เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง•ตอนที่ 2

กฎเหล็กในครัว

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูที่สั่นครืดคราดอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน ดึงสติผมออกจากข้อความมรณะบนหน้าจอแล็ปท็อปที่เพิ่งเด้งขึ้นมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน *‘กูรู้ว่ามึงซ่อนอยู่ที่ไหน... รินรดา’* ประโยคสั้นๆ ที่ทรงพลังพอกระชากสีหน้าเรียบเฉยของผมให้ตึงเครียดขึ้นมาได้ในเสี้ยววินาที ผมกวาดสายตาคมกริบมองเจ้าของชื่อที่กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอกำลังเคี้ยวแอปเปิส่งเสียงกร้วมๆ หน้าตาเฉย ราวกับข้อความขู่ฆ่าเมื่อครู่เป็นแค่สแปมขายประกัน "มองหน้าฉันแบบนั้น หมายความว่าไงคะ เชฟคินน์" รินรดาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะกวนประสาท "กลัวว่าความลับเรื่องที่ซ่อนตัวเลขาสาวหนีตายมาพึ่งพาเชฟปากร้าย จะรั่วไหลออกไปสู่โลกภายนอกรึไง" ผมแค่น้ำลายเหนียวหนึบลงคอ ปิดฝาแล็ปท็อปฉับเสียงดังสนั่นจนเธอยังสะดุ้งเล็กน้อย ผมก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างบางที่สูงแค่ระดับอกอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นฝนจางๆ ลอยแตะจมูก ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ผมไม่มีอารมณ์มาสุนทรีย์กับกลิ่นกายใครทั้งนั้น "เธอรู้ตัวไหมรินรดา ว่าเธอดึงปัญหาชิ้นใหญ่แค่ไหนเข้ามาในเซฟเฮาส์หลังนี้" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยสักนิด "ไอ้สารวัตรชัชพลมันไม่ได้ตาบอด มันไล่ล่าเธอจนพลิกแผ่นดิน และถ้ามันรู้ว่าเธอซุกหัวอยู่ที่นี่ ชีวิตสงบๆ ของฉัน พังพินาศแน่" รินรดาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีหลบ "แล้วใครขอให้คุณรับฉันเข้ามาล่ะคะ? คุณลากฉันขึ้นรถเองนะเชฟ... จะมาบ่นตอนนี้มันสายไปหน่อยไหม" เธอแย้มยิ้มหยันที่มุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้และน่าดึงดูดใจไปพร้อมๆ กันในสายตาผม "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ขอให้คุณเลี้ยงข้าวฟรีเสียหน่อย แค่ขอยืมพื้นที่หลบภัยไม่กี่วัน เดี๋ยวพอฉันจัดการไอ้สารวัตรนั่นได้ ฉันก็ไป" "จัดการ?" ผมแค่น้ำเสียงเยาะหยัน "ด้วยสภาพที่ไม่มีแม้แต่มือถือ แถมกระเป๋าตังค์ก็โดนยึดเนี่ยนะ? เธอนี่มันมั่นหน้าเกินเบอร์ไปมากรินรดา" "ปากจัดเป็นบ้า..." เธอพึมพำเบาๆ แต่หูดีอย่างผมได้ยินชัดเจน รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าก่อนจะเบี่ยงตัวหลบผมแล้วเดินตรงดิ่งไปยังตู้เย็นสเตนเลสสตีลขนาดใหญ่ "พูดมากจริง หิวจะตายอยู่แล้ว มีอะไรกินบ้างเนี่ย เดินทางมาราธอนตับไตไส้พุงจะไหลมากองที่ตาตุ่มหมดแล้ว" เธอยื่นมือขาวผ่องเปิดตู้เย็นทันทีโดยไม่ขออนุญาตสักคำ พรึบ! ผมเอื้อมมือไปคว้าบานประตูตู้เย็นแล้วกระชากปิดด้วยความเร็วกดดัน จนปลายนิ้วเรียวของเธอเกือบโดนหนีบ รินรดาผถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่พอใจ "เฮ้! ทำบ้าอะไรเนี่ย!" เธอดำผุดดำว่าเสียงดัง ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเย็นชาเหมือนเดิม ยืนกอดอกมองเธอหัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน "ก่อนที่เธอจะไปรื้อตู้เย็นของฉัน รินรดา... เธอต้องทำความเข้าใจข้อตกลงระหว่างเราเสียก่อน" รินรดาหรี่ตามองอย่างระแวง "ข้อตกลงอะไรอีก?" "กฎเหล็กของเซฟเฮาส์หลังนี้" ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงคืบเดียว บีบให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองผม "ข้อแรก ห้ามแตะต้องอุปกรณ์ในครัวของฉันเด็ดขาด ห้ามแม้แต่จะหยิบช้อนส้อม หรือแก้วน้ำถ้าฉันไม่อนุญาต" "ฮะ?" รินรดาทำหน้าเหวอราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี "นี่ฉันเป็นคนนะ ไม่ใช่เชื้อโรค! ทำไม แค่จะหยิบน้ำในตู้เย็นกินเองถึงแตะไม่ได้?" "เพราะครัวนี้คืออาณาจักรของฉัน" ผมเน้นเสียงทีละคำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอ "ทุกตารางนิ้ว ทุกมีดสเตนเลสทุกเล่ม ทุกอุณหภูมิของเตา ถูกจัดวางด้วยความสมบูรณ์แบบที่ฉันควบคุม คนซุ่มซ่ามอย่างเธอ... เข้ามาเหยียบไม่ถึงห้านาที มีหวังทำมีดบาดมือเลือดสาดเลอะพื้นครัวระดับมิชลินของฉันจนปนเปื้อนหมด" "ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นสักหน่อย!" เถียงกลับทันควัน หน้าตาง้ำงอด้วยความฉุนเฉียว ปากบางๆ เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "แค่เปิดตู้เย็นหยิบน้ำขวดเดียว มันจะทำลายล้างความสมบูรณ์แบบอะไรของคุณนักหนาฮะ เชฟโรคจิต!" "เรียกฉันว่าโรคจิตเท่าที่เธออยากเรียกเถอะ แต่กฏก็คือกฎ" ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอขาวระหง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมายังคงราบเรียบและดุดัน "ถ้าหิวน้ำ ฉันจะรินให้ ถ้าหิวข้าว นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร... หน้าที่ของเธอตอนนี้คือ 'อยู่เฉยๆ' และ 'อย่าสร้างภาระ' ให้ฉันเพิ่ม เข้าใจไหม?" รินรดาจ้องหน้าผมเขม็ง หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ด้วยความโกรธ เธอกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความคับแค้นใจที่ไม่สามารถเถียงอะไรกลับมาได้ในตอนนี้ ดวงตาคู่สวยฉายแววพยศดื้อรั้นที่ผมคุ้นเคยดี เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ และยิ่งผมออกคำสั่งมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากจะฝ่าฝืนมากเท่านั้น... ผมรู้ดี "ถ้าฉันเผลอทำผิดกฎขึ้นมาล่ะ?" เสียงหวานเอ่ยถามลอดไรฟัน รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธออย่างรวดเร็ว ชนิดที่ผมจับทางแทบไม่ทัน "เธอจะโดนเนรเทศออกจากที่นี่ทันที" ผมตอบเสียงแข็ง "งั้นเหรอคะ..." รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่ท้าทายประสาทสัมผัสของผมเสียจริง เธอก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวอย่างอวดดี "งั้นก็ภาวนาให้ฉันทนอยู่เฉยๆ ได้นานพอก็แล้วกันนะ... เชฟคินน์" พูดยังไม่ทันขาดคำ มือเรียวบางที่ผมเพิ่งประกาศิตห้ามแตะต้องอะไรทั้งสิ้นในครัว ก็พุ่งพรวดไปคว้าขวดไวน์ราคาแพงระยับที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ข้างตัวอย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาโต้ตอบของนักกีฬาเอ็กซ์ตรีม! "เฮ้ย! รินรดา!" ผมอุทานลั่น ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด มือหนาพุ่งไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ขวดไวน์ราคาหกหลักร่วงลงมาแตกกระจาย แต่แรงกระชากเมื่อครู่กลับทำให้จังหวะการทรงตัวของเธอเสียไป ร่างบางเซถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกของผมอย่างจัง ด้วยสัญชาตญาณ ผมต้องใช้แขนอีกข้างโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้เพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ตึกตัก... ตึกตัก... เสียงหัวใจของใครบางคน (หรืออาจจะทั้งคู่) ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบของห้องครัว รินรดาชะงักค้าง ใบหน้าหวานห่างจากปลายจมูกของผมเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเรียวของเธอยังคงแตะอยู่บนขวดไวน์ ขณะที่มือของผมโอบกระชับรอบเอวบางไว้แน่นแนบเนื้อ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากกันและกัน เคมีบางอย่างระเบิดปะทุขึ้นในอากาศอย่างเงียบเชียบ ทว่ารุนแรงจนน่ากลัว "ฉันบอกแล้วไง... ว่าอย่าแตะ" ผมกระซิบเสียงพร่าเบาหวิว ริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับขอบปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกตะลึง ความซึนเดระเระในใจพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อพบว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก รินรดาไม่ได้ผลักผมออก เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็คงไม่คาดคิด "ถ้าฉันบอกว่า... ฉันตั้งใจล่ะคะ?" เสียงหวานเอ่ยกระซิบแผ่วเบa ชวนให้สติหลุดลอย ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้ก้มลงไปปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ท้าทายผมไม่หยุดยั้ง เสียงเคาะประตูด้านนอกเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที "เปิดประตู! ตำรวจตรวจค้น!" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟมือฉมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%