กลิ่นหอมของเนื้อหมูตุ๋นครึ่งซีกที่เคี่ยวจนน้ำตาลเคี่ยวเคลือบผิวเนื้อเป็นสีแดงฉานดั่งลูกทับิม กำลังลอยอวลฟุ้งผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ของบ้านพักตระกูลโจว ทะลุออกไปปะทะกับสายลมหนาวจัดยามพลบค่ำของหมู่บ้านหง H-12 อย่างไม่เกรงใจใคร
"ฟางเซียน กลิ่นเครื่องเทศของเจ้ามันชักจะลอยไปไกลเกินรั้วบ้านเราแล้วนะ"
โจวอี้เฉินวางฟืนท่อนสุดท้ายลงบนกองข้างเตา สายตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบยามเผชิญหน้ากับผู้บังคับบัญชาในค่ายทหาร กลับฉายแววกังวลเจือความเอ็นดูยามมองภรรยาตัวน้อยที่กำลังใช้ทัพพีไม้คนหม้อตุ๋นด้วยความเพลิดเพลิน
หลินฟางเซียนตวัดหางตาคมกริบมองสามีอย่างไม่สะทกสะท้าน นางตักน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อมขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วยื่นช้อนจ่อริมฝีปากหนาโดยไม่เอ่ยคำใด "ชิมดูสิว่าเค็มไปหรือเปล่า... นี่คือความสุขขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ยุคเจ็ดสิบควรได้รับ ไม่ใช่หรือคะ?"
รสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น และอบอุ่นจนซ่านไปถึงขั้วหัวใจทำให้โจวอี้เฉินถึงกับชะงัก เขารับช้อนนั้นไว้พร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก "รสชาติพอดีแล้ว... แต่ปัญหาคือ คนข้างบ้านอย่างป้าจางผู้มีหูทิพย์ตาตั๊กแตนคงจะยืนดมกลิ่นอยู่ตรงกำแพงรั้วตั้งนานแล้ว"
ทันทีที่สิ้นเสียงของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ก็ดังขึ้นรัวๆ สามครั้งติด แบบไม่ได้นัดหมาย
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"เสี่ยวฟาง! อี้เฉิน! เปิดประตูให้ป้าหน่อยสิยะ บ้านพวกเจ้าทำอะไรกินกัน ทำไมกลิ่นมันถึงได้หอมเย้ายวนใจขนาดนี้ ข้าวสารในบ้านจะหมดหม้ออยู่รอมร่อ ทำไมบ้านนี้ถึงยังมีเนื้อหมูสามชั้นกินติดต่อกันสามวันติดแบบนี้ล่ะ!"
เสียงแหลมสูงของป้าจางดังแหวกลมหนาวเข้ามาทันที พร้อมกับเงาร่างผอมเกร็งของนางที่เบียดเข้ามาทางรอยแยกรั้วไม้ทันทีที่แผ่นไม้ถูกเปิดออกเพียงนิด
หลินฟางเซียนวางทัพพีลงช้าๆ แววตาฉายประกายความเยือกเย็น นางไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ยุคนี้คือยุคขาดแคลน การที่ชาวบ้านอดอยากปากแห้งแต่บ้านนางกลับมีควันไฟลอยฟุ้งกลิ่นเนื้อสัตว์ ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นธรรมดา แต่คนอย่างหลินฟางเซียน มีหรือจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครมาขโมยความสุขไปง่ายๆ
นางหันไปสบตากับโจวอี้เฉิน พยักเพยิดให้อีกฝ่ายทำตามแผนที่ตกลงกันไว้ในใจ
"อ้า... ป้าจางเองเหรอคะ ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ลมหนาวจัด ทำไมยังมาเดินตรวจตราแถวบ้านคนอื่นอยู่ล่ะคะ หรือว่าสามีของป้าไม่ยอมแบ่งแป้งข้าวโพดให้กิน ถึงได้หิวโซจนต้องมาเดินตามกลิ่นอาหารบ้านชาวบ้านเขาแบบนี้?"
ประโยคย้อนถามที่เจ็บแสบจนแทบกระอักเลือดทำเอาป้าจางถึงกับหน้าชา สะดุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวล้ำเข้ามาในครัว นางถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"นังเด็กนี่! ปากคอเราะร้ายนักนะ! ข้าเป็นผู้ใหญ่หวังดีหรอกถึงมาเตือน เจ้าอย่าลืมนะว่าตอนนี้ทางการกวาดล้างพวกเก็งกำไรและพวกฟุ่มเฟือยหนักมาก บ้านพวกเจ้าสามีเป็นแค่ทหารชั้นผู้น้อย ส่วนเมียก็ไม่ได้ทำงานในคอมมูน แล้วเอาเงินที่ไหนซื้อเนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนี้มาต้มกินทุกวัน? ระวังเถอะ... จะมีคนไปฟ้องหัวหน้าคอมมูนว่าพวกเจ้าแอบซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมาย!"
คำขู่ขวัญนี้ทรงพลังพอที่จะทำให้ชาวบ้านทั่วไปตัวสั่นงันท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับอดีตเชฟมือทองผู้ผ่านโลกมาโชกโชนอย่างหลินฟางเซียน
นางก้าวเท้าออกมาจากห้องครัว ชายเสื้อผ้าฝ้ายสีหม่นไม่ได้ลดทอนรัศมีอันเฉียบ
ขาดของนางเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่มุมปากช่างเย็นเยียบจนป้าจางรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"เรื่องเงินที่ฉันซื้อเนื้อ... ฉันต้องรายงานป้าจางด้วยหรือคะ? หรือว่าป้าจางมีสำเนาบัตรประชาชนของฉันเก็บไว้ในกระเป๋า ถึงได้รู้ดีกว่าตัวฉันเสียอีกว่าฉันได้เงินมาจากไหน?" ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว บีบให้ป้าจางต้องถอยร่น "อีกอย่างนะป้าจาง ถ้าป้าสงสัยว่าสามีฉันเอาเงินหลวงมาใช้ในทางที่ผิด ทำไมไม่ลองเดินไปฟ้องที่กองร้อยทหารพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะคะ? ไปสิคะ! ฉันจะช่วยเดินไปส่งด้วยซ้ำ โจวอี้เฉิน สามีฉันจะได้เปิดเผยบัญชีเงินเดือนและความชอบที่เขาทำเพื่อชาติให้ชาวบ้านตาสว่างเสียทีว่า สามีฉันเหนื่อยยากแค่ไหนกว่าจะได้เงินมาซื้อหมูให้ภรรยาKIN!"
คำพูดที่หนักแน่นและท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวทำให้ป้าจางใบหน้าซีดเผือด นางเหลือบไปเห็นสายตานิ่งสนิทแต่ดุดันราวกับพยัคฆ์ซุ่มของโจวอี้เฉินที่เดินตามหลังภรรยาออกมา มือหนาของเขาวางอยู่บนด้ามมีดทำครัวที่เพิ่งลับจนคมกริบ บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น
"เอ่อ... ข้า... ข้าแค่ล้อเล่นน่า เสี่ยวฟาง เจ้าเด็กนี่ เจ้าคิดมากไปได้..." ป้าจางหัวเราะกลบเกลื่อนความกลัว รีบถอยกรูดออกจากรั้วบ้าน "ข้า... ข้าแค่จะมาบอกว่าพรุ่งนี้มีประชุมหมู่บ้านเรื่องจัดสรรโควตาฟืน... ไปล่ะ!"
นางเผ่นแน่บหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วราวกับผีเสื้อกลางคืนเจอแสงไฟ
หลินฟางเซียนแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คิดจะมาขู่ฉัน คนอย่างป้าจางต้องเจอไม้นี้ถึงจะเข็ด"
โจวอี้เฉินดึงร่างบางเข้ามาโอบไว้ในอ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวภรรยาผสมกับกลิ่นเครื่องเทศทำให้จิตใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง "เจ้าจัดการเก่งเกินไปแล้ว ระวังพวกตระกูลจางจะไปเป่าหูคนอื่นลับหลังอีก"
"ปล่อยให้พวกมันพูดไปเถอะค่ะ ยิ่งพวกมันอิจฉา แปลว่าพวกเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว..." ฟางเซียนซบหน้าลงกับอกแกร่ง พลางคิดถึงวัตถุดิบชั้นดีที่ซ่อนอยู่ในมิติลับ พรุ่งนี้คือนัดหมายส่งสินค้ารอบใหม่กับลูกค้ากระเป๋าหนักในตลาดมืด และนางตั้งใจจะทำ "ซาลาเปาไส้หมูสับน้ำซุปทะลัก" ไปขายกอบโกยเงินหยวนให้หนาตา
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวลงบนบ้านพักหลังเล็กอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีเหตุฉุกเฉินระดับชาติ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"ผู้กองโจว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ทางกองร้อยสั่งเรียกตัวด่วน มีคนแจ้งเบาะแสว่ามีพ่อค้าตลาดมืดก๊กใหญ่กำลังเคลื่อน
ไหวอยู่ในเขตรับผิดชอบ และท่าน... ถูกคำสั่งให้เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการกวาดล้างคืนนี้!"
รอยยิ้มอุ่นๆ บนใบหน้าของโจวอี้เฉินแข็งค้างในทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนเป็นห่วง เพราะตลาดมืดที่สายลับรายงาน... คือจุดเดียวกับที่ภรรยาของเขากำลังจะไปส่งสินค้าในวันพรุ่งนี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับมื้อค่ำสุดระทึกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 12
ถูกจับตาจากเพื่อนบ้าน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!