"รายชื่อขุนนางหمسสิบสองฉบับนี้ หากตกถึงมือต้าหลี่ซือเมื่อใด หัวบนบ่าของสกุลจางคงมิได้ประดับอยู่บนคออีกต่อไป... แม่นางฟางเซียน ไยเจ้าจึงใจกล้ายิ่งนัก ถึงกับกล้าเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลมาเดิมพันบนโต๊ะน้ำชาของเปิ่นหวาง"
ซือเป่าหรือถาดทองคำสลักลายหงส์บรรจุฎีกาลับถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้ฮวาหลีจนเกิดเสียงทึบหนัก อ๋องจางอี้เหวินประทับนั่งอยู่เบื้องบน พระเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายจนเปลวเทียนสีชาดไหววูบ บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรชั้นในตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ
หลินฟางเซียนยังคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็น นางอยู่ในชุดฮั่น복สีจันทน์อ่อนปักลายกิ่งเหมยสีเงิน ปอยผมหยักศกเล็กน้อยตามสายเลือดผสมระต้นคอขาวผ่อง นางมิได้สะดุ้งสะเทือนต่อแรงกดดันจากบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนราชสำนักแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวรินน้ำชาดอกเหมยลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาลอยกรุ่นตัดกับกลิ่นอายความตายที่นางสัมผัสได้จากกระดาษแผ่นนั้น
"ท่านอ๋องทรงกริ้วเกินกว่าเหตุแล้วกระมังเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยอันคมคาย "กระดาษเหล่านี้หาใช่หลักฐานการกบฏไม่ หากแต่เป็นใบมรณะบัตรของพวกหนอนบ่อนไส้ที่เกาะกินราชบัลลังก์ต่างหากเล่า หม่อมฉันเพียงนำเศษซากความเน่าเฟะจากเรือนชะตาอาถรรพ์ มามอบให้พระองค์ผู้ทรงปรีชาสามารถกวาดล้างให้สิ้นซากเท่านั้น"
จางอี้เหวินทรงแค่นพระสรวลในลำพระگł "เรือนชะตาอาถรรพ์... เรือนหลังนั้นมีวิญญาณอาฆาตของสตรีผู้หนึ่งสิงสถิตอยู่ เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางไม่รู้หรือว่าเบื้องหลังรอยยิ้มของเจ้า มีวิญญาณร้ายคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง"
ทันทีที่พระองค์ตรัสจบ อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เงาดำทึบสายหนึ่งเลื้อยผ่านระเบียงด้านนอก กลิ่นอายความอับชื้นของโคลนตมและกลิ่นสาปสรางค์ของศพเก่าแก่โชยปะทะนาสิก วิญญาณแม่หญิงบัวปรากฏร่างขึ้นในเงาสลัวของเสาไม้จันทน์ ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว ร่างโปร่งแสงขยับเข้าใกล้พระพักตร์ของท่านอ๋องอย่างอาจหาญ ราวกับพร้อมจะควักดวงหทัยออกมาบดขยี้
*‘บุรุษผู้นี้... มีกลิ่นอายของฆาตกรที่สังหารข้าเมื่อยี่สิบปีก่อน’* เสียงกระซิบเยียบเย็นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฟางเซียน แต่นางยังคงนิ่งสนิท ดั่งหินผาที่คลื่นลมไม่อาจสั่นคลอน
ฟางเซียนปรายตามองเงาร่างนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าสบพระเนตรของท่านอ๋องตรงๆ "วิญญาณในเรือนจะมีประโยชน์อันใด หากข่าวสารที่หม่อมฉันนำมา เป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างคดีลอบปลงพระชนม์เมื่อเจ็ดปีก่อน กับแผนการกบฏในหัวเมืองฝ่ายเหนือที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า... ท่านอ๋องยังจะทรงคิดว่านี่คือการละเล่นเด็กๆ อีกหรือเพคะ"
พระเนตรของจางอี้เหวินไหววูบไปชั่วขณะ พระองค์ทรงตระหนักดีว่าข่าวกรองเรื่องกบฏหัวเมืองเหนือนั้นเป็นความลับสุดยอด มีเพียงขุนนางระดับสูงไม่กี่คนล่วงรู้ ไยสตรีที่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนอาถรรพ์จึงล่วงรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หรือว่า... นางจะมีสายสัมพันธ์บางอย่างกับเครือข่ายใต้ดินที่โยงใยไปถึงองค์ชายรองผู้เป็นศัตรูหัวใจทางการเมือง
"เจ้าได้หลักฐานเหล่านี้มาจากที่ใด?" สุรเสียงตรัสถามต่ำลึก ทรงโน้มพระวรกายเข้าหาโต๊ะ กลิ่นอายความดุร้ายแผ่พุ่งออกมาดั่งพยัคฆ์รอตะปบเหยื่อ
"จากซากกระดูกที่ถูกฝังไว้ใต้ถุนเรือนชะตาอาถรรพ์เพคะ" ฟางเซียนตอบเสียงเบา ทว่าทุกคำหนักแน่นดั่งตอกลิ่ม "กระดูกของขุนนางกรมคลังผู้ล่วงลับ บิดาแท้ๆ ของหม่อมฉันผู้ซึ่งล่วงรู้เส้นทางลำเลียงอาวุธเถื่อน แต่กลับถูกป้ายสีว่าเป็นกบฏแล้วฆ่าปิดปาก... ท่านอ๋องเพคะ คนที่ออกคำสั่งในวันนั้น ก็คือคนกลุ่มเดียวกับที่กำลังจะถวายฎีกาปลอมในท้องพระโรงพรุ่งนี้เช้า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจใหญ่ มีเพียงเสียงฝนโปรยปะทะหลังคากระเบื้องดินเผาด้านนอก ดั่งเสียงกลองศึกที่กำลังโหมกระหน่ำ จางอี้เหวินทรงจ้องมองใบหน้าอันงดงามแต่ไร้ความหวาดกลัวของสตรีตรงหน้า พระองค์ไม่เคยพบสตรีใดที่มีจิตใจแข็งแกร่งปานนี้ นางมิใช่เพียงหมากเบี้ย แต่คือนางพญาที่เดินหมากด้วยตนเอง
ท่านอ๋องทรงยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อระงับความรู้สึกบางประการที่กำลังตีรวนในพระHuth พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ไปแตะปอยผมที่ระแก้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบของแหวนหยกอุ่นขึ้นเล็กน้อยจากอุณหภูมิผิว
"หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง... คืนนี้ เลือดของคนสกุลจางสายรองจะต้องนองแผ่นดิน" จางอี้เหวินตรัสด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมพระโอษฐ์ "แต่หากนี่คือแผนล่อเสือออกจากถ้ำของพวกมัน... เปิ่นหวางจะเอาศีรษะของเจ้ามาประดับไว้ที่หน้าจวนเป็นคนแรก"
ฟางเซียนมิได้หลบเลี่ยงสัมผัสนั้น นางเพียงแย้มสร้อยยิ้มบางเบา ยิ้มที่ทำให้ความมืดมิดในห้องดูงดงามน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก "หม่อมฉันเอาชีวิตเป็นเดิมพันเพคะ ท่านอ๋อง"
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของขันทีคนสนิทดังแทรกเข้ามา ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดสาด
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงจนตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "หน่วยองครักษ์เสื้อแพรเพิ่งนำราชโองการลับจากฮ่องเต้มาส่ง... องค์ชายรองทรงนำกำลังทหารห้าพันนายปิดล้อมประตูวังหลวงหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จางอี้เหวินทรงชะงัก พระเนตรคมกริบเบนกลับมามองซือเป่าบรรจุรายชื่อขุนนางบนโต๊ะทันที ก่อนที่พระองค์จะทรงแย้มสรวลออกมาอย่างเยือกเย็น ดุจปีศาจที่รอคอยเหยื่อเดินเข้าปากถ้ำ
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์•ตอนที่ 6
แผนซ้อนกลในวังหลวง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!