กลิ่นอายความอับชื้นของน้ำในสระบัวโบราณยามราตรีค่ำคืนนี้ ช่างเข้มข้นจนคล้ายกลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศ
หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่บนระเบียงไม้สักทองที่ทอดยาวลงสู่ผืนน้ำ มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักลายเมฆสีชาดกำราวระเบียงแน่นจนข้อต่อปล้อนสีขาวซีด เบื้องล่างคือน้ำในสระที่นิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น ราวกับมันมิใช่น้ำ แต่มันคือกระจกบานใหญ่ที่ถูกหล่อขึ้นจากความมืดมิดอนันทg
"เจ้ากำลังมองหาผู้ใดในเงาลึกล้ำนั้นหรือ... ฟางเซียน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นเบื้องหลัง อ๋องจางอี้เหวินเสด็จเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง ฉลองพระองค์สีนิลสนิทกลมกลืนไปกับความมืด มีเพียงประกายวาวโรจน์จากพระเนตรคมกริบคู่นั้นที่กวาดมองแผ่นหลังบางอย่างพิจารณา พระองค์หยุดยืนเคียงข้างนาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่หลงเหลือ ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาที่กดทับลงบนบ่า
ฟางเซียนมิได้หันไปถวายพระพร นางยังคงจ้องมองลงไปเบื้องล่าง ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง
"หม่อมฉันไม่ได้กำลังมองหาผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ... ท่านอ๋อง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท เยชาชาและมั่นคง "แต่หม่อมฉันกำลังรอคอยให้สิ่งที่ถูกฝังไว้... ผุดขึ้นมาทวงถามความยุติธรรมด้วยตนเองต่างหาก"
สิ้นคำพูดของนาง ผืนน้ำนิ่งสงบเบื้องล่างก็พลันเกิดริ้วระลอกประหลาดขึ้น ทั้งที่ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน ผิวน้ำเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสีดำสนิท ก่อนที่เงาสะท้อนของพระจันทร์เต็มดวงบนฟ้าจะบิดเบี้ยวผิดรูป กลายเป็นเงาร่างอันเลือนรางของสตรีมนุษย์ผู้หนึ่ง เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิงปกคลุมใบหน้าครึ่งซีก และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด คือดวงตาคู่โตรous ที่สะท้อนขึ้นมาจากก้นบึงน้ำ มันมิได้มองมาที่เงาของพวกนาง แต่มันกำลังจ้องทะลุผ่านความมืดมิด พุ่งตรงมายังดวงตาของฟางเซียนโดยตรง!
*กรี๊ด—!*
เสียงกรีดร้องโหยหวนบาดแก้วหูพุ่งทะลักขึ้นมาจากใต้บาดาล แรงสะเทือนของเสียงนั้นรุนแรงจนกระทั่งบานหน้าต่างไม้แกะสลักรอบเรือนชะตาสั่นไหวโครมคราม กลิ่นอายความอาฆาตมาดร้ายพุ่งทะยานขึ้นมาปะทะร่างจนทั้งฟางเซียนและจางอี้เหวินต้องชะงัก
อ๋องจางอี้เหวินหาได้มีความสะพรึงกลัวไม่ พระโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มเยียบเย็นราวกับพญามัจจุราช พระหัตถ์หนาคว้าข้อพระกรของฟางเซียนไว้แน่น ดึงร่างบางให้ถอยร่นเข้าสู่อ้อมพระองค์เพื่อป้องกันสัญชาตญาณอันตราย พระเนตรคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างในน้ำที่เริ่มลอยเด่นขึ้นเหนือน้ำทีละน้อย หยดน้ำสีดำสนิทหยดลงจากชายผ้าซิ่นของวิญญาณตนนั้นทีละหยด... ทีละหยด...
"ดูท่า... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญจากอดีตจะมิได้มาเพียงลำพังเสียแล้ว" อ๋องจางอี้เหวินตรัสด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดุจผิวน้ำแข็ง ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันดุร้ายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "นางกำลังบอกอะไรเจ้า... ฟางเซียน"
ฟางเซียนหอบหายใจถี่กระชั้น ยามที่เงาร่างในน้ำนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่เน่าเปื่อยและรอยแผลเป็นฉกรรจ์ที่ลำคอ นั่นไม่ใช่ใครอื่น... มันคือใบหน้าของแม่หญิงบัว เจ้าของเรือนไทยอาถรรพ์ผู้ล่วงลับ และเป็นบรรพบุรุษสายตรงที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมเมื่อหลายสิบปีก่อน!
ริมฝีปากที่หลุดลุ่ยของวิญญาณนางนั้นขยับช้าๆ ไร้เสียง แต่ฟางเซียนกลับอ่านคำพูดนั้นได้อย่างแม่นยำจากรูปปาก...
*‘พวกมัน... กำลังมาเอาชีวิตคนที่เหลืออยู่ในเรือนนี้... รวมถึงเจ้าด้วย’*
ฉับพลันนั้นเอง ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของเรือนชะตาก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ปรานี ลมพายุหมุนเกลียวสีดำพัดกระโชกเข้ามาภายในห้องจนเปลวเทียนทุกดวงดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึง มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับเสียงหัวነบแหบพร่าของชายชราผู้หนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่...
"ท่านอ๋อง... และคุณหนูหลิน... ค่ำคืนนี้ ช่างเป็นคืนอันเหมาะสมยิ่งสำหรับการตายของพวกท่านทั้งสอง"
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์•ตอนที่ 5
เสียงกรีดร้องใต้บาดาล
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!