เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 15

รสชาติแห่งความใกล้ชิด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังจับมีดผิดองศาแบบนั้น มื้อเย็นนี้เราคงได้กินเนื้อนิ้วตัวเองแทนเนื้อวัวเกรดเอแน่นอนครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาอย่างจงใจดังขึ้นชิดริมใบหู จนลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นหอมสะอาดของมิ้นท์และเครื่องเทศจางๆ ลอยกระทบผิวแก้ม ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึกทันที ไม่ใช่เพราะคำพูดปากคอเราะร้ายนั่น แต่เป็นเพราะแผ่นหลังของเธอกำลังแนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างของเชฟหนุ่มมือหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เซฟเฮาส์ลับหลังนี้ในยามปกติควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่นับตั้งแต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาถึงหน้าบ้านเมื่อครู่จนทำให้หญิงสาวเกือบทรุดคาอ้อมแขนของเขา บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่หนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มีดตัดแบ่งได้ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตที่ถือวิสาสะซ้อนตัวอยู่ด้านหลัง มือหนาของเขาข้างหนึ่งเอื้อมมาทาบทับอยู่บนหลังมือเรียวที่กำลังกำด้ามมีดเชฟสเตนเลสสตีลเล่มคม ส่วนอีกข้าง... กำลังกักตัวเธอไว้กับเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนโดยสมบูรณ์ "ฉันจับมีดมาทั้งชีวิต ไม่เคยพลาดหรอกค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดเสียงห้วนใส่ด้วยความหงุดหงิดที่เกือบหลุดโป๊ะ คำสรรพนามเปลี่ยนกะทันหันเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังอยู่ในสถานะผู้ช่วยจำเป็นภายใต้ชายคาของเขา คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผ่นหลังของเธอจนรินรด้ารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามปลายประสาท "มั่นใจเกินไปคือความประมาท คุณรินรดา... มองที่ปลายนิ้วผมสครับ ไม่ใช่มองค้อนผม" ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาชิดอีกเพียงนิด น้ำหนักตัวของเขาถูกถ่ายเทมาด้านหลังอย่างพอเหมาะ มือใหญ่ที่กุมทับมือเธอออกแรงกดลงเบาๆ เพื่อปรับองศาของข้อมือให้ถูกต้อง ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้—กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ผสมกับความร้อนผ่าวจากการทำงานหน้าเตา—แทบจะหลอมละลายสติสัมปชัญญะของนักสืบสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครให้หลุดลอย "ปล่อยมือได้แล้วมั้งคะ... เอ๊ย! ฉันหมายถึง ปล่อยได้แล้ว คินน์" รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่หัวใจในอกเต้นรัวรากับกลองเพล "ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้น" "ถ้าไม่จับมือไว้ คุณคงเผลอทำเนื้อเทนเดอร์ลอยด์ราคาแพงกลายเป็นหมูสับไปแล้ว" คินน์ตอบหน้าตาย น้ำเสียงราบเรียบแต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน ขณะเดียวกัน สายตาคมกริบก็กวาดมองใบหน้าที่ยังคงหลงเหลือความซีดเซียวจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ แม้ปากจะบอกว่าเก่ง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากหม้อซุปบนเตาและเสียงหัวใจที่เต้นรำกันอย่างอลหม่าน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังเผชิญหน้ากับคดีที่อันตรายที่สุดในชีวิต แต่วินาทีนี้ อันตรายจากศัตรูภายนอกกลับเทียบไม่ได้เลยกับความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจของเชฟหนุ่มคนนี้ "เรื่องเมื่อกี้..." จู่ๆ คินน์ก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทีละน้อย แม้ท่าทางจะยังคงซ้อนหลังเธออยู่ก็ตาม "คนที่ตามมาถึงหน้าบ้าน... คุณแน่ใจนะว่าสลัดหลุดแล้วจริงๆ" รินรดาชะงัก รอยยิ้มเยาะที่มักจะประดับอยู่บนเรียวปากสวยหายวับไปทันที ดวงตาคู่คมฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเงาดำที่คืบคลานเข้ามาใกล้ตัวทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ "ฉันระวังตัวดีที่สุดแล้ว... แต่พวกมันเร็วกว่าที่คิด" รินรดาตอบเสียงเบาลง ความมั่นใจทระงนทระนายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกังวลลึกๆ "ที่นี่... ปลอดภัยจริงๆ ใช่ไหมคินน์?" คำถามนั้นไม่ใช่คำถามของนักสืบผู้เก่งกาจ แต่เป็นคำถามของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเหนื่อยล้าและต้องการที่พึ่งพิง คินน์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีปากคอเราะร้ายมาตลอดไหววับขึ้นในแววตา ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะขยับมือที่กุมมือเธออยู่ให้หั่นเนื้อชิ้นนั้นลงบนเขียงด้วยจังหวะที่มั่นคงและนุ่มนวล "ตราบใดที่คุณยังอยู่ในครัวของผม และยังเชื่อฟังคำสั่งผม..." คินน์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นหนักแน่นและทรงพลังจนน่าประหลาด "ต่อให้เป็นกองทัพ ก็ไม่มีทางแตะต้องตัวคุณได้หรอกครับ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาผ่านเงาสะท้อนของตู้กระจกตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับคำพูดที่เปรียบเสมือนคำประกาศิตนั้น ความซึนเดย์ปากร้ายหายวับไปกับตา เหลือเพียงความปกป้องคุ้มครองที่จริงจังจนน่าใจหาย ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่เจือความหวานล้ำจนเกือบจะเกินเลย สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่ทาบทับลงบนม่านบังตาโปร่งแสงบริเวณหน้าต่างห้องครัว เงียบ... ไร้เสียง แต่รวดเร็วจนน่ากลัว ดวงตาของคินน์ประกายความวาวโรจน์ขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่เตรียมตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปคว้าด้ามมีดทำครัวสเตนเลสเล่มเดิมไว้มั่น ขณะที่มืออีกข้างดันตัวรินรดาให้ไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นอกของเขาโดยอัตโนมัติ "ยืนนิ่งๆ ไว้..." เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันของคินน์เย็นเยียบจนน่าขนลุก ก่อนที่เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังจะแตกละเอียดพร้อมกับการพุ่งเข้ามาของเงาสปริ้นเตอร์ปริศนาในความมืด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%