ตะหลิวเหล็กด้ามเก่ากระทบกับกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง!* เสียงนั้นคมชัดและทรงพลังพอที่จะปลุกสติของคนที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดให้กลับคืนมา หลินฟางเซียนตักน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นที่เคี่ยวจนงวดลงในชามเคลือบกระเบื้องลายดอกไม้ กลิ่นหอมอวลของพริกไทยเสฉวน ขิงแก่ และความหวานกลมกล่อมจากหัวไชเท้าระเหยขึ้นแตะจมูกทันทีที่ไอร้อนพวยพุ่ง ความหอมระดับนี้นับว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินกว่าจะหาได้ในหมู่บ้านหง H แดงช่วงฤดูหนาวปี 1978 ที่แม้แต่แป้งข้าวโพดสักขีดก็ยังต้องชั่งตวงวัดด้วยความเสียดาย
แต่นี่คือบ้านพักข้าราชการทหารหลังเก่าของโจวอี้เฉิน และบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบตอนนี้ มีทั้งซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน ผัดกะหล่ำปลีใส่เนื้อหมูสามชั้นติดมันชิ้นหนาที่ส่งกลิ่นหอมของซีอิ๊วชั้นดี และที่สำคัญที่สุดคือข้าวสวยเมล็ดอ้วนสีขาวนวลที่ไม่มีรำข้าวปะปนแม้แต่น้อย
"ฟางเซียน..."
เสียงทุ้มต่ำและจริงจังดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว หลินฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย นางหันไปพบกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก โจวอี้เฉินยืนพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องครัวอย่างพิจารณา สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ความน่ากินของอาหาร แต่หยุดนิ่งอยู่ที่ *เขียงไม้* และ *ตะกร้าหวาย* บนโต๊ะ
หลินฟางเซียนซ่อนแววตาไหววูบไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบา นางตักข้าวใส่ชามยื่นให้เขาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ยืนทำหน้าเคร่งเครียดอะไรอยู่คะ? อาหารเย็นตั้งโต๊ะแล้ว รีบมาทานเสียสิ เดี๋ยวจะเย็นเสียรสชาติหมด"
โจวอี้เฉินรับชามข้าวมาถือไว้ แต่เขายังไม่ยอมขยับเขยื้อンไปไหน ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "ฟางเซียน... ช่วงนี้เธอเอาเงินจากไหนไปซื้อเนื้อหมูสามชั้นชิ้นหนานั่น? แล้วกะหล่ำปลีพวกนี้... ต่อให้มีคูปองอาหารในมือ ก็ใช่ว่าจะหาซื้อผสดสดและอวบออ่นขนาดนี้ได้ในตลาดคอมมูนของเรา"
คำถามนั้นไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความสงสัยใคร่รู้และความห่วงใยที่เคลือบอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
หลินฟางเซียนหัวسเราะในลำคอเบาๆ นางหยิบตะเกียบยื่นให้สามีพลางตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน "ฉันก็แค่... ใช้ไหวพริบนิดหน่อยค่ะคุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนอย่างไร ของป่าบางอย่าง เก็บมาแลกเปลี่ยนกับคนรู้จักในเมือง มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่คะ"
"ของป่า?" โจวอี้เฉินทวนคำ น้ำเสียงของเขาลากยาวขึ้นเล็กน้อย เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นสะอาดของสบู่ทหารลอยเข้ามารabอวล "เห็ดหอมตากแห้งเกรดA ที่เธอเอามาตุ๋นซุปเมื่อวานซืน และแป้งสาลีเนื้อละเอียดที่เธอใช้ทำหมั่นถั่นเมื่อเช้า... ฉันไม่เคยเห็นของพวกนี้แม้แต่ในร้านค้าสหกรณ์ของอำเภอ แล้วเธอเอาไปแลกกับใคร ในเมื่อคนในหมู่บ้านเราแทบไม่มีใครมีเงินสดเหลือพอจะซื้อของฟุ่มเฟือยเหล่านี้ด้วยซ้ำ"
ความฉลาดเป็นกรดของสามีนายทหารผู้ผ่านสนามรบและงานสืบสวนมาโชคโชน ไม่ใช่สิ่งที่หลอกได้ง่ายๆ เพียงแค่คำแก้ตัวลวกๆ นางรู้ดีว่าหากตอบไม่ดี ความลับเรื่องมิติลับในห้วงจิตสำนึกอาจถูกจับพิรุธได้
หลินฟางเซียนวางตะเกียบลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบไม้ดังเบาๆ ทว่าดึงดูดสายตาของเขาให้มองตาม นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีตรงๆ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายและมั่นอกมั่นใจอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ถ้าฉันบอกว่า... ฉันมีวิธีหาของพวกนี้มาโดยไม่ผิดกฎหมายล่ะคะคุณจะเชื่อฉันไหม?" นางเอ่ยเสียงนุ่ม แต่คำพูดกลับมีความหนักแน่นอยู่ในที
โจวอี้เฉินมองลึกลงไปในดวงตาของภรรยา เขาเห็นความเด็ดเดี่ยว ความฉลาดเฉลียว และประกายแสงบางอย่างที่เจิดจ้าเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่แม่บ้านชนบทธรรมดา ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าผู้หญิงตรงหน้ามี "ความลับ" ซ่อนอยู่ และความลับนั้นอาจอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้คนอื่นล่วงรู้
ก่อนที่โจวอี้เฉินจะได้เอ่ยปากซักไซ้ต่อ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นที่หน้าบ้านอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าปวดหัวของป้าสะใภ้ใหญ่—จ้าวซื่อ ที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันที
"หลินฟางเซียน! นังตัวดี! ฉันรู้ว่าพวกแกซ่อนของดีไว้ข้างใน! กลิ่นเนื้อตุ๋นลอยไปถึงหน้าปากซอยโน่น บ้านคนอื่นเขาแทบไม่มีข้าวกรอกหม้อ แต่พวกแกกลับกินอยู่กันอย่างกับเจ้าสัว! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่เปิดฉันจะเรียกคนมาพังประตูแล้วนะ!"
โจวอี้เฉินขมวดคิ้วมุ่น รังสีความเย็นชาแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มทันที เขากำลังจะก้าวไปที่ประตูเพื่อจัดการกับญาติผู้พี่ที่น่ารำคาญกลุ่มนั้น แต่หลินฟางเซียนกลับเอื้อมมือเรียวมาแตะที่แขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ
นางยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ปล่อยให้ฉันจัดการเองค่ะคุณ... ถือว่าเป็นการทดฝีมือและวัตถุดิบมื้อนี้ไปในตัวก็แล้วกันนะคะ"
พูดจบ หลินฟางเซียนก็หมุนตัวเดินน่องไปที่ประตูหน้า ทิ้งให้โจวอี้เฉินยืนมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความกังวลและความทึ่งอย่างบอกไม่ถูก
กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูยังคงลอยอบอวลอยู่ทั่วบ้าน ทว่าบรรยากาศภายนอกกลับคุกรุ่นไปด้วยพายุอารมณ์ที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า และในจังหวะที่หลินฟางเซียนเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูนั่นเอง เสียงทุบประตูก็หยุดชะงักลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครอีกคนที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาเหยียบระเบียงบ้าน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปมาโดยตลอดนะคะ
แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 5
โจวอี้เฉินเริ่มสงสัย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!