เสียงปิดล็อกกลอนประตูด้านนอกดังคลิก... เบาหวิว แต่ก้องกังวานชัดเจนในโสตประสาทของรินรดา
ความเงียบสงบยามดึกในเซฟเฮาส์ลับไม่ใช่บรรยากาศที่เธอควรมาเดินย่องเบาควานหาหลักฐาน แต่เมื่อสัญชาตญาณนักสืบอิสระบอกว่าเชฟหนุ่มเจ้าของห้องอย่างคินน์กำลังปิดบังอะไรบางอย่างภายใต้ความเนี้ยบกริบระดับมิชลิน ร่างเพรียวบางจึงไม่ลังเลที่จะลุกขึ้นปฏิบัติการ
ห้องเก็บวัตถุดิบควบคุมอุณหภูมิพิเศษ... ประตูบานเลื่อนสเตนเลสสตีลหนาเตอะทึบตัน ป้องกันเสียงและกลิ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันซ่อนตัวอยู่หลังห้องครัวใหญ่ ลึกลงไปในชั้นใต้ดินที่ต่อเติมขึ้นมาอย่างผิดวิสัยของบ้านพักธรรมดา
ไอน้ำเย็นจัดพวยพุ่งออกมาทันทีที่รินรดาดันบานประตูเปิดออก ความหนาวระดับติดลบทำเอาผิวเนื้อใต้เสื้อฮู้ดขนลุกซู่ เธอใช้ไฟฉายจากสมาร์ตโฟนส่องกราดไปตามชั้นวางสเตนเลสเงาวับ กล่องเก็บวัตถุดิบระดับพรีเมียมเรียงรายเป็นระเบียบตามวิสัยของเชฟเจ้าระเบียบ—ไม่มีที่ติ ไม่มีร่องรอยความผิดปกติ... จนกระทั่งสายตาคมกริบสะดุดเข้ากับล็อกเกอร์เหล็กบานเล็กสุดมุมห้อง ซึ่งถูกคล้องด้วยแม่กุญแจรหัสสี่ตัว
*คนระเบียบจัดอย่างคินน์ ไม่มีทางเก็บของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ธรรมดา... เว้นแต่ว่ามันคือความลับที่ไม่อยากให้ใครเห็น*
รินรดาย่อตัวลง นั่งยองๆ หน้าตู้ล็อกเกอร์ นิ้วเรียวเกี่ยวดวงไฟฉายให้ส่องนิ่งสนิท สมองประมวลผลความน่าจะเป็นของตัวเลขสี่หลัก วันเกิด? เบอร์โทรศัพท์? ไม่มีทางง่ายขนาดนั้นสำหรับผู้ชายอย่างคินน์
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังใช้ลวดเส้นเล็กๆ แหย่เข้าไปในรูกุญแจเพื่อลองสัมผัสกลไกภายใน เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบจากบันไดด้านนอกก็ดังขึ้น!
ตึง... ตึง... ตึง...
น้ำหนักการก้าวที่คุ้นเคย มันมั่นคงและเชื่องช้า แต่ทรงพลังจนทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก หัวใจกระโจนขึ้นมาตีรัวที่ลำคอ ไรเฟิลไร้กระสุนในมือคือสมองที่สั่งการให้เธอรีบผุดลุกขึ้นเพื่อหาที่ซ่อน แต่ช้าไปเสียแล้ว—
แกร็ก!
แสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นพรวดพราดทั่วห้องเก็บวัตถุดิบ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยืนขวางทางออกตรงประตูพอดี สันจوโด่งเป็นคม ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขารู้ตัวอยู่แล้วว่ามี 'หนูตัวน้อย' แอบเข้ามาขโมยชิมชีสในกรงของเขา
"คิดจะทำอะไรครับ... คุณนักสืบ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเคือง แต่มันกลับเยือกเย็นยิ่งกว่าอุณหภูมิติดลบในห้องนี้เสียอีก คินน์ก้าวช้าๆ เข้ามาหาทีละก้าว มือหนาทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย แต่รัศมีกดดันรอบตัวกลับบีบอัดจนพื้นที่รอบกายแคบลงถนัดตา
รินรดากัดฟันกรอด ขยับตัวถอยหลังจนสะโพชนิดชนกับชั้นวางวัตถุดิบเย็นเฉียบ เธอยืดอกขึ้น เชิดหน้าสู้สายตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่คิดจะก้มหัวให้ ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าสวยคม มีเพียงความท้าทายที่ฉายชัดในแววตา
"ฉันแค่เข้ามาหาวัตถุดิบทำมื้อดึก... พอดีนอนไม่หลับ อยากชิมฝีมือเชฟระดับมิชลินสักหน่อย แต่ไม่คิดว่าห้องเก็บของของคุณจะมีกฎระเบียบแน่นหนาถึงขั้นใส่กุญแจล็อกตู้เก็บของสดด้วย แปลกดีนะ... กลัวหนูแทะ หรือกลัวใครมาเห็นความลับกันแน่ล่ะคะ... อ๊ะ"
คำพูดประชดประชันขาดห่วงลงทันที เมื่อคินน์พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่เธอตั้งรับไม่ทัน ร่างสูงก้าวเข้ามาปิดกั้นทุกเส้นทางหนี มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังชั้นวางของข้างศีรษะเธอ กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอ้อมแขนและกำแพงสเตนเลสเย็นยะเยือก ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มท่ามกลางความหนาวเหน็บ
"ปากเก่งเสียจริงนะ... ดึกดื่นมืดค่ำ ไม่ยอมนอน แต่ซุ่มซ่ามแอบย่องมาถึงห้องใต้ดินเนี่ยนะ" คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูกv เสียงทุ้มแหشพร่าเจือความคาดคั้น "คุณอยากชิมฝีมือผมจริงๆ หรือว่าอยากลองดีกับผมกันแน่ รินรดา"
"ถอยออกไปหน่อยค่ะ คินน์! คุณกำลังละเมิดพื้นที่ส่วนตัว" เธอพยายามดันอกแกร่งออกด้วยสองมือ แต่แผงอกเขากลับแน่นราวกับกำแพงหิน ยิ่งผลัก เขายิ่งโน้มตัวเข้ามาแนบชิดกว่าเดิม เคมีบางอย่างพุ่งพล่านรุนแรงท่ามกลางอากาศหนาวจัด หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน
"พื้นที่ส่วนตัว?" เชฟหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกหมั่นเขี้ยว "คุณบุกเข้ามาถึงพื้นที่ส่วนตัวของผมก่อน แล้วยังกล้ามาทวงสิทธิ์อะไรอีกหึ"
รินรดาสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบระเบิดกับระยะประชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยเหลือเกิน เธอยกยิ้มมุมปาก ท้าทายสายตาเขาด้วยความอวดดีที่เป็นเอกลักษณ์
"ก็ถ้าคุณไม่มีอะไรปิดบัง... ทำไมต้องทำหน้าตาตื่นตระหนกตอนเปิดประตูเข้ามาด้วยล่ะคะ หรือว่าในตู้ล็อกเกอร์นั่น... มันมีหลักฐานบางอย่างที่คุณซ่อนไว้เกี่ยวกับคดีที่ฉันกำลังตามหาอยู่กันแน่"
รอยยิ้มพึงใจบนใบหน้าของคินน์จางหายไปในพริบตา ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา เขาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ชิดจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มของเธอ
"อยากรู้เหรอ..." คินน์กระซิบเสียงพร่าทุ้ม แววตาคลั่งรักฉายชัดอยู่หลังม่านความดุดัน "ถ้าอยากรู้ความลับของผม... คุณต้องแลกด้วยบางอย่างเสียก่อน"
"แลกอะไร..." เธอถามเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว เผลอจ้องมองริมฝีปากหยักสวยที่ขยับพูดอย่างลืมตัว
"แลกกับการ... อยู่ในความดูแลของผมตลอดไปไงครับ"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อฮู้ดของรินรดาดังขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศอันตึงเครียดระคนหวานล้ำนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ คินน์ชะوงkเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมขยับตัวถอยห่าง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอ
แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่วับของเธอทันทีที่อ่านข้อความสั้นๆ จากแหล่งข่าวปริศนาที่ส่งตรงเข้ามา
*[ระวังตัวให้ดี คนที่เธอตามหา... ไม่ได้มีแค่คินน์คนเดียว และตอนนี้... เขาอยู่ในบ้านหลังนั้นแล้ว]*
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับมาสบตากันคินน์ที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังทันทีที่เห็นปฏิกิริยาของเธอ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดชั้นล่างสุด พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายดังเพล้ง! จากชั้นบนของเซฟเฮาส์!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาตลอดนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 4
กลิ่นอายปริศนา
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!