"เปิดประตูตรวจค้น! เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ มีหมายค้นและหมายจับ!"
เสียงตะโกนก้องกังวานผสานเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความโกลาหลกำลังจะปะทุ เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็คำรามก้องจนแรงสั่นสะเทือนตัดขาดกระแสไฟฟ้าทั้งอาคารลงในพริบตา ความมืดสนิทเข้ากลืนกินทุกตารางนิ้วของร้านอาหารหรูทันที เหลือเพียงแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่วับแวมขึ้นมาท่ามกลางความตื่นตระหนก
รินรดาไม่รอช้า เธอพุ่งตัวหลบเข้ามุมอับสายตาอย่างไร้เสียง สัญชาตญาณนักสืบอิสระทำงานเต็มพิกัด มือเรียวคว้าแขนแกร่งของเจ้าของร้านที่ยืนหน้าเครียดอยู่ใกล้ที่สุดแล้วดึงเข้ามาหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยกันอย่างรวดเร็ว
"นี่คุณ! ร้านคุณไปทำอีท่าไหน ถึงมีหมายจับพ่วงหมายค้นมาเยือนในคืนพายุเข้าแบบนี้ล่ะ" เสียงกระซิบกระชับรอดไรฟันของรินรดาเต็มไปด้วยความระแวง ทว่าแฝงความขบขันเล็กน้อยในสถานการณ์วิกฤต
คินน์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมยามกระทบกับแสงไฟฉายรำไรดูดุดันยิ่งขึ้น เขารemove ความหงุดหงิดออกจากน้ำเสียงไม่ได้เลยเมื่อต้องมาติดแหง่กกับยัยตัวแสบปากเก่งในเวลาแบบนี้
"ถ้าผมรู้ ผมคงไม่ยืนตบตาแห้งให้คุณซักฟอกหรอกคุณรินรดา... หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากโดนลูกหลง" คินน์กระซิบตอบเสียงต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอารินรดาเผลอหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ผสมความวูบวาบแปลกๆ ในอก
ภายนอก เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังกระจายกำลังตรวจค้นทั่วพื้นที่ เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นกระเบื้องดังเป็นจังหวะใกล้เข้ามาทุกที ความกดดันในอากาศหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในความมืดและแคบนั้น ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองกลับลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง รินรดาได้กลิ่นอายอับชื้นของฝนผสมกลิ่นกายสะอาดๆ ประจำตัวของเชฟหนุ่มที่ลอยมาแตะจมูก มันเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่ากระบอกปืนของตำรวจเสียอีก
"กลัวเหรอครับ ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้" คินน์แกล้งกระเซ้าด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะถือโอกาสแกล้งคนอวดเก่งในอ้อมแขน
"ใครสั่น? คุณตาฝาดแล้วเชฟคินน์ ฉันแค่... หนาวแอร์ต่างหาก" รินรดาเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน แม้ความมืดจะอำพรางใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของเธอไว้ไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม "ปากเก่งจริงนะแม่นักสืบ" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนาที่วางอยู่บนขอบเคาน์เตอร์ขยับมาบังไหล่บางของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ป้องกันไม่ให้ร่างเล็กเผลอขยับตัวไปโดนแสงไฟฉายจากด้านนอก
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงฝีเท้าข้างนอกเริ่มเบาบางลงและเคลื่อนตัวออกไปยังโซนอื่น ทิ้งให้พวกเขาทั้งสองจมอยู่กับความเงียบและเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอกหน้าต่างกระจก
"ดูเหมือนพวกมันจะถอยไปตั้งหลักแถוניหน้าประตูแล้ว..." รินรดาพึมพำเบาๆ พร้อมกับพยายามขยับตัวถอยห่าง แต่คินน์กลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยวงแขนที่กั้นเธอไว้กับเคาน์เตอร์เลยแม้แต่น้อย
"จะรีบไปไหนล่ะครับ ความปลอดภัยของคุณยังอยู่ในความดูแลของผมนะ" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ รัศมีสายตาของเขาในความมืดพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่มันชัดเจนเสียจนหัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ
"ปล่อยได้แล้วเชฟ ฉันหายใจไม่ออก..."
"พูดใหม่สิครับ ว่าหายใจไม่ออกเพราะผม หรือเพราะกลัวตำรวจกันแน่" ไดอะล็อกคมคายถูกพ่นออกมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่รินรดารู้ดีว่ามันกวนประสาทขนาดไหน แต่ทว่า... หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงเสียจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ แต่จังหวะนั้นเอง...
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูหลังร้านดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบงัน และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ลำแสงไฟฉายแรงสูงก็สาดส่องตรงเข้ามายังซอกมุมที่พวกเขานั่งหลบอยู่ พร้อมกับร่างเงาของบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 8
คืนที่พายุเข้า
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!