กลิ่นหอมของกำยานจันทน์เทศที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโถงเรือนไทยโบราณหลังนี้ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกดดันอันหนักอึ้งกลับบีบเค้นจนอากาศดูจะเบาบางลงทุกขณะ หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้ระกำแกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งกวางป่าจับจ้องไปยังรอยคราบสีคล้ำบนพื้นเรือน ซึ่งเป็นร่องรอยที่นางรู้ดีว่าต่อให้ขัดล้างด้วยน้ำมนต์สักกี่ร้อยครั้ง มันก็ไม่มีวันจางหายไปจากสายตาของผู้มีเนตรทิพย์เช่นนาง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างกรายเข้ามาตามระเบียงไม้สักทองไม่ได้ทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า "ผู้ล่า" ได้ก้าวเข้าสู่เขตอาณาจักรที่นางเป็นผู้ดูแลแล้ว
ประตูไม้บานสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจ ลมพายุภายนอกที่โหมกระหน่ำพาเอาไอฝนและกลิ่นอายความตายเข้ามาในห้อง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา รัศมีความเยือกเย็นและดุร้ายแผ่ซ่านออกมาจากตัวของ "อ๋องจางอี้เหวิน" จนทำให้เปลวเทียนวูบไหวเกือบดับลง
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงปล่อยให้ข้ารอนานถึงเค่อหนึ่งเต็มๆ ในเรือนผีสิงแห่งนี้, ฟางเซียน"
น้ำเสียงนั่นทุบทำลายความเงียบลงอย่างไร้ความปรานี มันเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลกคามือ อ๋องจางอี้เหวินปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาคุกคามดั่งพญาอินทรีมองเหยื่อในกรงขัง พระองค์ไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่เสด็จมาเพื่อรื้อค้นความลับที่ฝังรากลึกอยู่ใต้พื้นเรือนหลังนี้มานานนับร้อยปี
หลินฟางเซียนมิได้สะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมปลาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยสติปัญญาและความเย้ยหยันในคราเดียวกัน
"หม่อมฉันมิได้เชื้อเชิญให้ท่านอ๋องเสด็จมาประทับ ณ สถานที่อัปมงคลเช่นนี้แต่แรก หากท่านทรงร้อนพระทัยอยากเผชิญหน้ากับวิญญาณที่ถูกจองจำ ก็ควรนำพานธูปเทียนมาคารวะเจ้าของเรือนเสียก่อน ไม่ใช่ทำตัวเป็นโจรป่าบุกรุกเรือนผู้อื่นเช่นนี้เพคะ"
คำพูดที่คมกริบดั่งใบมีดทำให้อัศวินองค์รักษ์ที่ติดตามมาด้านหลังถึงกับผะวา แต่องค์อ๋องจางอี้เหวินกลับยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ พระองค์ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วจนหลินฟางเซียนต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาและสนิมเหล็กโชยเข้าแตะนาสิก
พระหัตถ์หนาเอื้อมไปยึดคางมนของนางไว้แน่น บีบเบาๆ ทว่าเด็ดขาด บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสายตาที่ดุร้ายดั่งสัตว์ป่ากระหายเลือด
"ปากกล้าดีนี่... หลินฟางเซียน เจ้าคิดว่าการซ่อนสมบัติล้ำค่าแห่งราชวงศ์ถังไว้ใต้เรือนหลังนี้ จะพ้นสายตาของเปิ่นหวางไปได้งั้นหรือ? หีบไม้จันทน์หอมที่บรรจุบันทึกการสังหารหมู่เมื่อยี่สิบปีก่อนอยู่ที่ไหน จงคายความจริงออกมา มิฉะนั้น... อย่าหาว่าเปิ่นหวางไม่เตือนว่าเลือดของคนตระกูลหลinของเจ้า จะต้องนองเต็มพื้นเรือนนี้อีกรอบ"
ในวินาทีนั้นเอง อากาศภายในห้องก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจนเกิดเป็นไอสีขาว หลินฟางเซียนไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำขู่ฆ่า เพราะหางตาของนางเหลือบไปเห็นเงาร่างโปร่งแสงของ "แม่หญิงบัว" กำลังลอยวนอยู่เหนือศีรษะของท่านอ๋อง มืออันยาวเรียวดั่งกิ่งไม้แห้งยื่นออกไปหมายจะบีบลำคอแกร่งของบุรุษผู้เย่อหยิ่ง ดวงตาสีเลือดของวิญญาณอาฆาตจ้องมองมาที่นางราวกับจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง
นางต้องเลือก... ระหว่างการสยบต่ออำนาจอันป่าเถื่อนของท่านอ๋อง เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตน หรือใช้ประโยชน์จากวิญญาณอาฆาตเบื้องหลังพระองค์ เพื่อลากอีกฝ่ายลงสู่งดงามแห่งความตายไปด้วยกัน
"ท่านอ๋องทรงตรัสราวกับว่า... ทรงถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่าง" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาของนางไหวระริกด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ "แต่ท่านแน่ใจหรือเพคะ... ว่าสิ่งที่ท่านกำลังตามหานั้น อยู่บนโลกมนุษย์จริงๆ?"
อ๋องจางอี้เหวินชะงักไปเล็กน้อย พระเนตรหรี่แคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความหนาวเหนยะที่แล่นริ้วขึ้นมาจากพื้นไม้ใต้ฝ่าพระบาท
ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงหัวเราะแหลมเล็กโหยหวนราวกับเสียงกรีดร้องของสตรีที่ถูกเผาทั้งเป็น ก็ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากใต้ถุนเรือน พร้อมๆ กับที่บานหน้าต่างไม้แกะสลักทุกบานเปิดผางออกพร้อมกันอย่างแรง สายลมกรรโชกหอบใหญ่ดับเทียนไขทุกดวงในห้องโถงจนมืดสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องลอดผ่านม่านเมฆเข้ามาอาบไล้ร่างของทั้งสอง
ในความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวนั้น... ปลายพระหัตถ์ของท่านอ๋องที่ยังคงจับคางของหลินฟางเซียนอยู่ กลับรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกของมืออีกคู่หนึ่งที่เอื้อมเข้ามายึดกุมข้อมือของพระองค์ไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบข้างพระเนตรด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับพื้นหิน
*"ยินดีต้อนรับสู่เรือนชะตาอาถรรพ์... องค์ชายผู้มาจากแดนไกล พระองค์ทรงเตรียมใจที่จะชดใช้ด้วยชีวิตแล้วหรือยัง..."*
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์•ตอนที่ 3
การมาเยือนของท่านอ๋อง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์สังหารกลางเรือนชะตาอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!