของในมิติลับนี้... ต่อให้พวกเขาพลิกแผ่นดินหาก็ไม่มีทางหาเจอต้นตอ ตราบใดที่เราฉลาดและระมัดระวังตัวมากพอ เงินก้อนนี้จะเปลี่ยนชีวิตครอบครัวเรา ทำให้เราไม่ต้องทนกินโจ๊กเจือจางน้ำตาบีบหัวใจแบบเมื่อก่อนอีก" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ โจวอี้เฉินมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งทึ่ง ห่วงหา และรักจนแทบขาดใจ ในสายตาของเขา หลินฟางเซียนเวลานี้ช่างเจิดจรัสยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน นางไม่ใช่ภรรยาชาวบ้านธรรมดาที่วันๆ เอาแต่นั่งถอนหายใจในเรือนพักผ่อน แต่คือนักสู้ผู้กุมกุญแจสู่อนาคตที่ดีกว่า "เฮ้อ... ถ้าเจ้าดื้อดึงขนาดนี้ มีหรือที่พี่จะห้ามเจ้าได้" โจวอี้เฉินยอมจำนนในที่สุด รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "คืนนี้เดือนมืดพอดี เหมาะแก่การเดินทาง งั้นพี่จะเดินนำหน้าคอยระวังหลังให้เอง เจ้าห้ามแยกตัวเด็ดขาด เข้าใจไหม?" รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว นางพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว "ตกลงตามนี้ค่ะ!" ยามค่ำคืนมาเยือนเร็วกว่าที่คิด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ชายป่า บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม โจวอี้เฉินและหลินฟางเซียนแต่งกายด้วยชุดสีเข้มกลมกลืนไปกับความมืด นางสะพายย่ามผ้าใบใหญ่ที่บรรจุผลท้อป่าและลูกพลับคัดพิเศษจากมิติลับ ซึ่งส่งกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ชวนน้ำลายสอทะลุเนื้อผ้าออกมา ทั้งสองลัดเลาะไปตามเส้นทางดินลูกรังแคบๆ หลังกองฟางท้ายหมู่บ้าน หลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่มีแสงไฟจากบ้านเรือน ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ตรอกแคบๆ ด้านหลังโรงงานร้างริมทางรถไฟ ซึ่งเล่าลือกันว่าเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนในยามวิกาล กลิ่นอับชื้นและกลิ่นควันบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตตลาดมืดบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนในชุดคลุมหลวมและสวมหมวกดึงปีกต่ำเดินสวนกันไปมาด้วยความเร่งรีบ สายตาทุกคู่ระแวดระวังภัยรอบตัว ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหาอาหารในดินแดนนักล่า "หยุดตรงนี้ก่อนค่ะ" หลินฟางเซียนกระซิบเบาๆ ดึงแขนเสื้อสามีให้หยุดยืนหลบอยู่หลังเสาปูนเก่าๆ ของโกดังสินค้า นางกวาดสายตาสำรวจรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของนางไม่ใช่การเร่ขายไปทั่วจนสะดุดตา แต่คือการมองหา 'ลูกค้าระดับพรีเมียม' ที่มีกำลังซื้อสูงและกล้าพอจะจ่ายเงินหยวนจำนวนมากแลกกับความอร่อยที่หาไม่ได้จากที่ไหนในยุคขาดแคลนนี้ และแล้ว สายตาคมกริบก็สะดุดเข้ากับชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมเสื้อโค้ทกันหนาวเนื้อดีและหมวกสักหลาดปีกกว้าง เขากำลังยืนต่อรองราคาเนื้อหมูเถื่อนกับพ่อค้าคนอื่นอยู่ สีหน้าท่าทางบ่งบอกว่าเป็นพ่อค้าใหญ่หรือคนมีอิทธิพลท้องถิ่นที่เบื่อหน่ายกับอาหารรสชาติจืดชืดจำเจของรัฐบาล นี่แหละ... เหยื่อชั้นดี! หลินฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ นางส่งสัญญาณมือให้โจวอี้เฉินยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาชายท้วมผู้นั้นด้วยท่าทีสงبนิ่งและมั่นอกมั่นใจ "พี่ชายท่านนี้... ดูท่าทางท่านจะเป็นคนรสนิยมสูง ไม่ทราบว่าสนใจลองชิมผลไม้ป่ารสเลิศที่รับรองว่าท่านไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนในชีวิตนี้ไหมคะ?" ชายท้วมสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับมามองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยสายตาหวาดระแวงและประเมินค่า แต่เมื่อปะทะเข้ากับรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์และดวงตาสุกใสเป็นประกายของหลินฟางเซียน เขาก็ต้องชะงักไป หลินฟางเซียนไม่รอให้เขาปฏิเสธ นางเปิดปากย่ามผ้าออกเพียงเล็กน้อย กลิ่นหอมหวานฉ่ำของผลท้อป่าจากมิติลับก็ลอยฟุ้งกระจายไปในอากาศยามค่ำคืน ทะลวงผ่านกลิ่นอับชื้นรอบตัวจนชายท้วมถึงกับสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเล็กหยีเบิกกว้างขึ้นทันที "นี่มัน... กลิ่นหอมอะไรกัน?" เขาพึมพำด้วยความประหลาดใจ หลินฟางเซียนแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นำผลท้อสีแดงระเรื่อลูกโตผิวเนียนละเอียดราวกับไข่มุกออกมาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันไกลๆ สะท้อนผิวผลไม้จนเป็นประกายวับวับ "ของดีมักจะซ่อนอยู่ในที่ที่คาดไม่ถึงค่ะ..." นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนหลงใหล "ถ้าท่านกล้าพอที่จะลองชิม รับรองว่าราคาที่เราจะตกลงกัน... คุ้มค่ากับความรื่นรมย์ที่ท่านจะได้รับอย่างแน่นอนค่ะ" ชายท้วมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะหยิบผลท้อในมือของนาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนพร้อมกระบองเหล็กก็ดังขึ้นจากปากตรอกมืด พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาหัวใจคนในตลาดมืดหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "หยุดอยู่ตรงนั้น! เจ้าหน้าที่ตรวจการตลาด! ห้ามใครขยับเด็ดขาด!" หลินฟางเซียนหน้าถอดสีเล็กน้อย แต่มือเรียวกลับกระชับย่ามในมือแน่นขึ้นทันที ดวงตาคู่งามหันขวับไปสบตากับโจวอี้เฉินที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสา ซึ่งกำลังพุ่งทะยานเข้ามาประชิดร่างนางด้วยความเร็วปานเสือดาวเพื่อพาหนีฝ่าวงล้อม แล้วตอนนั้นเอง... ชายท้วมผู้มีท่าทางร่ำรวยกลับคว้าข้อมือของหลินฟางเซียนไว้แน่น ใบหน้าอ้วนท้วมบิดเบี้ยวด้วยความโลภผสมความตื่นกลัว เอ่ยเสียงสั่นพร่าออกมาคำหนึ่งว่า— "เดี๋ยว... อย่าเพิ่งหนี! ข้าเหมาหมดนี่! ว่ามา... เจ้าต้องการเท่าไหร่!" (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับการเปิดตลาดมืดครั้งแรกของฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%