เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 12

ทางเลือกที่บีบคั้น

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากการขยับลำกล้องปืนเก็บเสียงดังชัดเจนในความเงียบงัดของห้องครัวยามวิกาล กลิ่นหอมจาง ๆ ของทรัฟเฟิลและเนยสดที่เคยลอยอบอวลเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายคาวคละคลุ้งของอันตรายและความตายที่คืบคลานเข้ามาประชิด แสงไฟฉายแรงสูงกวาดผ่านตู้เก็บอุปกรณ์สแตนเลส สาดประกายวับวาวบาดตา รินรดาไม่รอให้สมองสั่งการซ้ำสอง มือเรียวคว้าจับด้ามมีดเชฟด้ามถนัดมือที่วางอยู่ใกล้ที่สุดโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความเร็วและทิศทางของแสงไฟบอกให้รู้ว่าพวกมันมีกันสามคน และการเข้ามาแบบไม่เคาะประตูเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ลูกค้ากระหายดึกอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่เธอจะก้าวสวนออกไปเผชิญหน้าตามสัญชาตญาณนักสืบที่ติดตัวมา แรงกระชากอย่างแรงจากด้านหลังก็ดึงรั้งเอวบางไว้ ร่างสูงใหญ่ของคินน์พุ่งเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมปิดปากเธอสนิทพร้อมกับดันร่างทั้งร่างให้แนบชิดติดกับผนังห้องครัวด้านในสุดโดยมีเคาน์เตอร์บาร์บังสายตา "เงียบ" เสียงกระซิบต่ำทุบลงข้างหูของคินน์หนักแน่นและจริงจังจนไม่มีช่องให้เถียง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงท่ามกลางสถานการณ์ที่ระทึกจนหัวใจแทบกระเด็นออกมานอกอก รินรดาขมวดคิ้วยุ่ง ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจ เธอสะบัดหน้าหลุดจากการกุมมือพลางใช้ศอกกระแทกเข้าที่ชายโครงของคนตัวโตเบา ๆ เป็นเชิงต่อรอง แม้สถานการณ์จะคับขันแค่ไหน เธอก็ไม่เคยมีนิสัยยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว "ปล่อยนะ" เธอขยับปากพูดไร้เสียงใส่หน้าเขา ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณบ้าหรือไง จะให้ฉันยืนหลบอยู่หลังคุณเป็นเด็กอมมือรึไง ฉันมีปืน... เอ้ย มีมีดนะ" คินน์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มที่ปกติมักจะสงบนิ่งและหยิ่งทะนง บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด—ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพราะผู้หญิงดื้อรั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างหาก "อย่าดื้อรินรดา" คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนายังคงโอบกระชับเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปในอากาศ "พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา และเป้าหมายของมันคือคนในห้องนี้... ซึ่งหมายถึงคุณด้วย" "แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวพวกมันรึไง" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้กัน เธอมองผ่านไหล่กว้างของคินน์ออกไปเห็นเงาดำทมิฬเคลื่อนไหวอยู่หลังกระจกฝ้า เงาร่างนั้นหยุดยืนนิ่งตรงหน้าประตูครัวพอดี ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็นส่ำ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเครื่องเทศจาง ๆ ของคินน์ตีวนอยู่ในโสตประสาท ทำให้รินรดาเผลอชะงักไปชั่ววินาที เคมีที่คุ้นเคยและน่าหงุดหงิดนี้มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาเข้าใกล้กันเกินความจำเป็น เปรี้ยง! เสียงกระจกบานหน้าต่างแตกกระจายละเอียด เศษแก้วร่วงกราวลงมากองกับพื้นพร้อมกับเงาร่างแรกที่พุ่งทะลุกระโดดเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ระวัง!" คินน์ไม่รอช้า เขาใช้มือข้างหนึ่งเหวี่ยงกระทะเหล็กหล่อหนาหนักที่วางอยู่บนเตาซัดเข้าใส่ร่างของคนร้ายที่เพิ่งก้าวเข้ามาเต็มแรง แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้ชายชุดดำคนนั้นเซถอยหลังชนชั้นวางวัตถุดิบจนล้มระเนระนาด เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว "คุณคินน์!" รินรดาอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายบุ่มบ่ามออกไปเสี่ยงอันตราย แต่ร่างกายกลับขยับเร็วกว่าความคิด เท้าเรียวก้าวออกมาจากที่กำบัง พุ่งเข้าประชิดชายชุดดำคนที่สองที่กำลังชักปืนเล็งมาทางคินน์ เธอใช้สันมือฟาดเข้าที่ข้อมือของมันอย่างแม่นยำจนกระบอกปืนหลุดร่วงกระเด็นไปไกล ชายชุดดำหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาดุดัน มันง้างหมัดหมายจะชกเข้าที่ใบหน้าหวานเพื่อเป็นการสั่งสอน แต่รินรดากลับย่อตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ลูกเตะตัดขาจนร่างมหึมาล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า "มือสมัครเล่นเหรอเนี่ย นึกว่าจะแน่" รินรดาพ่นลมหายใจออกจมูกอย่างดูแคลน พร้อมกับก้มลงหยิบปืนที่หล่นอยู่ขึ้นมาถือไว้มั่น ความมั่นใจฉายชัดบนใบหน้าเฉี่ยวคม ทว่า ความตึงเครียดไม่ได้ลดน้อยลงเลย เมื่อชายชุดดำคนที่สาม—คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าทีม—เดินก้าวพ้นกลุ่มควันและเศษแก้วเข้ามาอย่างใจเย็น ปืนในมือของมันเล็งตรงมาที่ศีรษะของรินรดาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "วางอาวุธซะ มิฉะนั้นผู้หญิงคนนี้สมองกระจายแน่" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา รินรดาชะงัก นิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกแข็งค้าง เธอกวาดสายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ระยะห่างเพียงแค่สามเมตร ต่อให้เธอเร็แค่ไหนก็ไม่มีทางยิงเร็วกว่ากระสุนที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนของมันแน่ คินน์ที่เพิ่งจัดการคนแรกเสร็จหันขวับมามอง ภาพรินรดาตกเป็นตัวประกันทำให้เลือดในกายของเชฟหนุ่มเดือดพล่าน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งทะยานขึ้นเหนือเหตุผลทุกประการ "อย่าทำอะไรเธอ ต้องการอะไรก็เอาไปสิ เงิน ทอง หรือข้อมูลที่คุณตามหา อยู่ที่ผมทั้งหมด!" คินน์ก้าวเข้ามาขวางหน้าตรฐานรินรดาไว้ทันที แม้ว่าปากกระบอกปืนจะจ่อตรงมาที่พวกเขาpowered by ความตายก็ตาม "คุณคินน์! ถอยไปนะ ฉันจัดการเองได้!" รินรดาแหวใส่ด้วยความหงุดหงิด เธอไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเป็นฮีโร่ปกป้อง โดยเฉพาะผู้ชายปากร้ายคนนี้ "หุบปากน่ารินรดา ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอวดเก่ง" คินน์หันมาตวาดกลับเสียงเข้ม แววตาที่มองเธอมันฟ้องชัดเจนว่าเขายอมแลกทุกอย่างได้แม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้เธอปลอดภัย เคมีระหว่างความซึนและความดื้อรั้นพุ่งชนกันเปรี๊ยะปร้างท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ชายหัวหน้าแก๊งหัวedในลำคออย่างเย้ยหยัน "รักกันจริงนะ... น่าซาบซึ้งใจชะมัด แต่ น่าเสียดาย ที่นายไม่มีโอกาสได้รักกันต่อหรอก" นิ้วของมันเริ่มออกแรงกดไกปืน รินรดากลั้นหายใจ สมองประมวลผลด้วยความเร็วแสงเพื่อหาทางรอด แต่ในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือนนั้นเอง แกร็ก! เสียงกริบของโลหะอีกชิ้นดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มคนร้าย พร้อมกับเสียงก้องกังวานของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้ "ถ้าพวกแกขยับอีกนิดเดียว หัวสมองของพวกแกได้กระจายเกลื่อนพื้นก่อนที่เหนี่ยวไกแน่" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นจากความมืดตรงประตูทางออกหลังร้าน รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนถือปืนเล็งตรงมาที่หัวหน้าคนร้ายอย่างไร้ความปรานี และที่สำคัญกว่านั้น... ใบหน้าครึ่งหนึ่งที่สะท้อนกับแสงไฟคือคนสนิทของศัตรูตัวฉกาจที่เธอตามล่ามาตลอดสัปดาห์! คินน์หรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ บรรยากาศในห้องครัวเดือดพล่านขึ้นไปอีกขั้นเมื่อปมปริศนาไม่ได้มีแค่นี้ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ทางเลือกที่บีบคั้นตรงหน้าไม่ได้มีแค่รอดหรือตายอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกำลังจะรู้ความจริงบางอย่างที่อาจเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความเดือดระอุในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%