เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 14

ปฏิบัติการตื้อ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงคมกริบของใบมีดเชฟสเตนเลสกระทบลงบนเขียงไม้มะค่าเป็นจังหวะจะโคน สม่ำเสมอราวกับตั้งเวลาไว้ คินน์ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่งของเซฟเฮาส์ เสื้อเชิร์ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามแรงขยับ สันจมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง บ่งบอกถึงสมาธิขั้นสุดในการแล่เนื้อปลาซลมอนให้ได้ความหนาเท่ากันเป๊ะทุกชิ้น แต่ความสงบอันศักดิ์สิทธิ์ในอาณาจักรครัวของเชฟหนุ่มมือรางวัลระดับมิชลินกำลังจะถูกทำลายลงในอีกสาม... สอง... หนึ่ง... "เชฟคะ ถ้าฉันแล่ปลาออกมาแล้วหน้าตาเหมือนเหยื่ออุบัติเหตุแบบนี้... คุณจะไล่ฉันออกจากครัว หรือจะไล่ฉันออกจากบ้านดีล่ะคะ?" น้ำเสียงใสแจ๋วเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือหัว คินน์ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร รินรดายืนพิงสะโพกกับขอบเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้าม มือเรียวถือมีดเล่มเล็กที่เพิ่งหยิบมาจากที่คว่ำจาน แกว่งไปมาอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อคมมีด บนเขียงตรงหน้าเธอมียอนปลาชิ้นหนาเตอะที่ถูกแล่ออกมาอย่างไร้ทิศทาง รูปร่างหน้าตามันเละเทะจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นปลาแซลมอนหรือเศษซากอารยธรรมโบราณ คินน์หยุดมือที่กำลังจัดเรียงเนื้อปลา ถอนหายใจยาวเหยียดผ่านจมูก ดวงตาคมกริบสีนิลตวัดขึ้นมองหญิงสาวที่ส่งยิ้มพริမ်းมาให้ ชนิดที่ถ้ามองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าตั้งใจกวนประสาทเขาโดยเฉพาะ "ถ้าคุณยังไม่อยากนิ้วกุดแล้วต้องมานั่งร้องไห้งอแงให้ผมทำแผลให้ กรุณาวางมีดแล้วถอยห่างจากเขียงผมไปสามเมตรครับ คุณรินรดา" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความถือดีตามแบบฉบับเชฟผู้รักความสมบูรณ์แบบเป็นชีวิตจิตใจ "โถ่ เชฟคะ คนเรามันต้องมีก้าวแรกเสมอสิคะ ฝีมือระดับฉันเนี่ย... อีกสักสามชาติอาจจะแล่ได้เท่าเศษขี้เล็บของคุณก็ได้" รินรดาหัวคิกคักอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอขยับตัวเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์อีกนิด จงใจโน้มตัวลงต่ำเพื่อให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ "ว่าแต่... หน้าบึ้งๆ แบบนี้ โกรธหรือว่าเขินฉันกันแน่คะเนี่ย หน้าแดงเชียว" คินน์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของเธอเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่เธอนิยมใช้ มันช่างตัดกับบุคลิกห้าวหาญและฝีปากกล้าของเธอเสียจริง รินรดาลอยหน้าลอยตาจ้องตอบเขาโดยไม่หลบสายตา แววตาระยิบระยับนั้นซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม เธอรู้ว่าเขามีจุดอ่อนตรงไหน และเธอกำลังสนุกกับการจี้จุดนั้นให้เขาหลุดมาดนิ่ง "ผมไม่ได้หน้าแดงเพราะเขินคุณครับ... ผมหายใจไม่ออกเพราะรำคาญกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของคุณต่างหาก" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ดันทรยศกระตุกแรงขึ้นมาดื้อๆ "อุ๊ย ปากแข็งจังเลยนะคะเชฟ น้ำหอมขวดนี้ราคาครึ่งแสนนะคะคุณชาย บอกว่าฉุนนี่หยามรสนิยมฉันมากนะ" รินรดาเบะปากทำท่าทางแง่องอนอย่างน่ารัก แต่ดวงตากลับพราวระยับ เธอแกล้งยื่นมือไปหยิบมะเขือเทศเชอร์รี่ลูกหนึ่งจากชามเตรียมวัตถุดิบของเขาขึ้นมาโยนเล่น "พูดจาใจร้ายแบบนี้ ระวังนะ... วันหนึ่งถ้าฉันเบื่อแล้วหนีหายไปจริงๆ คุณจะมานั่งน้ำตาตกใน ไม่ยอมกินข้าวข้าวนะบอกให้" "เชิญครับ" คินน์วางมีดลงบนเขียงเสียงดัง *ปัง!* จนรินรดาสสะดุ้งโหยง เขาก้าวขายาวๆ อ้อมเคาน์เตอร์ออกมาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้เก็บของด้านหลังอย่างจัง รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อถูกร่างสูงใหญ่กักตัวไว้ในวงแขน ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบตอนนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ "ถ้าคุณคิดจะหนี... ผมนี่แหละครับที่จะเป็นคนล่าคุณกลับมาขังไว้ในเซฟเฮาส์นี่ด้วยกุญแจมือ... ไม่ใช่เพราะพิศวาสอะไรหรอกนะ แต่เพราะรำคาญขี้หน้า ขี้เกียจหาคนกวนประสาทมาคอยเดินตามตื๊อต่างหาก" คำพูดสวนทางกับสายตาคลั่งรักที่ฉายชัดอยู่ในความมืดมิดของนัยน์ตาคู่นั้น ทำให้รินรดาถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยประมวลผลคำตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่า หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" รินรดาเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาเร่าร้อนที่แผดเผา เธอนึกอยากจะตบปากตัวเองที่ดันหาเรื่องใส่ตัวจนมุมแบบนี้ คินน์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันทั้งร้ายกาจและทรงเสน่ห์จนผู้หญิงร้อยเล่ห์อย่างเธอต้องยอมจำนน นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลอ่อนโยนราวกับขัดแย้งกับคำพูดก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง "จำไว้ครับ... อย่ามาเล่นเกมที่คุณไม่มีวันชนะ" บรรยากาศในห้องครัวเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองเพลของคนทั้งคู่ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง กำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยคเพื่อกู้ฟอร์ม *กริ๊งงงงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระทึกอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันอกเขาออกแล้วหายใจเข้าลึกๆ ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังสนั่นตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา "รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอหลบอยู่ข้างในกับมัน!" ดวงตาของคินน์หรี่แคบลงทันทีเมื่อกวาดตามองไปยังใบหน้าซีดเผือดที่ไร้สีเลือดของหญิงสาวในอ้อมแขน ก่อนที่ความจริงอันหนักอึ้งจะพุ่งชนประสาทสัมผัส... ปัญหาใหญ่ตามมาถึงหน้าบ้านแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%