เสียงกระจกแตกกระจายเคล้ากับฝ่าเท้าหนักหน่วงที่กระแทกขึ้นมาตามบันไดไม้ ทำให้บรรยากาศในห้องครัวกว้างขวางของเซฟเฮาส์พลิกผันจากความตึงเครียดกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในเสี้ยววินาที รินรดายังไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาของคินน์ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียว ออกแรงกระชากลากถูด้วยความเร็วสูงจนร่างบางเซถลาเข้าไปประชิดอกแกร่งโดยไม่ต้องขออนุญาต
"เฮ้ย! ปล่อยนะ ฉันเดินเองได้!" รินรดาตวัดเสียงใส่อย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณนักสืบที่ตื่นตัวเต็มพิกัด
"ถ้าไม่อยากให้กระสุนเจาะกะโหลกสวยๆ ของคุณ ก็หุบปากแล้วก้มหัวลงต่ำซะ" คินน์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูท่ามกลางเสียงเอะอะโคมครามจากชั้นบน
แทนที่จะผลักไสเหมือนทุกที รินรดากลับสัมผัสได้ถึงแรงกระชับที่อุ้งมือใหญ่ซึ่งโอบเอวเธอไว้แน่นจนแทบจมหายไปกับแผ่นอกหนา เขาไม่ได้แค่ดึงเธอหลบวิกฤต แต่ร่างกายของเชฟหนุ่มกลับกลายเป็นโล่กำบังชั้นดีที่ปกป้องเธอไว้จากทิศทางที่อาจมีอันตรายพุ่งเข้ามา
*หมอนี่... ปากจัดเป็นพิษเป็นภัย แต่เวลามีเรื่องดันพึ่งพาได้ชะมัด* รินรดาลอบคิดในใจขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์
คินน์ดันร่างบางเข้าไปหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสสตีลหนาพิเศษ ซึ่งถูกออกแบบมาให้กันกระสุนได้ในระดับหนึ่ง มืออีกข้างของเขาเอื้อมไปหยิบมีดเชฟด้ามยาวเหล็กกล้าไร้สนิม น้ำหนักถ่วงสมดุลอย่างดีเยี่ยมขึ้นมาถือไว้มั่น นัยน์ตาคมกริบของเชฟหนุ่มที่ปกติมักฉายแววหงุดหงิดเวลาเธอทำครัวเละเทะ ตอนนี้กลับเยือกเย็นและดุดันรากับนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อผู้บุกรุก
"อยู่ที่นี่ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" คินน์สั่งเสียงเข้ม แววตาที่มองเธอนั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว
"แล้วคุณ..." รินรดาชะงักเมื่อเห็นเขาเตรียมจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังบุกรุกเข้ามา "อย่าทำตัวเป็นฮีโร่หนังเกรดบีนะคินน์ พวกมันอาจจะมีปืน!"
"เป็นห่วงผมหรือไง นักสืบปากเก่ง" คินน์หันกลับมามุมปากหยักกระตุกยิ้มเยาะเล็กน้อย ทั้งที่สถานการณ์คับขันถึงชีวิต แต่เขายยังมียอดฝีมือในการกวนประสาทเธอได้ไม่เสื่อมคลาย
"ใครเป็นห่วงคุณ! ฉันกลัวคุณตายแล้วไม่มีคนจ่ายค่าจ้างต่างหาก!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่พยายามจะทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้
คินน์ไม่ได้ตอบโต้คำถางนั้น แววตาที่มองเธอกลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรگแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะหันหลังพุ่งตัวหายลับไปตรงมุมทางเดินมืดสลัว
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงหัวใจของรินรดากระหน่ำรัวรากับกลองชุด เธอก้มมองสำรวจตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือของคินน์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวแก้ม
*ผู้ชายคนนี้... ซ่อนอะไรไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาพวกนั้นกันแน่นะ*
โครם! เสียงข้าวของล้มกระแทกพื้นดังขึ้นจากห้องโถงรับแขก ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของการต่อสู้ระยะประชิด รินรดานั่งไม่ติดเก้าอี้ สัญชาตญาณนักสืบสั่งให้เธอขยับตัว แต่ความเป็นห่วงที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในอกกลับรุนแรงยิ่งกว่า เธอคว้าทัพพีสเตนเลสอันใหญ่ที่ตกอยู่ใกล้ๆ มาถือไว้เป็นอาวุธจำเป็น แล้วค่อยๆ คลานต่ำย่องตามรอยเท้าของเชฟหนุ่มออกไป
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก คินน์กำลังประมือกับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคน สไตล์การต่อสู้ของเขาไม่ได้สวยงามเหมือนเชฟในจอโทรทัศน์ แต่มันดิบ เถื่อน และเด็ดขาด ทุกท่วงท่าเตะต่อยเน้นจุดตายเพื่อเผด็จศึกโดยไม่เสียเวลา แต่ด้วยความที่ต้องพะว้าพะวังเกรงว่าจะมีใครลอบเข้ามาทางด้านหลัง ทำให้คินน์พลาดท่าถูกชายคนหนึ่งเงื้อมือถือท่อนเหล็กฟาดเข้าที่หัวไหล่เต็มแรง!
"คินน์!" รินรดาตะโกนลั่นด้วยความลืมตัว
จังหวะนั้นเอง ชายอีกคนหันขวับมามองต้นเสียง นัยน์ตาคู่คมดุจเหยี่ยวของมันเบนเป้าหมายจากคินน์มาที่ร่างบางที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงประตูครัว มันกระชากยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วพุ่งตรงดิ่งมาทางเธอด้วยความเร็วสูง
รินรดาเบิกตากว้างเตรียมยกทัพพีขึ้นสู้ แต่เธอก็รู้ดีว่าเรี่ยวแรงแค่นี้ไม่มีทางต้านทานนักฆ่ามืออาชีพได้แน่ ทว่า ก่อนที่ปลายมีดในมือมันจะเข้าใกล้ตัวเธอเพียงคืบ ร่างสูงโปรดของคินน์ที่ควรจะล้มไปแล้วกลับพุ่งทะยานเข้ามาเหมือนเสือชีตาร์ กระโจนใส่คนร้ายจากด้านหลังแล้วกระชากลากลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
หมัดหนักๆ ของคินน์กระหน่ำซัดเข้าที่ใบหน้าของคนร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาของเชฟหนุ่มแดงก่ำด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนคนร้ายอีกคนหวาดกลัวจนต้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกทางหน้าต่างที่แตกกระจายไปก่อนหน้านี้
"ไอ้สารเลวตัวไหนที่กล้าแตะต้องเธอ..." เสียงทุ้มหอบสะท้าน คินน์คำรามลอดไรฟันด้วยความโมโหสุดขีด ขณะกดร่างของคนร้ายไว้กับพื้นจนสลบเหมือดคาที่
รินรดายืนนิ่งค้าง มองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทาด้วยความเหนื่อยอ่อนและอารมณ์คุกกรุ่น เธอก้าวเข้าไปใกล้ชิด ช้าๆ วางมือลงบนลาดไหล่หนาที่มีรอยฉีกขาดของเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นรอยฟกช้ำจากการต่อสู้
"คินน์... พอได้แล้ว เขาหมดสติไปแล้ว" เสียงของเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบนักสืบปากเก่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่สะท้อนผ่านแววตา
เชฟหนุ่มหันขวับกลับมามองเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นชิด เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาที่ดุดันเมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโล่งอกที่ฉายชัดเมื่อเห็นว่าเธอยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน เขาดึงรั้งร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่นทันที แรงกอดนั้นแน่นเสียจนเธ้ารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเป็นบ้าเลยรินรดา" คินน์ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ เสียงกระซิบพร่าสั่นเจือความหวาดกลัวที่เพิ่งจางหายไป "ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมคง..."
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อรินรดายกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังแกร่งของเขาตอบอย่างนุ่มนวล เป็นครั้งแรกที่เธอเลือกที่จะยอมจำนนต่ออ้อมกอดนี้โดยไม่คิดจะหาทางหลบหนี
แต่ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง เสียงฝีเท้าคู่ใหม่ที่หนักหน่วงและรวดเร็วกว่าเดิมก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่สุภาพแต่ไร้ซึ่งความปรานี ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกถีบผังเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้กุมความลับทั้งหมดก้าวเข้ามาพร้อมปืนพกติดเก็บเสียงในมือ!
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่แท้จริงครับคุณเชฟ... และคุณนักสืบ" เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยทักทายท่ามกลางความตกตะลึง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 5
ทฤษฎีคนปากร้าย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!