"ถ้าท่านยังกล้าส่งสายตาพิฆาตใส่ชามข้าวในมือฉันอีกล่ะก็ คืนนี้ก็เชิญไปนอนกอดฟืนในห้องเก็บของเถอะค่ะ โ조วอี้เฉิน!"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดผ่าตัดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวดินเหนียวเก่าๆ กลิ่นอับของบ้านไร่ในยุค 70 ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวลอันลึกล้ำที่กำลังแผ่ซ่านสะท้านไปทั่วทุกอณูอากาศ หลินฟางเซียนยืนถือทัพพีไม้กวนน้ำซุปในหม้อดินด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันตวัดมองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่หลังโต๊ะไม้ไผ่
โจวอี้เฉิน นายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบและเหตุการณ์อันตรายมาโชกโชน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายมักจะเย็นชาไร้ความรู้สึกต่อหน้าผู้คน ยามนี้กลับมีร่องรอยของความกระอักกระอ่วนฉายชัดบนใบหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่อาหารบนโต๊ะสลับกับภรรยาตัวน้อยที่นับวันยิ่งคาดเดาไม่ได้
เขายอมรับตามตรงว่าในหัวข้อกฎระเบียบของกองทัพ ไม่เคยมีตำราเล่มไหนสอนรับมือกับภรรยาที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เปลี่ยนแป้งสาลีขึ้นราและผักกาดดองเค็มปี๋ ให้กลายเป็นอาหารหน้าตาน่ากินจนน้ำลายสอได้เช่นนี้
ตั้งแต่นفางเซียนรอดตายจากการตกน้ำเมื่อสัปดาห์ก่อน นางก็เหมือนกลายเป็นคนละคน ความอ่อนแอหวาดกลัวแม่สามีและบรรดาญาติจอมสูบเลือดถูกโยนทิ้งลงแม่น้ำไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้มีความลับแพรพราว ดวงตาฉลาดเฉลียว และฝีมือการค้าขายที่น่าทึ่ง
และในวันนี้ นางกำลังจะใช้ "อาวุธ" ที่ร้ายกาจที่สุดในการพิชิตใจ—และกระเพาะ—ของเขา
ฟางเซียนไม่ได้สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังของสามี มือเรียวตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นมะละกอสีขาวขุ่นราวน้ำนมลงในชามเคลือบกระเบื้องลายดอกไม้ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมหวานของเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มที่ตุ๋นด้วยสมุนไพรจากมิติลับในห้วงจิตของนาง หมูสามชั้นผัดหน่อไม้ดองแห้งสีแดงฉานจัดจานเคียงด้วยไข่เจียวฟูหนาโรยต้นหอม และที่เด็ดที่สุดคือข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วนที่หุงจากข้าวหอมมะลิชั้นเลิศในมิติ ที่ต่อให้เอาเงินทั้งปีของครอบครัวในยุคนี้ไปแลกก็ยังหาซื้อไม่ได้
"กินเข้าไปค่ะ" นางเลื่อนชามข้าวและจานอาหารส่งเสียงกระทบโต๊ะเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะวางยาพิษคุณหรอกนะ ถ้าอยากให้คุณตาย ฉันปล่อยให้คุณอดตายตั้งแต่ตอนที่แม่ของคุณมาขนข้าวสารครั้งก่อนแล้วล่ะ"
โจวอี้เฉินขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณระวังภัยบอกให้เขานิ่ง แต่กลิ่นหอมที่เตะเข้าจมูกอย่างจังกลับทำให้ท้องของนายทหารผู้ฝึกวินัยมาอย่างหนักหน่วงส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาเบาๆ เขาเงยหน้าสบตาคู่สนทนา แววตาเย็นชาเจือความระแวงในที "คุณไปเอาเนื้อหมูและข้าวขาวเหล่านี้มาจากไหน? ช่วงนี้ทางการตรวจสอบการกักตุนอาหารเข้มงวดมาก ถ้ามีใครรู้..."
"ถ้ามีใครรู้ คนแรกที่จะซวยก็คือฉัน ไม่ใช่คุณหรอกค่ะท่านสามี" ฟางเซียนตัดบท น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด นางโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนางลอยละลิ่วเข้าจมูกของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว "เลิกตั้งคำถามแล้วตักเข้าปากเสียที หรือว่า... คุณกลัวว่าพอน้ำมือฉันอร่อยแล้ว คุณจะหลงเสน่ห์ฉันจนถอนตัวไม่ขึ้นกันแน่?"
คำพูดเย้าแหย่ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคู่นั้น ทำให้โจวอี้เฉินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาต่อความรู้สึกมานานหลายปีกลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นอย่างถือดี เขาไม่ใช่คนมักมากในรส
อาหาร แต่เมื่อตะเกียบไม้คีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปาก ความนุ่มละมุนที่ละลายในทันทีผสานกับรสชาติกลมกล่อมเผ็ดร้อนปลายลิ้นเล็กน้อย ความเค็มหวานที่เคี่ยวเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ทำให้ต่อมรับรสของเขาตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง รสชาตินี้... อย่าว่าแต่ในมณฑลนี้เลย ต่อให้เป็นภัตตาคารในเมืองหลวงยุคก่อน ก็ยังเทียบไม่ได้!
ฟางเซียนสังเกตปฏิกิริยาของสามี มุมปากอิ่มยกย่องขึ้นอย่างพึงพอใจ
ในยุค 80 ที่ผู้คนต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ข้าวหนึ่งชาม เนื้อสัตว์สักชิ้นคือความฝันอันสูงสุด การใช้มิติลับที่มีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่และแปลงเกษตรอัจฉริยะมาปรุงอาหารให้สามีผู้เคร่งขรึมคนนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต แต่มันคือการสร้าง "ฐานที่มั่น" ในครอบครัวที่มีเขาเป็นเสาหลัก หากนางต้องการจะฟาดฟันกับบรรดาญาติฝ่ายสามีที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ และวางแผนขยายกิจการค้าขายในตลาดมืดให้ยิ่งใหญ่ นางจำเป็นต้องมี "พันธมิตร" ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่เคียงข้าง และไม่มีพันธมิตรคนไหนจะดีไปกว่าสามีในนามที่ซื่อสัตย์และมีอำนาจต่อรองในกองทัพผู้นี้อีกแล้ว
"อร่อยไหมคะ?" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางแสงตะเกียงริบหรี่
โจวอี้เฉินวางตะเกียบลงช้าๆ ใบหน้าคมคายฉายแววซับซ้อน เขามองภรรยาที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งท้าวคางรอฟังคำตอบ แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้านวลเนียน ทำให้สตรีตรงหน้าดูงดงามราวกับภาพวาดในตำนาน ไม่ใช่หญิงบ้านนอกซอมซ่ออย่างที่ใครๆ ดูแคลน
"คุณเปลี่ยนไปมาก..." โจวอี้เฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "คุณมีความลับ... และความลับนั้นอันตรายมาก"
"โลกใบนี้มันอันตรายอยู่แล้วค่ะ ถ้าไม่เก่งพอและไม่มีของดี จะเอาชีวิตรอดจากคนพวกนั้นได้ยังไง" ฟางเซียนตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงประดับอยู่ แต่แววตากลับจริงจังขึ้นหลายส่วน "ว่าแต่... อาหารมื้อนี้ ทำให้คุณคิดจะร่วมมือกับฉัน ปกป้องบ้านหลังนี้จากพวกปลิงดูดเลือดพวกนั้นหรือยังล่ะคะ?"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงแมลงหวีดหวิวภายนอกหน้าต่างราวกับเป็นฉากหลังของเกมการต่อรองที่ไร้เสียงระหว่างคนทั้งสอง โจวอี้เฉินมองชามข้าวที่เหลือเพียงครึ่งชั่วโมงก่อนจะหมดเกลี้ยง พลันมุมปากหยักลึกก็ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง
ทว่า ในวินาทีที่ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบรับ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" ที่ตะโกนแผดลั่นเข้ามาในความมืด
"นังตัวดี หลินฟางเซียน! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบกินของดีอยู่ข้างใน กลิ่นเนื้อโชยไปถึงปากซอยขนาดนี้ แกกล้าดียังไงถึงซ่อนอาหารไว้ไม่ส่งส่วยให้ตระกูลโจว! เปิดประตู ไม่งั้นฉันจะพังเข้ามาเดี๋ยวนี้!"
ฟางเซียนหรี่ตาลง รัศมีสังหารพวยพุ่งออกจากร่างทันที นางยังไม่ทันได้ขยับตัว โจวอี้เฉินก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาจนอากาศรอบตัวลดฮวบ
แต่ก่อนที่นายหนุ่มจะก้าวเท้าไปที่ประตู ฟางเซียนกลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อทหารของเขาไว้ ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแต้มรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"เดี๋ยวก่อนค่ะสามี..." นางกระซิบเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามวิกาล "ในเมื่อพวกเขารนหาที่มาส่งกระสุนให้เราถึงที่... คืนนี้ เรามาเปิดฉากต้อนรับแขกไม่เชิญกลุ่มนี้ ด้วยเมนูพิเศษที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมดีไหมคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปมาโดยตลอดนะคะ
แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 4
มื้ออาหารที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!