แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 11

มื้อค่ำกระชับมิตร

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดัง *เคร้ง!* กังวานท่าย์กลางความเงียบสงบของยามพลบค่ำในบ้านพักหลังน้อย หลินฟางเซียนตวัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งและกระเทียมเจียวคั่วในน้ำมันหมูร้อนๆ พลอยส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวจนชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน ทว่าสิ่งที่เรียกเสียงสูดปากด้วยความตื่นตะลึงไม่ใช่เครื่องเทศธรรมดาเหล่านี้ หากแต่เป็นก้อนเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามที่นางเพิ่งแอบหยิบออกมาจาก "มิติลับ" สดๆ ร้อนๆ "ถ้าเจ้ายังยืนทำหน้าถมึงทึงเฝ้าหน้าประตูแบบนั้น เกรงว่าหมูสามชั้นผัดพริกเกลือจานนี้คงต้องตกเป็นของข้าพเจ้าคนเดียวเสียแล้วนะคะ... ท่านพี่โจว" นางเอ่ยแซพรางเหลือบสายตาไปมองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูห้องครัว โจวอี้เฉินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบทอประกายระยิบระยับยามมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังงלוนอยู่กับการปรุงอาหาร ความเย็นชาที่เคยใช้กำแพงกั้นผู้คนรอบกายราวกับไม่แยแสสิ่งใดบัดนี้หลอมละลายจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม นายทหารหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไร้ซุ่มเสียง ฝ่ามือหนากรำศึกจนหยาบกร้านเอื้อมออกไปคว้ากระปุกเกลือบนชั้นไม้มาถือให้อย่างรู้ใจ โดยไม่ต้องเอמהปากร้องขอ "ข้าแค่กำลังคิดว่า... วันนี้ภรรยาของข้าเหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งต้องรับมือกับพวกป้าสะใภ้ตัวแสบที่ตลาดดำ แถมยังต้องมาเข้าครัวทำอาหารชุดใหญ่ให้อีก เกรงว่าคนเหนื่อยจะเป็นเจ้ามากกว่า" โจวอี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลกว่ายามสนทนากับใครหน้าไหนในกองพัน ฟางเซียนหันขวับกลับมามองหน้าสามี ดวงตาคู่สวยพราวระยับ นางแกล้งหรี่ตามองสำรวจท่าทีของเขา "โอ๊ะ? วันนี้ลมเพลมพัดอะไรกันคะ ถึงได้ปากหวานใส่ข้าเช่นนี้ หรือว่ามีเรื่องร้อนเงินในกองทัพที่อยากให้เชฟจำเป็นอย่างข้าช่วยหาทางออกให้อีกแล้ว?" "ฟางเซียน..." โจวอี้เฉินถอนหายใจเบาๆ อย่างจนปัญญา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ในสายตาเจ้า ข้าเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นนั้นเชียวหรือ? ข้าแค่อยากดูแลภรรยา... มันผิดตรงไหนกัน" บรรยากาศในห้องครัวแคบๆ พลันอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมกรุ่นของซีอิ๊วขาวที่ราดลงบนกระทะร้อนฉ่า ผสมผสานกับไอร้อนระอุที่ลอยละล่อง ก่อเกิดเป็นความใกล้ชิดที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาตรงๆ ทว่าสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด นางตักผัดหมูสามชั้นคั่วพริกเกลือสีทองอร่ามลงจานกระเบื้องเคลือบ ตามด้วยซุปหัวไконกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรโชยเตะจมูกจนน้ำลายสอ ทั้งสองนั่งลงประจำที่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ รอบโต๊ะอาหารตัวเล็ก โจวอี้เฉินไม่รอช้า เขาคีบชิ้นหมูสามชั้นที่ติดมันเยิ้มพอเหมาะเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ รสเค็มกลมกล่อมเผ็ดร้อนปลายลิ้นและความนุ่มละมุนละลายในปากทำให้ดวงตาของนายทหารหนุ่มเป็นประกายวาววับ "อร่อยมาก..." เขาเอמהพึมพำ "ฝีมือเจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ" "ถ้าอร่อยก็ทานเยอะๆ สิคะ ช่วงนี้ท่านผอมลงไปตั้งเยอะ ข้าไม่อยากให้ใครมาครหาว่ามีสามีเป็นทหารแล้วปล่อยให้สามีอดอยากปากแห้งหรอกนะ เดี๋ยวเสียชื่อเชฟมือหนึ่งแห่งยุคหมด" ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก พรางคีบซี่โครงหมูชิ้นโตใส่ชามให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ นี่คือช่วงเวลาสโลว์ไลฟ์ที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยอันแร้นแค้นนี้ ภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดริบหรี่ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมอยู่ภายนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ กลับอัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น ความเข้าใจ และความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวลึกซึ้งขึ้นทีละน้อยโดยไม่มีใครเอ่ยขัดขวาง ทว่า... ความสุขมักผ่านไปรวดเร็วดั่งสายลม *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศอันแสนหวานในมื้อค่ำลงทันที ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของสะใภ้รองหลินที่ตะโกนแหกปากลั่นบ้านจนคนข้างบ้านคงสะดุ้งตื่น "หลินฟางเซียน! นังหลานอกตัญญู! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนของดีกินกันอยู่ข้างใน กลิ่นเนื้อหมูมันโชยมาถึงหน้าปากซอยแล้ว! รีบเอาออกมาแบ่งบ้านใหญ่เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าพวกแกแอบค้าของเถื่อนผิดกฎหมาย!" โจวอี้เฉินวางตะเกียบในมือลงทันที สีหน้าที่เคยอบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาดำขลับฉายแววสังหารวบรวมความรำคาญใจไว้อย่างเต็มเปี่ยม เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมก้าวไปจัดการปัญหาไร้มารยาทนั้น แต่ทว่า... หลินฟางเซียนกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนเสื้อของสามีเบาๆ นางส่ายหัวช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่สะท้อนความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างปิดไม่มิด "ใจร้อนไปทำไมกันคะ ท่านพี่..." ฟางเซียนกระซิบเสียงเบา ดวงตาเป็นประกายวาววับราวกับนางแมวป่าที่กำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้ามาติดกับ "ในเมื่อพวกนางอยากได้กลิ่นเนื้อหมูนัก ข้าก็มี 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' ที่เตรียมไว้ต้อนรับพวกนางโดยเฉพาะแล้วล่ะค่ะ รับรองว่าพอกินเข้าไป... มีหวังได้จดจำไปจนวันตายแน่ๆ!" นางลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี พร้อมกับก้าวเท้าเดินนำไปยังประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีสง่างามและมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งยวด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับมื้อค่ำสุดอลเวงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%