กลิ่นน้ำมันหมูเจียวหอมกรุ่นคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกจนแทบทำให้คนจาม ลอยฟุ้งทะลุผ่านผนังดินอัดของห้องครัวบ้านตระกูลโจวออกไปสู่ลานบ้าน ทว่าในยามค่ำคืนที่ดวงจันทร์ถูกเมฆฝนบังมิดเช่นนี้ กลิ่นหอมอันเย้ายวนนี้ไม่ได้สร้างความสุขให้กับทุกคนเสมอไป
"กลิ่นเนื้อตุ๋น! แม่คะ... นั่นมันกลิ่นเนื้อตุ๋นซีอิ๊วดำชัดๆ นังสะใภ้รองมันแอบกินของดีอีกแล้ว!"
เสียงแหลมปรี๊ดของจ้าวซื่อ พี่สะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้าผอมตอบราวกับซี่โครงหมูแห้งดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว นางยืนเท้าสะเอว สูดจมูกฟืดฟาดราวกับสุนัขล่าเนื้อ ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภและริษยาจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ด้านข้างคือนายท่านผู้เฒ่าโจวและแม่สามีที่ใบหน้าบูดบึ้งสนิท ทั้งคณะพากันบุกมาถึงบ้านรองยามวิกาลด้วยข้อหา "สงสัยว่าซ่อนสินค้าหนีภาษีและอาหารกักตุน" ตามคำยุยงของคนตระกูลซุนฝั่งบ้านเดิม
หลินฟางเซียนยืนถือตะหลิวไม้ไผ่ผัดหมูสามชั้นในกระทะเหล็กด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ใบหน้านวลเนียนสะท้อนแสงไฟสีส้มจากเตาฟืน นางไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยเมื่อประตูไม้ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทโดยมีร่างสูงใหญ่ของโจวอี้เฉิน สามีหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงบราวกับภูเขาหินคอยขวางกั้นคนพวกนั้นให้อยู่แค่ธรณีประตู
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว พ่อ แม่ และพี่ใหญ่มาทำอะไรกันที่นี่คะ?" หลินฟางเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับบนมุมปากอย่างเยືือกเย็น ขณะที่มือยังคงพลิกชิ้นหมูในกระทะให้ส่งเสียงฉ่าชวนน้ำลายสอ
"นังตัวดี! แกยังกล้าถามอีกหรือ!" แม่สามีตบโต๊ะข้างฝาเสียงดังลั่น ก้าวเท้าเข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าทอ "ชาวบ้านเขาลือกันสนิทว่าบ้านแกแอบลักลอบค้าขายของเถื่อนในตลาดมืด มีแป้งสาลีขาวและเนื้อหมูชั้นดีซ่อนอยู่เต็มไห ซ่อนอะไรไว้ เอาออกมาให้หมดนะ! ทางคอมมูนเขากำลังกวาดลักษณการทำผิดกฎหมาย แกอยากพาผัวติดคุกหรือไง!"
คำขู่กรรโชกนี้หวังจะให้หลินฟางเซียนลิ่วล้มพับลงด้วยความกลัว ทว่าหญิงสาวกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ใสกระจ่างแต่กลับทำให้ผู้สูงอายุทั้งหลายชะงักกึก
"ค้าขายของเถื่อน? โถ... แม่คะ พี่ใหญ่คะ ยุคนี้สมัยนี้ ใครจะกล้าเอาอนาคตของครอบครัวไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนั้นเล่าคะ" ฟางเซียนวางตะหลิวลง หันมารับผ้าสะอาดจากมือของโจวอี้เฉินที่ส่งให้ด้วยความใส่ใจเงียบๆ นางเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะเดินนองหน้าเข้าไปใกล้กลุ่มผู้บุกรุกทีละก้าว กลิ่นหอมของสบู่สมุนไพรจางๆ จากตัวนางโชยเข้าจมูกคนตระกูลโจว "ถ้าพวกท่านอยากตรวจค้นนัก เชิญเลยค่ะ... แต่ถ้าค้นไม่พบสิ่งที่ว่า พวกท่านจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่บุกรุกยามวิกาล และทำลายชื่อเสียงครอบครัวเราอย่างไรดีคะ?"
จ้าวซื่อชะงักไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นความมั่นอกมั่นใจของน้องสะใภ้ นางหันไปมองหน้าแม่สามีอย่างลังเล "แม่คะ... หรือว่า..."
"ไม่ต้องมาทำเป็นปากดี!" แม่สามีสะบัดหน้าพรวด เดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องเก็บเสบียงมุมมืดทันทีด้วยความดื้อรั้น นางเปิดฝาไหดินเผาทุกใบ ปลดผ้าคลุมตู้ไม้ไผ่ทุกบานออกอย่างไร้ความปรานี ทว่า... สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมีเพียงหัวไชเท้านองเกลือไม่กี่หัว แป้งข้าวโพดหยาบๆ ก้นถุง และเศษกากหมูเล็กน้อยสำหรับผัดผักเท่านั้น ไม่พบร่องรอยของแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์หรือชิ้นเนื้อแดงชิ้นโตอย่างที่ข่าวลือโคมลอยกล่าวอ้างเลยแม้แต่น้อย!
"เป็น... เป็นไปได้ยังไง! ฉันได้ยินกับหูว่าแกซื้อเนื้อมาครึ่งชั่งจากในเมือง!" จ้าวซื่อกรีดร้องเสียงหลง พยายามรื้อค้นซอกมุมอับชื้นจนฝุ่นตลบอบอวล
หลินฟางเซียนเดินตามมาพิงกรอบประตู กอดอกมองการกระทำน่าขันนั้นด้วยแววตารู้ทัน นางจงใจใช้ "มิติลับ" เก็บกวาดวัตถุดิบชั้นเลิศทั้งหมดกลับเข้าสู่ช่องว่างมิติตั้งแต่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มนี้เดินเลี้ยวมาที่แปลงนาแล้ว คนพวกนี้ไม่มีทางหาหลักฐานเอาผิดนางได้หรอก... ยกเว้นเสียแต่ว่า กลิ่นหอมของ "ตุ๋นสามชั้น" ที่ยังอวลอยู่ในอากาศจะถูกใช้เป็นพยาน
"พี่ใหญ่คะ หูเบาฟังคำนินทาชาวบ้าน แล้วยังพาพ่อแม่มาสร้างความวุ่นวายกลางดึกแบบนี้ ถ้าเพื่อนบ้านตื่นมาเห็นเข้า เขาจะนินทาว่าตระกูลโจวของเราไร้ระเบียบวินัยนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด จนแม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายและโมโห
"แก... นังสะใภ้ตัวแสบ!" แม่สามีชี้หน้าสั่นเทาด้วยความโกรธจัด เมื่อหาหลักฐานไม่พบก็พาลหาเรื่องอื่น "ต่อให้ไม่มีของเถื่อน แล้วแกเอาเงินที่ไหนซื้อน้ำมันหมูดีๆ แบบนี้มาผัดอาหารฟุ่มเฟือยฮะ! บ้านเรายากจนข้นแค้น แกแอบซ่อนเงินส่วนตัวไว้สินะ นังคนเห็นแก่ตัว!"
นี่คือจุดที่ฟางเซียนรอคอย นางหันไปสบตากับโจวอี้เฉินแวบหนึ่ง สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมก้าวออกมายืนบังหน้านางไว้ครึ่งหนึ่ง ร่างสูงสง่าในชุดทหารปลดประจำการแผ่รังสีความกดดันออกมาจนผู้เฒ่าโจวต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"เงินพวกนี้... คือเบี้ยเลี้ยงที่กองทัพส่งมาให้ผมครับ" โจวอี้เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง เย็นชาและเด็ดขาด "และถ้าแม่กับพี่ใหญ่ยังสงสัยเรื่องการใช้จ่ายในบ้านผมอีกล่ะก็ พรุ่งนี้ผมจะไปปรึกษากับหัวหน้าคอมมูนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ให้มาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของทุกบ้านในตระกูลโจวพร้อมกันเสียทีเดียวเลยดีไหมครับ ว่าใครกันแน่ที่แอบกักตุนเสบียงและฝ่าฝืนนโยบายรัฐ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องครัวก็เงียบกริบลงทันที!
ใบหน้าของนายท่านผู้เฒ่าโจวและแม่สามีซีดเผือดลงในพริบตา การถูกทางการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของทุกครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร ยุคนี้ใครมีทรัพย์สินเกินหน้าเกินตากลุ่มสหกรณ์ย่อมเป็นเป้าสายตา โจวอี้เฉินจงใจใช้ "ไม้นี้" เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
จ้าวซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรีบดึงแขนแม่สามี "แม่คะ... ดึกมากแล้ว ป่านนี้คงไม่มีอะไรจริงๆ กลับกันเถอะค่ะ ลมหนาวเริ่มแรงแล้ว"
เมื่อไร้ซึ่งข้ออ้างและหวาดกลัวอำนาจมืดของกฎระเบียบ คณะผู้บุกรุกจึงจำใจต้องทยอยเดินออกจากบ้านรองไปด้วยความคับแค้นใจและอับจนหนทาง ทิ้งให้หลินฟางเซียนยืนอมยิ้มอยู่ที่เดิม ทว่าความโล่งใจยังไม่ทันได้ทาบทับทั่วร่าง ประตูรั้วด้านหลังบ้านที่ควรจะปิดสนิท กลับมีเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
โจวอี้เฉินขมวดคิ้วแน่น มือหนาเอื้อมไปจับด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ข้างเอวทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
หลินฟางเซียนหรี่ตาลง นางเดินไปเปิดประตูแง้มดู ท่ามกลางความมืดมิด มีเงาร่างคุ้นเคยของชายแปลกหน้าคนหนึ่งยื่นกระดาษแผ่นเล็กยับยู่ยี่เข้ามาในมือของนาง พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือว่า
"ระวังตัวไว้... คนจากอำเภอเหนือรู้เรื่อง 'ยาบำรุง' ที่เธอขายในตลาดมืดแล้ว และพวกเขากำลังมาที่นี่คืนนี้!"
แล้วเงาร่างนั้นก็หายวับไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับค่ำคืนอันระทึกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 13
สร้างเกราะป้องกัน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามิติลับกับสามีขี้หึงในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!