"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่แท้จริงครับคุณเชฟ... และคุณนักสืบ"
เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยทักทายท่ามกลางความตกตะลึง กลิ่นอายความอันตรายลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศในห้องครัวปิดตายแห่งนั้น แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟวินเทจสาดส่องลงบนร่างของชายแปลกหน้าที่ยืนขวางทางออก รินรดาขยับตัวตามสัญชาตญาณ มือเรียวเอื้อมแตะด้ามปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้แจ็กเก็ตอย่างรวดเร็ว ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้เกี่ยวไก คินน์กลับก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ครึ่งก้าว แผ่นหลังกว้างบังร่างของเธอจากสายตาของบุคคลปริศนาได้อย่างมิดชิด
"ถอยไปยัยตัวแสบ ถ้าไม่อยากเป็นภาระให้ฉันต้องเก็บกวาดศพเธอเพิ่มอีกคน" คินน์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูของหญิงสาว กลิ่นอายความเป็นระเบียบและกลิ่นสะอาดของมิ้นท์ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความเครียดทำให้รินรดาเผลอชะงักไปชั่วขณะ
"ใครเป็นภาระของคุณไม่ทราบคุณเชฟ ฉันมีมือมีปืนนะ!" รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศ เธอเบี่ยงตัวออกด้านข้างเพื่อเตรียมเผชิญหน้า แต่คินน์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะส่งสัญญาณเตือนว่า *อย่าหาญกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม* ในสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้
ชายปริศนาหัวเราะในลำคอเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียด เขายกมือขึ้นระดับอก เผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ไม่ต้องรีცาร้อนตัวขนาดนั้นครับคุณนักสืบ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตพวกคุณ... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้"
รินรดาหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สมองของนักสืบอิสระทำงานด้วยความเร็วสูง รอยสักรูปปลาคาร์ฟที่โผล่พ้นปลายแขนเสื้อของอีกฝ่าย บัตรพนักงานระดับบริหารของโรงแรมหรูที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อ และร่องรอยคราบไวน์ราคาแพงบนรองเท้าหนังราคาแพง ทุกอย่างบอกตัวตนของคนตรงหน้าได้ดีกว่าคำพูด
"คุณคือคนที่ส่งจดหมายเตือนนั่น... คนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของเชฟมาร์ค" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบราวกับจะทะลุร่างอีกฝ่ายให้พรุน
"ฉลาดสมคำร่ำลือครับ..." ชายคนนั้นโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างเสแสร้ง "แต่ความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละที่จะฆ่าแมว... หรือในกรณีนี้ อาจจะฆ่านักสืบหัวรั้นสักคน"
สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงของคินน์ก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ รวดเร็วเสียจนรินรดาแทบมองตามไม่ทัน หมัดหนักๆ ของเชฟหนุ่มซัดเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายเต็มแรงจนเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นห้องครัว ชายปริศนาเซถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์สแตนเลสจนข้าวของกระจัดกระจาย ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะตกใจ แถมยังหัวเราะร่าออกมาด้วยซ้ำ เลือดสีสดซึมที่มุมปาก
"มือหนักใช้ได้นี่ครับ สมกับที่เป็นอดีต... เอ๊ะ หรือควรเรียกว่าเชฟผู้รักความสงบดีล่ะ?" ชายคนนั้นใช้ปลายนิ้วปาดเลือดที่มุมปากออก ชำเลืองมองคินน์ด้วยสายตาพินิจพิจารณา
คินน์ยืนค้ำหัวอีกฝ่ายด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาคมกราบกรานไปด้วยความเย็นชาที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้าไม่อยากให้ฉันหั่นแกเป็นชิ้นๆ แล้วโยนลงเตาอบ คายความลับทั้งหมดออกมาซะ ว่าแกต้องการอะไรจากเซฟเฮาส์หลังนี้"
รินรดาที่เดินตามมาสมทบรีบก้าวเข้ามาขนาบข้าง แม้จะตกใจกับความรุนแรงที่คินน์แสดงออกมาเมื่อครู่ แต่เธอก็รวบรวมสติแล้วใช้ด้ามปืนเคาะเบาๆ ที่โต๊ะเหล็กเพื่อเรียกสมาธิ "เลือกเอาค่ะว่าจะคุยกันดีๆ แบบมีพยาน หรือจะคุยกันแบบที่ฉันกับคุณเชฟถนัด... รับรองว่าคุณจะไม่ชอบวิธีหลังแน่นอน"
ชายปริศนากวาดตามองคนทั้งสองสลับกันไปมา รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงแววตากรุ้มกริ่มที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม "ใจร้อนกันจริงๆ... เอาล่ะ ในเมื่อผมไม่มีทางเลือก ผมจะบอกเบาะแสชิ้นสำคัญให้พวกคุณก็ได้... แต่มีข้อแม้"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง" คินน์กดเสียงต่ำ สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกน
"มีสิทธิ์สครับ... เพราะถ้าไม่มีผม พวกคุณไม่มีทางหาเจอหรอกว่า *ใคร* คือหนอนกระดอนที่ขายข้อมูลโรงแรมให้ศัตรู" ชายคนนั้นยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ยับยู่ยี่ให้รินรดา "นี่คือพิกัดของห้องนิรภัยลับใต้ดิน เบอร์ห้องพักที่ถูกลบออกจากระบบ... ไปดูเอาเองเถอะครับ แล้วพวกคุณจะรู้ว่าความจริงมันน่ารังเกียจกว่าที่คิด"
รินรดาคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขชุดหนึ่ง ทว่าพ เงยหน้าขึ้นมาอีกที ชายปริศนาก็หายตัวไปจากห้องครัวอย่างไร้ร่องรอย ราวกับภูตผี เหลือเพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ
"หนีไวชะมัด" รินรดาสบถเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าพระเอกหนุ่มที่ยืนนิ่งเงียบ "คุณคิดว่าเขาเชื่อถือได้แค่ไหน?"
คินน์ไม่ตอบทันที เขาก้มลงเก็บมีดทำครัวสแตนเลสที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดอย่างใจเย็น ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วห้องครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นที่ยังคงส่งเสียงฮัมเบาๆ
"ไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด" คินน์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความครุ่นคิด "แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง"
"โอ้โห นึกว่าคุณจะสั่งห้ามฉันซะอีก" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาทอประกายความท้าทาย "นึกว่าจะไล่ให้ฉันกลับบ้านแล้วเก็บตัวเงียบคนเดียวซะอีกนะคุณเชฟ"
คินน์หันขวับมามองหญิงสาว ดวงตาคมกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความหงุดหงิดระคนเอ็นดู "ถ้าฉันปล่อยให้เธอกลับไปคนเดียว ยัยตัวแสบอย่างเธอคงไปหาเรื่องตายก่อนจะถึงปากซอยแน่นอน... ฉันไม่อยากเสียเวลามาเก็บกวาดศพนักสืบแถวนี้หรอกนะ มันรก"
"ปากร้ายชะมัด..." รินรดาบ่นพึมพำ แต่กลับซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ เราจะไปดูห้องนิรภัยนั่นด้วยกัน... ในฐานะพาร์ทเนอร์ชั่วคราวก็แล้วกันนะ"
คินน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของคนตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาขยับเข้ามาใกล้รินรดาอีกนิด กลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวเขาปะปนกับความจริงจังทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ตามใจเธอ... แต่จำไว้ ถ้ามีอันตราย ฉันสั่งให้ถอย ต้องถอย ห้ามรั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างที่ลดลงทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามจนน่ากลัว ปากเก่งๆ ที่เคยมีเริ่มอ้าพะงาบราวกับหาคำพูดมาเถียงไม่ทัน
"อะ... ไรเล่า ใกล้เกินไปแล้วนะคุณเชฟ" รินรดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นว่าคนปากเก่งไปไม่เป็น เขาจงใจโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเล็ดลอดผ่านไรฟัน "กลัวเหรอยัยนักสืบ... เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งอยู่เลยนี่นา"
"ใครกลัวกัน!" รินรดาหันขวับกลับมาหมายจะเถียงให้คอเป็นเอ็น ทว่าจังหวะนั้นเอง คินน์กลับไม่ได้ถอยออกไปอย่างที่ควรจะเป็น ใบหน้าคมคายหยุดชะงักห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจนจนหัวใจแทบหยุดเต้น
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เสียงรอบข้างเลือนหายไป เหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ และสัมผัสไอร้อนจากร่างกายของกันและกัน รินรดาอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดจิกกัดที่เตรียมไว้กระเด็นหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
ทว่า... ก่อนที่เคมีระหว่างทั้งสองคนจะระเบิดออกมาเป็นจังหวะฟินจิกหมอนมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงพังประตูห้องครัวที่ดังสนั่นหวั่นไหว!
ปัง!
"ตำรวจตรวจค้น! ทุกคนยกมือขึ้น ห้ามขยับ!"
เสียงตะโกนก้องกังวานพร้อมกับลำแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาในความมืด รินรดากับคินน์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ หญิงสาวหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้า ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของนายตำรวจยศใหญ่ที่ก้าวเข้ามานำทีม
นั่นมัน... สารวัตรภาคิน พี่ชายแท้ๆ ของคินน์เอง! และที่แย่ไปกว่านั้น ในมือของสารวัตรหนุ่มมีหมายจับคดีฆาตกรรมที่ออกนามของ "คินน์" ชัดเจนแจ่มแจ้ง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมไปกับเรานะครับ เมทริกซ์ซีโร่
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 6
คดีแรกที่ร่วมมือ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!