กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ในเซฟเฮาส์ยามวิกาล ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดภายในห้องครัวลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาโลหะในมือของรินรดาเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้สัก เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความแคลงใจและความตื่นเต้น
ทางเลือกที่ถูกบีบคั้นจากตอนที่แล้วยังคงติดอยู่ในห้วงความคิด... ความจริงเบื้องหลังคดีนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายเท่า
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วนะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชั้นชิด เชฟหนุ่มมือฉมังไม่ได้ถือแก้วกาแฟอย่างที่เคยทำ แต่ในมือของเขากลับถือแฟ้มเอกสารลับที่เพิ่งถูกค้นพบจากชั้นใต้ดิน แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาฉายแววคุกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด
รินรดาชะงักไปนิด ก่อนจะเสมองทางอื่นแล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยความถือดีตามนิสัย
"ถ้าฉันไม่เล่น แล้วใครจะยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงขุดคุ้ยเรื่องสกปรกพวกนี้ล่ะคะ... อ้อ หรือว่าเชฟคินน์กลัวว่าความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มพรีเมียม จะถูกเปิดเผยออกมากันแน่" เธอยอกย้อนกลับไปด้วยน้ำเสียงยียวน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการได้เห็นผู้ชายที่มักจะควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่าง เริ่มแสดงอาการหัวเสียเล็กๆ ออกมา มันทำให้เธอรู้สึกสนุกจนห้ามรอยยิ้มมุมปากไม่ได้
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างเพชรฆาตสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งในอก เขาอยากจะเอ็ดเธอยกใหญ่ให้หลาบจำกับความดื้อรั้น แต่ลึกๆ แล้ว หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามทุกครั้งที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน" คินน์ก้าวเข้ามาอีกก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัวโดยปริยาย พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็นเมื่อแขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกักตัวเธอไว้ตรงกลาง "รู้ตัวบ้างไหมว่าความอยากรู้อยากเห็นของคุณ มันกำลังทำให้คนอื่น... โดยเฉพาะผม แทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว"
ประโยคหลังเขาไม่ได้พูดเสียงดัง แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน รินรดาชะงักกкаร หูของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นมองจ้องริมฝีปากเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ทำให้อุณหภูมิในห้องดูจะสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
"วะ... ว่าไงนะฃคะ ใครคลั่งอะไรกัน อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้" รินรดาพยายามดึงเสียงให้แข็งและมั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจของเขายิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิง "แล้วก็เลิกทำตัวสนิทสนมกับไอ้สารวัตรธนาคนนั้นสักที... มันน่ารำคาญ"
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งด้วยความประหลาดใจและขบขัน "นี่คุณ... กำลังหึงฉันอยู่หรือไงคะ เชฟคินน์?"
คำถามตรงไปตรงมานั้นทำให้คินน์ชะงักไปชั่ววินาที แต่แทนที่จะปฏิเสธตามฟอร์มของคนปากแข็ง เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
"ใช่... ผมหึง และผมเกลียดเวลาที่มีไอ้หน้าไหนมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้น จำใส่ใจไว้ซะด้วย"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอารินรดาใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ ความซึนเดระที่มักจะมีกำแพงหนาเตอะของเชฟหนุ่มพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงความจริงใจที่รุนแรงและร้อนแรงเสียจนเธอตั้งรับแทบไม่ทัน
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังเคลิบเคลิ้มและขยับเข้าใกล้กันเรื่อยๆ จนแทบไม่มีช่องว่าง ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำลายห้วงเวลาอันหวานอมเปรี้ยวลงในทันที ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ รินรดาจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ขณะที่คินน์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
เชฟหนุ่มหันไปมองหน้าประตูด้วยแววตาถมึงทึง ก่อนจะเดินไปกระชากเปิดออกด้วยความเร็วสูง ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาและรินรดาต้องสะดุดกึก
บุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และเอกสารลับชุดสุดท้ายที่หายไปในมือ...
"สวัสดีครับเชฟคินน์... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ?"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 13
รุกหนักจัดเต็ม
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!