เสียงก๊องแก๊งของทัพพีสเตนเลสที่กระทบกับขอบหม้อซุปซาวโดว์เดือดปุดๆ ในครัวปิด ไม่ได้ช่วยกลบเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคินน์เลยแม้แต่น้อย เชฟหนุ่มเจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ขยับกรอบแว่นสายตาด้วยหลังมือที่เปื้อนแป้งสาลี ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสจดจ้องร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่กำลังนั่งไขว่ห้างรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปเสียงดังรัวรากับจะระบายอารมณ์ที่โต๊ะมุมร้าน
"ถ้าคีย์บอร์ดพัง ผมจะหักเงินค่าจ้างที่คุณทำตัวเป็นภาระในเซฟเฮาส์นี้" คินน์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่ที่เดาอารมณ์ไม่ออก
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตากลมโตคู่สวยหวาดระแวงแต่ดื้อรั้นฉายแววท้าทาย เธอป้องปากหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะแลบลิ้นใส่เชฟหนุ่มปากร้ายอย่างไม่เกรงกลัว "หักเงินฉันเหรอคะ... เอ้ย... ครับ! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย คุณคินน์ ฉันกำลังแกะรอยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเงินของพวกมันนะ ไม่ใช่มานั่งเล่นเกมเศรษฐีเหมือนที่คุณยืนคนซุปอยู่ตรงนั้น"
"ข้อมูลสำคัญที่ทำให้หางเลขมันวิ่งมาถึงหน้าประตูกระจกหน้าร้านน่ะเหรอครับ?" คินน์วางทัพพีลง เดี๋ยวนั้นเขาก็ถอดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทออก เดินสาวเท้ายาวๆ มาหยุดยืนค้ำหัวโต๊ะที่เธอนั่งอยู่ กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเนยแท้ลอยกรุ่นมาแตะจมูก แต่มันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้นุ่มนวลขึ้นเลยแม้แต่น้อย "รินรดา คุณประเมินความเดรัจฉานของพวกมันต่ำเกินไป การที่คุณเจาะระบบบัญชีปลอมของพวกมันเมื่อคืน ทำให้ตอนนี้... เซฟเฮาส์ที่เราอุตส่าห์ซ่อนตัวมาสามสัปดาห์ กลายเป็นเป้าซ้อมยิงปืนไปเรียบร้อยแล้ว"
รินรดาลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลครูดไปกับพื้นปูนขัดมัน ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอขยับเข้าไปประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะชนกับแผงอกกว้างใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม "แล้วมันความผิดฉันคนเดียวหรือไงคะ... เอ้ย... ครับ! ก็ถ้าสายัณห์ไม่ส่งพิกัดปลอมมาตบตาฉันแต่แรก ฉันจะรีบเจาะข้อมูลจนพลาดทิ้งรอยไอพีให้พวกมันตามมาเจอเหรอ? คุณเอาแต่โทษฉัน ทั้งที่ฉันกำลังช่วยชีวิตคุณจากคดีฆาตกรรมบ้าๆ นั่นอยู่นะ!"
"ผมไม่ได้โทษคุณ..." คินน์ก้มหน้าลงมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนน่ากลัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของเธอแผ่วเบา น้ำเสียงที่เคยเย้าแหย่เปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย "ผมกำลังโทษตัวเอง... ที่ปล่อยให้คุณมานั่งเสี่ยงอันตรายอยู่ตรงนี้ต่างหาก"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ จังหวะการหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมที่มักจะซ่อนความห่วงใยไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งเสมอ ปากที่เคยทันคนและแข็งกระด้างกลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างทำอะไรไม่ถูก ไดอะล็อกและข้อโต้เถียงที่เตรียมไว้ในหัวมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเชฟหนุ่มเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ
"ถ้ารู้ว่ามันอันตราย... ทำไมไม่หัดฟังผมซะบ้างล่ะครับ เด็กดื้อ" คำพูดตัดพ้อเจือความเอ็นดูหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก คินน์ขยับเข้าใกล้จนแผ่นหลังของเธอบดAอัดเข้ากับชั้นวางหนังสือไม้สักทองด้านหลัง รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกกักขังไว้ในอาณาเขตของเขา ทั้งกลิ่นกายสะอาดๆ และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเชฟหนุ่มกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของนักสืบสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครพังทลายลงทีละน้อย
"ฉัน... ฉันไม่ใช่เด็ก... อื้อ..."
คำท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อคินน์ฉวยโอกาสรวบเอวบางเข้าหาตัว น้อมใบหน้าลงมาปิดริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความโหยหาที่เก็บงำมานาน สัมผัสแรกนุ่มนวลและลังเล ราวกับเขากำลังทดสอบความอดทนของตัวเอง แต่เมื่อรินรดาเผลอเผยอริมฝีปากเพื่อจะต่อว่า ความหวานล้ำก็รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ ปลายลิ้นร้อนผ่าวเกี่ยวพันตักตวงความหวานท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของคดีความ มือเล็กๆ ที่เคยทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ เคมีที่ผสมผสานระหว่างความซึนปากร้ายและความดื้อรั้นพุ่งทะยานจนอุณหภูมิในมุมลับของร้านร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะหลอมละลายไปกับสัมผัสวาบหวามนั้น เสียงบางอย่างก็ทำลายความเงียบขึ้นอย่างเฉียบพลัน
*เพล้ง!*
เสียงกระจกหน้าร้านกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ตามด้วยเสียงโลหะหนักหน่วงกระทบพื้น และเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ที่กรูเข้ามาเหยียบย่ำเศษแก้ว พร้อมกับเสียงตะโกนภาษาต่างชาติที่ดังลั่นเข้ามาถึงโซนครัว
คินน์ผละออกจากริมฝีปากบางอย่างไม่เต็มใจนัก แววตาคลั่งรักเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวนักล่า เขาคว้าข้อมือเล็กของรินรดาไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปหยิบคัตเตอร์ด้ามเหล็กยาวสำหรับแล่เนื้อที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาซ่อนไว้ข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว
"อยู่ในครัว... ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดใบหูของเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูทางเข้ามืดสนิท
รินรดาหน้าซีดเผือด ความตระหนกเข้ามาแทนที่ความวาบหวามเมื่อครู่ เมื่อเธอก้มลงมองหน้าจอแล็ปท็อปที่ยังเปิดค้างไว้ และพบว่าเส้นทางไอพีที่เธอเจาะเข้าไปเมื่อคืน ไม่ได้ถูกตามรอยธรรมดา... แต่มันคือ "กับดัก" ที่พวกมันจงใจล่อให้พวกเขาตายใจ
ก่อนที่คินน์จะทันได้ดึงรินรดาเข้าไปหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์เหล็กสแตนเลส แสงไฟฉายแรงสูงสว่างจ้าก็สาดส่องทะลุกระจกเข้ามาในครัว พร้อมกับเงาร่างมหึมาของชายฉกรรจ์ในชุดดำสามคนก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความระทึกขวัญนี้ไปด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 11
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!