แผ่นกระดาษในมือของรินรดาเบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนัก แต่ตัวอักษรหมึกดำบนนั้นกลับหนักอึ้งเสียจนปลายนิ้วของเธอสั่นเทา ตราประทับราชการและลายเซ็นต์มุมขวาล่างของเอกสารแผ่นนั้นไม่ใช่ของคนอื่นไกล มันคือลายมือหวัดๆ ที่เธอคุ้นตาจากการร่วมงานสืบสวนมาหลายคดี
สารวัตรภาคิน... สารวัตรหนุ่มอนาคตไกล พี่ชายแท้ๆ ของเชฟหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้ และคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสามปีก่อนที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่ โดยมีชื่อของ "คินน์" เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ
"คุณจะยืนถือมันเป็นอนุสาวรีย์อีกนานไหมครับ หรือจะคืนให้เจ้าของเขาเสียที"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่ดังขึ้นเหนือศีรษะทำเอารินรดาต้องสะดุ้งสุดตัว เธอรีบซ่อนกระดาษแผ่นนั้นไว้ข้างหลังทันที หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง คินน์ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว แสงไฟสีส้มสลัวจากเคาน์เตอร์ด้านหลังขับให้กรอบหน้าคมคายนั้นดูเคร่งขรึมและอันตรายเป็นทวีคูณ ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหงุดหงิดอย่างเคย หากแต่มีความว่างเปล่า เย็นเยียบ และซ่อนความหวาดระแวงบางอย่างไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งสงบ
"คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่ คินน์" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าว ทว่าดวงตากลับจับจ้องทุกรายละเอียดบนใบหน้าของเขา "หมายจับนี่... พี่ชายแท้ๆ ของคุณเป็นคนเซ็นเองกับมือด้วยซ้ำ ทำไมล่ะ? เชฟมือหนึ่งผู้เพียบพร้อมถึงมีชื่อไปโผล่อยู่ในแฟ้มคดีฆาตกรรมได้ หรือว่าเมนูเด็ดที่คุณซ่อนไว้ในเซฟเฮาส์หลังนี้ ไม่ใช่แค่สูตรอาหารลับ แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญกันแน่"
คินน์ไม่ตอบ เขาสบตาเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดและประเมินว่าเธอล่วงรู้ความจริงไปมากแค่ไหนแล้ว บรรยากาศในห้องครัวกว้างขวางพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและไวน์แดงที่เคยอบอวล บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่เฉียบคมราวกับใบมีด
ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ทีละน้อย จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัวเย็นเยียบโดยไม่มีทางหนี คินน์ใช้แขนข้างหนึ่งยันขอบเคาน์เตอร์กักขังเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ
"อยากรู้ความจริงนักใช่ไหมครับ... นักสืบปากเก่ง" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหูของเธอ "คนเรามักจะอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ตัวเองไม่สมควรรู้เสมอ และเชื่อเถอะว่า ความอยากรู้อยากเห็นนั่นแหละ ที่จะฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็น"
"ถอยไปนะ คินน์!" รินรดาผลักอกแกร่งเต็มแรง แต่เขากลับมั่นคงราวนายผาหิน ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่นقเดียว ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ ของเธอก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปมองมือที่กำลังกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น
"ปล่อยมือจากเอกสารไร้สาระนั่นซะ" คินน์สั่งเสียงเข้ม แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนที่เขาจะยื่นมือหนาเข้าแย่งชิงกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือเธอ
"เฮ้! นั่นมันหลัก—"
ในจังหวะที่ยื้อยุดฉุดกระชากกัน รินรดาพลาดท่าสะดุดเข้ากับขอบพรม ความทรงจำและการเคลื่อนไหวทับซ้อนกันในเสี้ยววินาที เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลงไปฟาดพื้น คินน์จึงคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักเซถลา ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาพาให้รินรดาล้มลงไปพิงแนบกับพื้นห้องครัว โดยมีเขากันน้ำหนักไม่ให้ทับเธอจนมิด แต่ทว่า... แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวพับขึ้นของคินน์ที่รั้งขึ้นสูงจากการยื้อยุด ได้เปิดเผยภาพบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอด
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ภาพตรงหน้าดึงดูดสายตาของเธอไปจนหมดสิ้น
ผิวเนื้อบริเวณข้อศอกยาวต่อเนื่องไปจนถึงท่อนแขนด้านในของคินน์ เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนูนสีขาวโพลน คดเคี้ยวและน่ากลัว ราวกับร่องรอยของการถูกของร้อนจัดลวกซ้ำๆ หรือรอยแผลจากการต่อสู้รุนแรงในอดีตที่ได้รับการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี มันไม่ใช่แผลอุบัติเหตุธรรมดา แต่มันคือ "ร่องรอยการทรมาน" ที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ความโกรธ ความท้าทาย และความระแวงเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตกตะลึงระคนสงสารที่ตีรวนขึ้นมาในอก รินรดานิ่งงัง เผลอยื่นปลายนิ้วสั่นๆ ออกไป หมายจะแตะสัมผัสรอยแผลเป็นเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว
"อย่ามอง..."
เสียงของคินน์ขาดห้วง น้ำเสียงที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาเมื่อครู่ กลับสั่นพร่าและเจือไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาอีกข้างคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น บีบตรึงไว้ข้างลำตัว แววตาสีนิลที่เคยมั่นคง บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกด้านลบมากมายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากหลุมศพแห่งอดีต
"คินน์... แผลนี่มัน..." รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบา ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงของเธอหายไปจนหมดสิ้น ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"บอกให้อยู่เฉยๆ ไงครับ!" คินน์ตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย เขารีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดบังบาดแผลน่ากลัวนั้นอย่างลนลาน ราวกับเด็กชายที่ถูกจับได้ว่ามีปมด้อยและต้องการวิ่งหนีสายตาของผู้คน
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในความมืด คินน์ยังคงค่อมร่างอยู่เหนือเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินหัวใจ เชฟผู้สมบูรณ์แบบ เย่อหยิ่ง และเย็นชาคนนี้ แท้จริงแล้วแบกรับบาดแผลอะไรไว้ในอดีตกันแน่?
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยคำถามใดออกไปเพื่อทำลายความเงียบ...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันเปราะบาง ตามมาด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวและเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้เลือดในกายของคินน์และรินรดาเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
"เปิดประตูตรวจค้น! เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ มีหมายค้นและหมายจับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 7
ความลับใต้ผ้ากันเปื้อน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!