"ถ้าคิดว่าการส่งเสียงตามสายทุเรศ ๆ นั่นจะทำให้ฉันกลัวจนหัวหอมลกล่ะก็ บอกนายใหญ่ของนายไปเลยนะว่าคิดผิดถนัด..."
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารลับ รินรดากระแทกโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแรงจนหน้าจอเกือบแตก ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ปลายสายเพิ่งตัดสัญญาณไปหมาด ๆ หลังจากทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยประโยคที่ว่า *'นายใหญ่เปลี่ยนใจแล้ว อยากได้คุณไปเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษก่อนซะด้วยสิ'*
ไม่ใช่เสียงของคนขู่กรรโชกธรรมดา แต่เป็นน้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบที่เธอคุ้นเคยจนน่าขนลุก... เสียงของคนที่มักจะยืนถือทัพพีตักซุปในครัวเปิดโล่งด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและสายตานิ่งสนิทคนนั้น
คินน์... เชฟมิชลินผู้เพอร์เฟกต์ทุกกระเบียดนิ้ว ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่เชฟปากร้ายจอมบงการ แต่ตอนนี้เอกสารในมือกลับฟ้องชัดเจนว่าเส้นทางการเงินของกลุ่มฟอกเงินข้ามชาติ มีชื่อของบริษัทนำเข้าวัตถุดิบอาหารพรีเมียมที่เขาถือหุ้นใหญ่พ่วงอยู่ด้วย
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานไม้จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงโปรดในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาแต่ยังมีผ้ากันเปื้อนคาดอยู่ก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์อย่างถือวิสาสะ ในมือของเขาถือถาดกระเบื้องเคลือบที่มีถ้วยซุปอุ่นร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเครื่องเทศเตะจมูก
"เลิกทำหน้าเหมือนหมาป่าพองขนแล้วมานั่งกินนี่ซะ รินรดา" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปราศจากความเกรงกลัวต่อบรรยากาศมาคุที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
"วางลงตรงนั้น แล้วก็ออกไป... ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมกับคุณหรอกนะ เชฟคินน์" รินรดาหันขวับไปจ้องหน้าเขา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด พลางเลื่อนเอกสารลับแผ่นสำคัญให้พ้นจากสายตาของเขา "หรือว่าฉันควรจะเรียกคุณว่า... 'นายใหญ่' ดีล่ะ?"
จังหวะที่ได้ยินคำนั้น มือหนาที่กำลังจะวางถาดซุปชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดั่งผิวน้ำในบึงลึก เขาค่อย ๆ วางถาดลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"เธอรู้อะไรมาบ้าง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ชิดใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายควันไฟและเครื่องเทศเฉพาะตัวของเขา
"รู้ว่าคนที่ฉันตามสืบมาสามเดือน เป็นคนเดียวกับคนที่คอยบังคับบัญชาพวกส่งสาส์นน่า r9 คลื่นไส้เมื่อกี้ไง!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับชั้นหนังสือจนไร้ทางหนี "คุณเปิดร้านอาหารบังหน้า เพื่อฟอกเงินให้กับเครือข่ายค้ายาและค้ามนุษย์สินะ... เก่งนี่ ทำตัวเป็นพ่อพระหน้าเตา แต่เบื้องหลังกลับมือเปื้อนเลือด"
คินน์ไม่โกรธ... ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและแววตาที่ซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้ลึกซึ้ง จนคนมองถึงกับชะงัก
"ปากเก่ง สมเป็นนักสืบตัวแสบดีนี่" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแกVนวลจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ "แต่เธอมันโง่... โง่ที่เอาตัวเข้ามาเสี่ยงในเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหว"
"ฉันจะโง่หรือฉลาดมันก็เรื่องของฉัน! ถอยออกไปนะ!" มือเรียวพยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออก แต่คินน์กลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แล้วตรึงมันไว้เหนือศีรษะของเธอด้วยแรงที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
"ปล่อยนะไอ้เชฟโรคจิต!"
"ถ้าฉันเป็นโรคจิตจริง ๆ เธอคงไม่ได้มายืนเถียงฉอด ๆ อยู่ตรงนี้หรอก" คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม แววตาที่มองมาไม่ได้มีความดุร้ายอย่างที่ปากพูด มีเพียงความห่วงใยระคนโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชา "รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องคอยกักบริเวณเธอไว้ที่นี่? ทำไมฉันถึงต้องคอยขัดขวางทุกครั้งที่เธอแอบไปสืบเรื่องนี้?"
รินรดาชะงักไปกับน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนอันตราย และแววตาที่จริงจังจนน่าใจหาย
"เพราะ... เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณกลัวความลับแตก" เธอยังคงรั้นเถียง ทั้งที่เสียงเริ่มสั่น
"เพราะฉันไม่อยากให้เธอตาย..." คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังจนรินรดาต้องเบิกตากว้าง "ไอ้พวกที่เธอพยายามขุดคุ้ย มันไม่ใช่แค่แก๊งอาชญากรท้องถิ่น แต่มันคือองค์กรที่แม้แต่ตำรวจระดับสูงยังไม่กล้าแตะ แล้วเธอกล้าดี ÿังไงถึงเอาชีวิตตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายแบบนั้น!"
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะ! ฉันจะตายหรือจะรอดมันก็ชีวิตฉัน!"
"ใช่! มันชีวิตเธอ แต่หัวใจมันอยู่ที่ฉัน!"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดอุกอาจของคนปากร้ายไม่ทัน ดวงตากลมโตมองสบเข้ากับนัยน์ตาคมที่ตอนนี้ฉายแววตัดพ้อและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
คินน์หายใจเข้าลึก ๆ ราวกับพยายามอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างมานานเกินทน เขาค่อย ๆ คลายมือที่ตรึงข้อมือเธอออกอย่างเบามือ เปลี่ยนเป็นยกมือขึ้นประคองแกVเนียนนุ่มแทน สัมผัสนั้นแผ่วเบาและทะนุถนอมจนขัดกับภาพลักษณ์เชฟจอมโหดโดยสิ้นเชิง
"ฉันไม่ได้เป็นนายใหญ่แบบที่เธอคิด... ฉันแค่กำลังใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน เพื่อทำลายพวกมันจากข้างใน" คินน์กระซิบเสียงนุ่ม แววตาอ่อนลงจนน่าใจหาย "และเหตุผลเดียวที่ฉันยอมให้เธอเข้ามาพัวพัน ก็เพราะฉันไม่อยากทิ้งเธอไว้ข้างหลังในวันที่ฉันต้องสะสางทุกอย่างให้จบสิ้น"
รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความหวาดระแวงที่มีต่อชายหนุ่มเริ่มสั่นคลอน แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไปเพื่อทวงถามความจริงทั้งหมด
ปัง! เสียงกระจกหน้าต่างแตกละเอียดพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งจำนวนมากที่ดังขึ้นบริเวณทางเดินด้านนอก
คินน์เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างสูงดึงรินรดาเข้ามาซ่อนไว้ด้านหลังทันทีพร้อมกับชักอาวุธปืนพกสั้นสีดำสนิทออกมาจากเอวอย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบดุจนักล่าจ้องมองไปยังประตูห้องที่กำลังถูกพังเข้ามา
"ซ่อนอยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด..." คินน์กระซิบสั่งเสียงเข้มก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดด้านนอก
ก่อนที่ประตูห้องจะพังกระเด็นเผยให้เห็นร่างของชายชุดดำนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือ และชายอีกคนก้าวพ้นเงาเข้ามายืนยันรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คินน์ต้องขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
"เจอตัวแล้วล่ะ... น้องชายทรยศ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความลุ้นระทึกนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 17
ความจริงเริ่มกระจ่าง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!